Posts

วิธีแก้รอยดำจากการเกา

วิธีแก้รอยดำจากการเกา

การเกาผิวหนังของเรานั้นไม่เพียงแต่ทำให้อาการคันไม่ดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังแถมรอยแดงและรอยดำเพิ่มขึ้นอีกด้วย หลาย ๆ คนมีปัญหาผิวลายหรือผิวมีจุดด่างดำที่เกิดจากการเกาไม่รู้ตัว จนทำให้ผิวไม่เรียบเนียน ดึงเอาความมั่นใจในการแต่งตัวไปเยอะเลยทีเดียว วันนี้เราจึงจะนำเอาวิธีแก้ปัญหารอยดำที่เกิดจาการเกามาแบ่งบันกัน ซึ่งแต่ละวิธีจะต้องทำอย่างไรบ้างนั้น ตามไปดูกันเลย

หลีกเลี่ยงการเกาให้ได้มากที่สุด

เชื่อว่าเมื่อมีอาการคันจากการโดนแมลงกัดต่อยหรือสัมผัสกับใบไม้บางชนิด ทำให้หลายคนไม่สามารถยับยั้งการเกาได้เลย ดังนั้นหากต้องการให้ผิวสวยเนียนไม่มีจุดด่างดำจากการเกา จึงจำเป็นที่จะต้องหลีกเลี่ยงการเกาให้ได้มากที่สุด แล้วหันมาใช้วิธีการทายาที่ช่วยบรรเทาอาการคันแทน วิธีนี้ช่วยให้หายคันได้ดี แถมยังไม่ต้องเสี่ยงมีจุดด่างดำบนผิวที่เกิดจากการเกาอีกด้วย

หลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดด

แสงแดด คือตัวการที่ทำให้ผิวคล้ำได้ง่ายมาก ๆ อีกทั้งยังเป็นสาเหตุที่ทำหีรอยดำที่เกิดจากการเกายิ่งเด่นชัดมากขึ้น และจะทำให้การรักษาเห็นผลได้ช้า สำหรับใครที่มีรอยดำบนผิวจากการเกา ควรทาครีมกันแดดที่มี SPF สูงก่อนออกจากไปข้างนอกทุกครั้ง

ทานอาหารบำรุงผิว

อาหารที่มีส่วนช่วยลดรอยดำบนผิวจากการเกาคือ ผักและผลไม้หลากหลายชนิด เนื่องจากอุดมไปด้วยวิตามินซี วิตามินอี และสารอาหารที่สำคัญสำหรับผิวอีกหลายชนิดเลยทีเดียว นอกจากจะช่วยลดรอยดำบนผิวได้แล้ว ยังช่วยบำรุงผิวพรรณให้มีสุขภาพดีอีกด้วย

ขัดผิวสัปดาห์ละ 2 ครั้ง

ในหนึ่งสัปดาห์สาว ๆ ควรขัดผิวให้ได้ประมาณ 2 ครั้ง จะช่วยลดรอยดำบนผิวได้เป็นอย่างดี ซึ่งการขัดผิวแนะนำให้ใช้มะขามเปียกละลายน้ำในน้ำจนเป็นน้ำข้น ๆ จากนั้นนำมาขัดเบา ๆ ให้ทั่วผิว ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วจึงใช้ใยบวมขัดซ้ำอีกครั้ง ก่อนจะล้างออกให้สะอาด วิธีนี้ช่วยผลัดเซลล์ผิวจนทำให้รอยดำจางลงอย่างเห็นได้ชัด

ทาน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น

น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นมีกรดลอริคที่มีคุณสมบัติช่วยบำรุงผิวและช่วยให้รอบดำบนผิวจางลง แนะนำให้สาว ๆ ทาน้ำมันมะพร้าวตงบริเวณรอยดำก่อนนอนทุกคืนโดยไม่ต้องล้างออก ตื่นเช้าขึ้นมาค่อยอาบน้ำทำความสะอาด วิธีนี้ช่วยให้รอยดำจางลงได้ดี

