Posts

8 วิธีป้องกันสิวจากหน้ากากอนามัย

8 วิธีป้องกันสิวจากหน้ากากอนามัย

โควิดนั้นอยู่กับเรามานานมาก จนการใส่แมสก์หรือหน้ากากอนามัยแทบจะกลายเป็นความเคยชินของคนเราไปแล้ว ซึ่งการใส่แมสก์ทุกวันนั้น นอกจากจะช่วยป้องกันโรคและมลพิษได้แล้ว ยังมาพร้อมปัญหาบนใบหน้าที่เราอาจไม่อยากเจอนั่นก็คือ “สิว”

เชื่อได้เลยว่าสิวเป็นปัญหาที่กังวลใจเราอยู่ตลอดเวลา ยิ่งใส่แมกส์ยิ่งทำให้สิวเกิดมากขึ้น แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะในวันนี้เรามีวิธีป้องกันสิวจากหน้ากากอนามัยมาฝากกัน อยากรู้แล้วละสิว่ามีวิธีไหนบ้าง ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันดีกว่า

เลือกเนื้อผ้าของหน้ากากอนามัย

การเลือกเนื้อผ้าของหน้ากาอนามัยมีความสำคัญมาก ๆ เลย ถ้าเราใช้แมสก์ที่มีเนื้อผ้าที่แข็งกระด้าง อาจทำให้หน้ากากอนามัยเสียดสีกับผิวมากเกินไป จนทำให้เกิดสิวได้ ดังนั้นเราจะต้องเลือกน้ากากอนามัยที่มีความอ่อนนุ่ม ใส่แล้วไม่ระคายเคือง พอดีกับใบหน้า และที่สำคัญคือต้องใส่หน้ากากอนามัยที่มีมาตรฐาน

เปลี่ยนหน้ากากอนามัยทุกวัน

หลายคนอาจจะคิดว่าออกไปข้างนอกแปปเดียวเอง พรุ่งนี้ใส่หน้ากากอนามัยซ้ำก็ได้ ขอบอกเลยว่าไม่ได้นะ แม้ว่าเราจะใส่ออกไปข้างนอกไม่นาน แต่เต็มไปด้วยเชื้อโรคมากมาย แถมอากาศประเทศไทยก็ร้อนเอามาก ๆ ยิ่งใส่หน้ากากยิ่งอบอ้าว ทำให้เหงื่อออกมาขึ้น ไหนจะละอองน้ำลายที่มาจากการพูดคุยขณะใส่แมสก์ ยิ่งทำให้แมสก์สกปรก นอกจากนี้ยังเสี่ยงสิวขึ้นอีกด้วย ดังนั้นทางที่ดีไม่ควรใส่หน้ากากอนามัยซ้ำจะดีที่สุด

ระหว่างวันถอดหน้ากากอนามัยออกบ้าง

การใส่แมสก์ทั้งวันนอกจากจะอึดอัดและหายใจไม่ออกแล้ว ยังทำให้หมักหมมอีกด้วย ดังนั้นขอแนะนำให้ถอดแมสก์ออกบ้างในช่วงระหว่างวันสัก 10 – 15 นาที ให้ผิวหน้าบริเวณที่โดนหน้ากากอนามัยได้พักและหายใจบ้าง ไม่อย่างนั้นอากาศ เหงื่อ และน้ำลายมันจะอบอยู่ในแมสก์นานเกินไป ทำให้สิวเราขึ้นง่ายกว่าเดิม แต่อย่าถอดในที่เยอะ ๆ และพยายามเลี่ยงสถานที่เสี่ยงติดเชื้ออย่างร้านอาหาร

แต่งหน้าให้น้อยลงหรือบางลง

การแต่งหน้าที่หนาเกินไปทำให้เครื่องสำอางที่ผกติใช้แล้วก็เสี่ยงอุดตันได้ง่าย ยิ่งอุดตันได้ง่ายกว่าเดิม เพราะการใส่หน้ากากอนามัย อย่างที่บอกว่าผิวของเราเวลาใส่แมสก์ก็ไม่ค่อยได้หายใจแล้วเพราะมันอบอ้าวอยู่ด้านใน ยิ่งมาเจอกับเครื่องสำอางอีก ยิ่งทำให้ผิวอึดอัดไปกันใหญ่ ส่งผลให้สิวของเราขึ้นได้ง่ายนั่นเอง