ทาครีมบำรุงผิวทุกวัน

ครีมบำรุงผิวมีความสำคัญต่อผิวพรรณของเราอย่างมาก ดังนั้นจึงควรทาทุกวัน โดยเฉพาะคนที่มีรอยดำผิวไม่ควรละเลยการทาครีมบำรุงผิวอย่างเด็ดขาด เพราะครีมบำรุงผิวมีส่วนผสมของไวท์เทนนิ่งที่ช่วยปรับผิวให้สว่างไปพร้อม ๆ กับการลดรอยดำให้จางลง

หมั่นทาครีมลดรอยดำหลังอาบน้ำเช้าเย็น

ในส่วนของครีมลดรอยดำควรทาทุกวันหลังอาบน้ำในตอนเช้าและตอนเย็น หมั่นทาบริเวณที่มีรอยดำทุก ๆ วันติดต่อกันจะช่วยให้รอยดำจางลง เนื่องจากครีมลดรอยดำจะมีส่วนผสมของวิตามินซี วิตามินอี กลูต้าไธโอน และอาร์บูติน ที่มีคุณสมบัติลดรอยดำได้เป็นอย่างดี

แหล่งที่มา : www.sanook.com

7 ดูแลตัวเองไม่ให้แก่เกินวัยของผู้หญิงอายุ 40

7 ดูแลตัวเองไม่ให้แก่เกินวัยของผู้หญิงอายุ 40

เพราะอายุเป็นเพียงตัวเลข แต่พออายุเริ่มมากขึ้น ร่างกายก็เริ่มก็มีเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นผิวพรรณที่เปลี่ยนไป จนไปถึงเรื่องสุขภาพที่ร่างกายเตรียมจะฟ้องสัญญาณสุขภาพบางอย่างที่เราอาจจะต้องเริ่มดูแลอย่างจริงจัง โดยเฉพาะผู้หญิงที่เริ่มเข้าวัย 40 เพราะในวัยนี้จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของร่างอย่างชัดเจน ดังนั้นในวันนี้เราจะมาแนะนำ 7 ดูแลตัวเองไม่ให้แก่เกินวัยของผู้หญิงอายุ 40 กัน ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์

ยิ่งอายุมากขึ้น ระบบเผาผลาญยิ่งทำงานได้น้อยลง ระบบย่อยก็มีแต่จะเสื่อมถอยไปตามกาลเวลา ดังนั้นเมื่อเข้าวัย 40 ควรดูแลตัวเองในเรื่องการรับประทานเป็นหลัก ยิ่งเราเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์มากขึ้น ก็จะยิ่งช่วยให้สุขภาพดี และชะลอวัย

แนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่ควรกิน เช่น อาหารที่มีไขมันสูง อาหารที่ใช้วิธีการผัด และทอดในน้ำมัน ลดการรับประทานเนื้อแดง และเพิ่มการรับประทานผัก และผลไม้ที่ไม่หวานจัดก็จะเป็นวิธีช่วยดูแลตัวเองไม่ให้แก่ก่อนวัยได้

มีน้ำติดตัวไว้เสมอ

สำหรับผู้หญิงวัย 40 ควรดูแลตัวเองด้วยการดื่มน้ำเปล่าเป็นประจำ นั้นถือเป็นสิ่งที่ ‘ต้องทำ’ เป็นอย่างยิ่ง เพราะน้ำจะเป็นตัวไปช่วยให้ระบบในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และยังช่วยไปหล่อเลี้ยงเซลล์ต่าง ๆ ให้ยังทำงานได้อย่างดี

ที่สำคัญยังส่งผลไปถึงความชุ่มชื่นของผิวพรรณด้วย ดังนั้นการดูแลตัวเองของสาววัย 40 ด้วยการดื่มน้ำก็ถือเป็นวิธีที่ง่าย สะดวก เพียงแค่พกน้ำติดกระเป๋าจิบตลอดทั้งวัน ก็เป็นการดูแลตัวเองได้แล้ว

ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

แม้ว่าการเลือกรับประทานจะเป็นข้อปฏิบัติอันดับหนึ่งที่ควรจะทำ สำหรับวิธีดูแลตัวเองของคนวัย 40 แต่ก็ต้องไม่ลืมการออกกำลังกายควบคู่ด้วย เพื่อเสริมสร้างสมรรถภาพ และความแข็งแรงให้กับร่างกาย ทำให้ร่างกายได้เผาผลาญ และขับของเสียออกจากรูขุมขน และยังมีผลต่อจิตใจที่จะช่วยทำให้จิตใตสดชื่น สดใสได้มากยิ่งขึ้นด้วย ดังนั้นผู้หญิงวัย 40 ควรดูแลตัวเองด้วยการออกกำลังกายควบคู่เป็นประจำ ซักอาทิตย์ละ 3-5 วัน กำลังดี

บำรุงผิวเป็นประจำ

อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้การดูแลร่างกายจากภายใน นั่นคือการดูแลผิวพรรณภายนอกให้ยังดูสวย และแลดูอ่อนกว่าวัย การบำรุงผิวเป็นประจำเป็นวิธีดูแลตัวเองไม่ให้แก่ก่อนวัย และอาจจะหลอกตาให้คนอื่นไม่รู้ว่าอายุเราแตะหลักสี่ไปแล้วเรียบร้อย ขอแนะนำให้เลือกใช้เป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เติมความชุ่มชื้นให้ผิว และมีส่วนผสมของคอลลาเจน เพื่อเติมเต็มความแข็งแรงของผิวที่อาจจะหายไปบ้าง

แต่งตัวอยู่เสมอ

บางทีพอสาว ๆ เริ่มจะทำงานมานาน อายุมากขึ้น ก็จะเริ่มละเลยกับการแต่งตัวให้สวยงาม แต่สาว ๆ โดยเฉพาะวัย 40+ อาจจะไม่รู้ว่าทุกวันนี้ที่เรารู้สึกจิตใจห่อเหี่ยว ไม่สดชื่น สาเหตุอย่างหนึ่งอาจจะจากการแต่งตัวที่จืดชืด ซ้ำ ๆ กันทุกวันก็ได้นะ

โดยขอแนะนำว่า  ควรเติมความสนุกสดใสให้กับตัวเองด้วยการหันมาแต่งตัวให้สนุกขึ้นบ้าง หยิบชิ้นนั้น มาแมทซ์ชิ้นนี้ตามแต่ที่ใจเราชอบ หรือใครที่ยังไม่มั่นใจอาจจะลองเปลี่ยนเครื่องประดับ เปลี่ยนรองเท้า หรือง่ายที่สุด ลองเปลี่ยนสีลิปสติกให้แสบ แซ่บ ซ่า แต่ก็ยังเป็นตัวเอง และมีความสุข รับรองว่าทุก ๆ วันของสาว ๆ จะต้องแฮปปี้สุด ๆ อย่างแน่นอน

นัดเพื่อน พบปะสังสรรค์

ผู้หญิงในวัย 40 ขึ้นไปส่วนใหญ่ก็มักจะแต่งงาน มีครอบครัว ทำให้นอกจากงานนอกบ้านแล้ว ก็ยังต้องรับภารกิจในบ้านด้วย ทำให้หลาย ๆ ครั้งอาจจะรู้สึกเหนื่อย หมดไฟ ไม่มีกระจิตกระใจจะทำอะไรทั้งนั้น ขอแนะนำให้ลองจัดสรรเวลา หาช่องว่างไปพักผ่อนเมาท์มอยกับเพื่อนสาว วางทั้งเรื่องงาน และเรื่องที่บ้านเอาไว้ซักนิด ใช้ช่วงเวลาในการเมาท์มอย ทานข้าวกับเพื่อน ๆ ให้เป็นเวลาของตัวเองจริง ๆ