ใช้ Cleansing เช็ดหน้าก่อนอาบน้ำ

การใช้คลีนซิ่งช่วยล้างหน้า 1 รอบก่อนจะใช้โฟมล้างหน้า จะทำให้ผิวหน้าเราสะอาดยิ่งขึ้นนั่นเอง ซึ่งคลีนซิ่งก็มีหลายแบบทั้งแบบน้ำ แบบออยล์ แบบน้ำนม หรือจะเป็นแบบบาล์ม เอาตามที่เราสะดวกเลย แต่ถ้าไม่อยากให้ผิวถูกเสียดสีมากเกินไป แนะนำให้ใช้ตัวที่มีส่วนผสมของออยล์ แบบออยล์ หรือแบบบาล์ม ซึ่งจะช่วยลดการเสียดสีกับผิวหน้าของเรา ทำให้สิวลดน้อยลงนั่นเอง

ล้างหน้าด้วยโฟมที่อ่อนโยน

นอกจากจะใช้คลีนซิ่งล้างหน้าแล้ว เราก็ต้องใช้คลีนเซอร์ (Cleanser) ล้างหน้ากันอีกรอบเพื่อทำให้ผิวของเราสะอาดมากยิ่งขึ้น ซึ่งอยากให้เลือกตัวที่อ่อนโยนกับผิวมากที่สุด พยายามเลือกตัวที่ไม่มีซัลเฟต (Sulfate) เพราะจะทำให้ผิวหน้าของเราถูกดึงความชุ่มชื้นและดึงน้ำมันบนผิวหน้าออกมาจนเกินไป ทำให้ผิวของเราสูญเสียสมดุลนั่นเอง และอีกสิ่งที่สำคัญคือเลือกคลีนเซอร์ให้เหมาะกับสภาพผิวของเราด้วยนะ

ใช้สกินแคร์เติมความชุ่มชื้นให้ผิว

สกินแคร์เป็นอีกสิ่งที่จะทำให้สิวลดลงได้ อาจจะมีสกินแคร์ที่เหมาะกับคนที่เป็นสิว แต่เพื่อให้สิวลดน้อยลง แนะนำให้เติมความชุ่มชื้นให้ผิวด้วยนะ เราจะต้องเน้นสกินแคร์ที่มี Hyaluron เป็นส่วนผสมเพราะจะทำให้ผิวหน้าเราชุ่มชื้นมากยิ่งขึ้น และพยายามเลี่ยงสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ น้ำหอม พาราเบนหรือสารอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดอาการแพ้ได้ง่าย เพราะสารพวกนี้นอกจากจะทำลายผิวแล้วยังอาจจะทำให้เราแพ้จนมีสิวผุดขึ้นบนหน้าเพิ่มขึ้นอีกด้วย

ดื่มน้ำมาก ๆ

การดื่มน้ำเยอะ ๆ เป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพมาก ๆ ยิ่งถ้าเราดื่มน้ำปประมาณ 7 – 8 แก้วต่อวัน ก็จะยิ่งทำให้สุขภาพของเราดีมากขึ้นไปอีก เนื่องจากร่างกายเราประกอบด้วยน้ำเป็นส่วนมาก การดื่มน้ำเยอะ ๆ จะช่วยเรื่องการขับถ่าย ปรับสมดุลในร่างกาย แล้วยังทำให้ผิวชุ่มชื้นมากขึ้น แถมยังทำให้เราไม่หงุดหงิดง่ายอีกด้วย ดังนั้นเมื่อเราขับถ่ายได้ปกติ มีสมดุลในร่างกายและผิวชุ่มชื้นแล้ว ก็จะช่วยทำให้สิวเจ้าปัญหาลดน้อยลงตามไปด้วย