หางานอดิเรกใหม่ ๆ ทำดูบ้าง

อายุ 40 แล้วควรดูแลตัวเองให้รอบด้านทั้งสุขภาพ ความงาม จิตใจ และอย่าลืมเพิ่มเติมทักษะใหม่ ๆ ให้กับตัวเองด้วยนะ เพราะเราเชื่อว่าการเรียนรู้สามารถทำได้ตลอดชีวิต ไม่ได้จำกัดไว้แค่ที่วัยไหนเท่านั้น ดังนั้นถ้ายังพอมีเวลา ลองหางานอดิเรกใหม่ๆทำดูบ้าง ก็อาจจะทำให้พบเจอเพื่อนกลุ่มใหม่ ๆ และอาจจะทำให้เราได้ทักษะใหม่ ๆ ติดตัวเพิ่มเติม ฝึกสมองไม่ให้หยุดนิ่งไปได้ด้วยอีกทางหนึ่ง

How To การดูแลผิวในแต่ละช่วงวัย

How To การดูแลผิวในแต่ละช่วงวัย

เพราะผิวพรรณในแต่ละช่วงวัยนั้นมีความแตกต่างกัน อย่างที่สังเกตกันก็คือในช่วงวัยเด็กหรือวัยรุ่นนั้นผิวพรรณของเราจะเต่งตึง กระชับ พอเริ่มอายุมากขึ้นไปอยู่ในช่วงวัยกลางคน ริ้วรอยต่าง ๆ  ก็จะเริ่มปรากฏขึ้นมาให้เห็นเช่นรอยตีนกา หรือผิวหนังที่เริ่มหย่อนคล้อย อย่างที่เห็นในแต่ละวัยนั้นมีสภาพผิวที่แตกต่างกัน ฉะนั้นการดูแลผิวพรรณก็จะต้องแตกต่างกันไปด้วยเช่นกัน

ดังนั้นในวันนี้เราจะมาบอกเกี่ยวกับ How To การดูแลผิวในแต่ละช่วงวัย ว่าแต่ละช่วงวัยนั้นจะต้องมีการดูแลผิวพรรณอย่างไร ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

ช่วงอายุ 15 – 20 ปี

จะเป็นช่วงที่จะเป็นจากวัยเด็กเป็นวัยรุ่น ดังนั้นมันก็จะมีอะไรหลาย ๆ อย่างในตัวเปลี่ยนแปลงไปเช่น มีสิวขึ้นบนใบหน้า แต่อยากคิดว่าเพราะไม่ล้างหน้า หรือหน้าสกปรกนะ มันมีได้อีกหลายปัจจัยที่ทำให้สิวขึ้น เพราะ สิวช่วงวัยนี้จะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศ และอะไรอีกหลายอย่างเช่นอดนอน หรือเครียด เพราะบางคนล้างน้ำทุกวันสิวก็เกิดขึ้นได้

แต่สิ่งพวกนี้มันจะหายไปได้เอง ถ้าเราไม่ไปยุ่งกับมันเช่น บีบ แกะ หรือกดสิว เพราะมันจะทำให้เกิดรอยดำและอักเสบได้ ดังนั้นการดูแลผิวในวัยนี้ ควรล้างหน้าด้วยสบู่อ่อน ๆ เช้าเย็น หลีกเลี่ยงของที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เช่น คลีนเซอร์ โทนเนอร์ และพยายามนอนให้เร็วอย่านอนดึก และอย่าเครียดมากด้วยนะ

ช่วงอายุ 20 ขึ้นไป

เพื่ออายุขึ้นเลข 2 ขึ้นมา สิวที่ขึ้นบนใบหน้าก็เริ่มลดน้อยลง ยกเว้นคนที่สิวขึ้นช้าว่าปกติ คนที่ผิวหน้ามัน หรือคนที่มีฮอร์โมนเพศสูง ในวัยนี้การดูแลใบหน้าก็จะสามารถทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นใช้ครีมแต้มสิว ใช้โฟมล้างหน้า

แต่ที่สำคัญต้องล้างหน้าให้สะอาดโดยเฉพาะผู้หญิงที่แต่งหน้าจัดหรือแต่งเป็นประจำทุกวันต้องดูเรื่องนี้เป็นพิเศษเพราะว่าอาจจะมีเครื่องสำอางหลงเหลืออยู่บนใบหน้า ทำให้เกิดสิวใหม่ หรือเป็นสิวอุดตันเลยก็ได้ นอกจากนี้การทาครีมกันแดดก็ช่วยดูแลผิวไม่ให้หน้าเราดูหมองคล้ำไปอีกด้วย

ช่วงอายุ 30 ปีขึ้นไป

ผิวหน้าของสาววัยนี้จะมีอุปสรรคสำคัญที่จะมากวนใจสาว ๆ ไม่ต่างจากสิว นั่นก็คือ ริ้วรอยใต้ตา รอยตีกาและรอยย่นบนหน้าผาก ที่เริ่มจะมาให้เห็นชัดขึ้นทุกวัน นอกจากนั้นผิวพรรณที่เคยดูอ่อนวันสดใสก็จะเริ่มจางหายไปเรื่อย ๆ ไหนจะรูขุมขนที่เพิ่มขึ้นอีก การดูแลผิวหน้าในช่วงวัยจึงต้องครบเครื่องแบบจัดหนักจัดเต็มกันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการขัดหน้าหรือมาส์กหน้า ที่จะช่วยในการจัดการหลุดลอกของผิวชั้นนอก และดูดซึมสิ่งสกปรกที่ติดตามรูขุมได้ ซึ่งจะทำให้ใบหน้าของเรานั้น สะอาด กระชับเต่งตึงและดูสดใสมากขึ้น สำหรับสาววัยนี้ถ้าเริ่มสังเกตเห็นว่าตัวเองนั้นเริ่มมีริ้วรอยแล้ว ควรเริ่มดูแลผิวหน้าเลยเพราะถ้าไปเริ่มตอนที่มันชัดแล้วอาจจะต้องใช้เวลานานสักหน่อยกว่าจะมันจะดีขึ้น

ดังนั้นควรจะเริ่มการมาส์กก่อน ให้เลือกจากมาส์กที่มีสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ในด้านการเลือกครีมบำรุงผิวของสาวช่วงวัยนี้ ควรจะเน้นเลือกผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวเป็นพิเศษ เพราะว่าผู้หญิงวัยนี้ผิวหน้าจะเริ่มแห้งมากขึ้น เนื่องจากน้ำหล่อเลี้ยงผิวหน้า ผลิตได้น้อยลง แล้วทาครีมกันแดดก็ควรทาเป็นประจำทุกวัน ในส่วนของรอบดวงตาควรใช้เป็นอายครีม เผื่อทำให้รอบดวงตาชุ่มชื้นและสดใสขึ้น จะได้ไม่มีใครเรียกเราว่า “ป้า” ได้ไปเลย

How To กลบสิวให้หน้าสวยด้วยการแต่งหน้า

How To กลบสิวให้หน้าสวยด้วยการแต่งหน้า

หนึ่งในปัญหาที่สิว ๆ ต่างพากันวิตกกังวลสุด ๆ ก็คงหนีไม่พ้นปัญหาสิว ซึ่งถือเป็นปัญหาผิวยอดฮิตที่กวนใจผู้หญิงอย่างเราเป็นอันดับต้น ๆ แล้วเวลาที่มีสิวอักเสบ สิวเม็ดเป้ง หรือสิวเม็ดเล็ก ๆ โผล่ขึ้นมา ที่ถึงแม้ว่าสิวจะยุบไปแล้วแต่ก็ชอบทิ้งรอยเอาไว้ให้ดูต่างหน้าด้วย แบบนี้สาว ๆ หลายคนเลยต้องใช้วิธีฉาบเครื่องสำอางหนา ๆ เพื่ออำพรางสิวกัน โดยในวันนี้เราจะมาบอก How to แต่งหน้ากลบสิวแบบง่าย ๆ ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

ทาครีมกันแดดปกป้องสิว

สเต็ปแรกที่ควรทำก่อนลงมือละเลงเครื่องสำอางสารพัดชิ้นลงไปบนผิวหน้าคือการทาครีมกันแดดปกป้องผิว อย่างที่ทุกคนรู้กันดีว่าครีมกันแดดถือเป็นไอเทมความงามที่ต้องทาเป็นประจำทุกวัน เพื่อปกป้องผิวสวย ๆ ไม่ให้โดนแดดและรังสียูวีทำลายจนหน้ามองคล้ำ สำหรับคนที่กำลังโดนปัญหาสิวเข้าเล่นงานอยู่ตอนนี้ ผิวก็จะเกิดอาการบอบบางแพ้ง่าย เลยอาจโดนแสงแดดและยูวีกระตุ้นให้เกิดการระคายเคืองง่ายเป็นพิเศษ

ลงเบสเขียวเพื่อกลบรอยแดง

เวลาที่เกิดสิวนั้น ผิวของเราจะเกิดการระคายเคืองจนเกิดเป็นรอยแดงจากการอักเสบ หรือแม้แต่ช่วงเวลาที่สิวหายแล้วก็อาจจะทิ้งรอยแดง ๆ ไว้ได้เหมือนกัน แบบนี้ถ้าทาแค่รองพื้นหรือแป้งอาจจะยังไม่สามารถปกปิดผิวได้เนียนกริบเท่าไหร่หรอกนะ ดังนั้นวิธีที่อยากแนะนำก็คือ ทาเบสสีเขียวลงไปให้ทั่วใบหน้า จะเวิร์กกว่า เพราะว่าเจ้าเบสสีเขียวมีคุณสมบัติให้การเพิ่มความกระจ่างใส ทำให้ผิวดูไบรท์ขึ้น และช่วยกลบรอยแดงให้ผิวดูสม่ำเสมอกว่าเดิม

ทารองพื้นบาง ๆ เบา ๆ ให้ทั่วใบหน้า

ยิ่งโบกรองพื้นหนา ยิ่งทำให้ผิวเนียนใส กับความเชื่อที่ผิดจ้ะ เพราะถ้าใครที่กำลังอยู่ในสภาวะสิวเห่อหรือมีสิวอุดตันบุกเต็มหน้า การทารองพื้นอัดแน่นแบบหนา ๆ ก็จะยิ่งทำให้ผิวอุดตัน ยิ่งกระตุ้นให้สิวเห่อเข้าไปใหญ่ได้เลยนะ ดังนั้นมาแต่งหน้าใหม่ ๆ โดยค่อย ๆ ทารองพื้นแบบบาง ๆ เบา ๆ ให้ทั่วใบหน้า แทนการลงไปทีเดียวแบบหนา ๆ แล้วถ้ามีผิวส่วนไหนที่คิดว่าเนียนไม่พอ ยังเห็นรอยสิวเด่นชัดก็ให้ลงรองพื้นเพิ่มเลเยอร์เข้าไปทีหลัง วิธีนี้ทำให้ผิวของเราดูเนียนสวยแบบเป็นธรรมชาติ

ใช้คอนซีลเลอร์เก็บรายละเอียด

ถ้าอยากต้องการปกปิดให้เนียนกริบ สเต็ปต่อไปที่ขาดไม่ได้ก็คือ การใช้คอนซีลเลอร์เก็บรายละเอียดผิวอีกรอบ หลังจากที่ลงรองพื้นเสร็จแล้ว ทริคในการเลือกใช้คอนซีลเลอร์มาฝากกัน โดยถ้าอยากจะปกปิดใต้ตาหมองคล้ำ ควรเลือกคอนซีลเลอร์เนื้อลิควิดในเฉดสีที่สว่างกว่าผิว แต่ถ้าอยากจะปกปิดรอยดำ รอยแดง รอยสิว ควรเลือกคอนซีลเลอร์เนื้อครีมเฉดสีเดียวกับรองพื้น จะช่วยทำให้สีคอนซีลเลอร์ไม่ดูโดดจนเน้นทำให้รอยสิวเด่น

เซ็ตผิวด้วยแป้ง เพิ่มความเป๊ะ

มาถึงสเต็ปสุดท้ายแล้ว หลังลงคอนซีลเลอร์แล้วก็คือ การเซ็ตผิวด้วยแป้งอีกครั้ง เพิ่มเพิ่มความเป๊ะ ล็อกเมคอัพให้ติดทนและควบคุมความมันให้ผิวดูสวยยิงยาวตลอดทั้งวันนั่นเอง

แหล่งที่มา : https://sistacafe.com/

9 อันดับรองเท้าผ้าใบที่ผู้หญิงต้องมี

9 อันดับรองเท้าผ้าใบที่ผู้หญิงต้องมี

รองเท้าผ้าใบ เป็นรองเท้าที่หลายคนชื่นชอบ เพราะสามารถใส่ได้สบาย ใส่ได้หลายโอกาสและหลายแบบ ซึ่งรองเท้าผ้าใบนั้นก็มีหลายแบรนด์ ดังนั้นในวันนี้เราได้จัด 9 อันดับรองเท้าผ้าใบที่ผู้หญิงควรมีไว้ครอบครองมาให้ดูกันว่าจะมีของแบรนด์ไหน รุ่นอะไรบ้าง ถ้าพร้อมแล้วส่องกันเลย

Nike Roshe Run

เป็นรองเท้าที่เรียกสารพัดประโยชน์เลยก็ว่าได้ เนื่องด้วยคุณสมบัติที่ใส่วิ่งออกกำลังกายได้ หรือจะใส่ไปเที่ยวสวย ๆ ก็ได้ เรียกได้ว่ามีคู่นี้คู่เดียวก็คุ้มสุด ๆ ที่สำคัญรองเท้ารุ่นนี้มีหลายสี หลายแบบและหลายลายให้ผู้ที่ต้องการซื้อได้เลือกอย่างมากมายอีกด้วย

Adidas Superstar

ถ้าพูดถึง Adidas ใครก็จะต้องนึกถึงรุ่น Superstar เพราะเป็นรองเท้าที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน โดยรองเท้าคู่นี้นั้นเป็นรองเท้า Must have ของชาว Minimalist เลยก็ว่าได้ ยิ่งในประเทศเกาหลี มองไปทางไหนก็จะเจอแต่คนใส่รองเท้ารุ่นนี้เต็มไปหมด ที่สำคัญรองเท้าคู่นี้นั้นสามารถมิกซ์แอนด์แมทซ์ได้กับเสื้อผ้าหลากหลายสไตล์

Converse All Star

Converse นั้นเป็นรองเท้าที่ฮิตตลอดทาง ใส่ตอนไหนก็ไม่มี Out! ใส่ได้ตั้งแต่เด็กยันผู้ใหญ่ สำหรับรองเท้าคอนเวิร์สนั้นมีสีและลายให้เลือกหลากหลายแบบ นอกจากนี้ราคายังไม่แพงจนเกินไป เรียกได้ว่าเป็นรองเท้าอีกหนึ่งคู่ที่ผู้หญิงควรมีไว้ครอบครอง

Vans

Vans นั้นเป็นรองเท้าที่ฮิตในหมู่วัยรุ่นฝรั่งเอามาก ๆ โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่เล่นสเก็ตบอร์ด ถือว่าเป็นรองเท้าที่เหมาะกับการแต่งตัวแนวสตรีทได้เป็นอย่างดี แต่ใช่ว่ารองเท้านี้จะเหมาะกับคนเล่นสเก็ตเท่านั้น คนทั่วไปก็สามารถใส่เดินเที่ยวได้เก๋ ๆ เช่นกัน

Keds

หลายคนอาจจะรู้จักแบรนด์นี้เพรราะเป็นรองเท้าโปรดของนักร้องสาว Taylor Swift ถึงขนาดได้เป็นพรีเซนเตอร์ และมีลายรองเท้าเป็นรุ่นของเธอเองเลย ซึ่งรองเท้า Keds เป็นรองเท้าผ้าใบแนวสตรีท มีเอกลักษณ์ตรงที่เป็นรองเท้าสไตล์ Tennis Shoes ที่ใส่แล้วเท้าดูเล็กน่ารัก และดูเป็นผู้หญิงสุด ๆ

Nike Air Max 90 Essential

เป็นรองเท้าจากแบรนด์ Nike อีกรุ่นที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน จุดเด่นของรองเท้ารุ่นนี้ก็คือ ช่องใส ๆ ข้างส้นรองเท้า สามารถมองเห็น Air Technology ด้านในได้ และมีหลายสีในคู่เดียว สามารถเพิ่มความน่ารักให้กับรองเท้าคู่นี้ได้เป็นอย่างดีหรือถ้าชอบแบบเรียบรุ่นนี้ก็มีแบบสีเดียวเช่นกัน

Adidas Stan Smith

พูดถึงรุ่น Superstar แล้วจะไม่พูดถึงรุ่น Stan Smith ไม่ได้ โดยรุ่นนี้เป็นรุ่นที่นิยมของชาว Minimalist ด้วยสไตล์หนังสีขาวเรียบ ๆ แต่แอบซ่อนความเก๋ด้วยสีที่ขอบด้านหลังรองเท้า กับลายจุดสามแถบข้างรองเท้า ที่เหมือนใส่แล้วจะทำให้ดูคลาสสิคและ Minimal สุด ๆ

Adidas ZX Flux

รองเท้ารุ่นนี้เป็นรองเท้าสไตล์สตรีท ที่ถูกดัดแปลงมาจากรองเท้าวิ่งรุ่น Adidas ZX ทำให้รุ่นนี้สามารถใส่ได้ทั้งการเดินและวิ่ง จุดเด่นของรุ่นนี้อยู่ที่ดีไซน์ที่ทันสมัย แปลกตา มีสีสันสดใส และมีลวดลายที่สวยงาม นอกจากนี้รองเท้ารุ่นนี้ยังแตกไลน์ออกเป็นรุ่นต่าง ๆ อีกมากมาย

Nike Air Force 1 Low

สำหรับรองเท้า Nike Air Force 1 Low อาจจะดูไม่เข้ากับผู้หญิงสักหน่อย ด้วยดีไซน์ของรองเท้าที่ดูแมนมาก ๆ แถมขนาดใหญ่เกินที่จะเป็นรองเท้าผู้หญิง เนื่องจากรองเท้ารุ่นนี้ถูกผลิตขึ้นเพื่อเป็นรองเท้าบาสเก็ตบอล แต่สาว ๆ ก็นิยมใส่รองเท้ารุ่นนี้กันเยอะ โดยสีที่นิยมคือสีขาวล้วน เนื่องจากดูสวย สะอาด แถมใส่แล้วให้ลุคที่ดูเป็นผู้หญิงคูล ๆ เท่ ๆ ทันที