แหล่งที่มา : sistacafe.com

วิธีแก้หน้าโทรมจากการ Work From Home

วิธีแก้หน้าโทรมจากการ Work From Home

ในช่วงที่ COVID – 19 ยังมีการระบาดอยู่นั้น ส่งผลให้บางบริษัทยังมีการทำงานที่บ้านหรือ Work From Home โดยปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการ Work From Home ทำให้สาว ๆ เริ่มละเลยในการดูแลตัวเองอย่างมาก เพราะจากเดิมที่ต้องออกเดินทางไปทำงาน อย่างน้อยก็ยังมีช่วงเวลาที่ต้องบำรุงผิวหน้า แต่เมื่อต้องทำงานที่บ้าน ก็เริ่มไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองเท่าที่ควร บางวันก็แทบจะทำงานหนักจนส่งผลให้ผิวหน้าโทรม ดังนั้นเราจึงขอชวนให้สาว ๆ ทุกคนมาจบปัญหาผิวโทรมจากการทำงานที่บ้านไปพร้อม ๆ กันด้วยวิธีดังนี้

บำรุงผิวตอนเช้าด้วยเซรั่ม

หลังอาบน้ำเสร็จในตอนเช้า ให้ต่อด้วยการบำรุงผิวด้วยเซรั่มที่ช่วยเพิ่มความกระจ่างใสให้ผิวทันที อย่าปล่อยให้ผิวขาดการบำรุงเด็ดขาด ซึ่งเซรั่มหรือน้ำตบมีส่วนทำให้ผิวตื่นและสดชื่น อีกทั้งยังเป็นการบำรุงผิวอย่างล้ำลึกอีกด้วย

ไม่ลืมทาครีมกันแดด

แม้จะนั่งทำงานอยู่แต่ในบ้าน ก็อย่าคิดว่าแสงแดดจะเข้าส่องไม่ถึงผิวหนังของตัวเอง ดังนั้นจึงควรให้ความสำคัญกับการทาครีมกันแดดทุกวัน ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้แสงยูวีเอสามารถเข้ามาทำร้ายผิวของสาว ๆ ได้ หรือแม้แต่แสงสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือมือถือก็มีส่วนทำให้ผิวเสื่อมได้เช่นกัน ซึ่งก็สามารถป้องกันได้ด้วยการทาครีมกันแดด

ฉีดน้ำแร่เติมความเฟรช

การฉีดน้ำแร่ถือเป็นวิธีที่ช่วยเติมความเฟรชให้กับผิวหน้าได้อย่างเร่งด่วน วันไหนที่มีประชุมแบบเร่งด่วน ก็สามารถฉีดสเปรย์น้ำแร่เพื่อเติมความฉ่ำวาวให้กับผิวหน้าให้แลดูสดใส กำจัดความโทรมออกไปได้ทันที

ผ่อนคลายด้วยการมาสก์หน้า

การมาสก์หน้ามีส่วนช่วยทำให้ผิวเกิดความผ่อนคลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ แถมยังช่วยซ่อมแซมผิวหน้าได้ดีอีกด้วย ดังนั้นหากมีเวลาว่างจากการทำงาน แนะนำให้สาว ๆ มาสก์หน้ากันบ่อย ๆ เพื่อให้ผิวใสและฉ่ำเด้งอย่างเป็นธรรมชาติ

ใช้คลีนซิ่งก่อนล้างหน้า

แม้ไม่ได้แต่งหน้า การใช้คลีนซิ่งทำความสะอาดผิวหน้าก่อนล้างหน้าก็ยังจำเป็นอยู่ เพราะบางครั้งผิวหน้าอาจมีฝุ่นละอองหรือคราบต่าง ๆ ตกค้างอยู่ อย่าลืมว่าโฟมล้างหน้าก็ไม่สามารถล้างออกได้หมดจด ดังนั้นจึงควรใช้ตัวช่วยอย่างคลีนซิ่งสม่ำเสมอ เพราะช่วยให้ผิวสะอาดและป้องกันไม่ให้สิวขึ้น

ปรับผิวให้กระจ่างใสด้วยไวท์เทนนิ่ง

การที่สาว ๆ ต้องใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลายวัน ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการใช้ผลิตภัณฑ์ไวท์เทนนิ่งหรือผลิตภัณฑ์กลุ่มวิตามินซีได้อย่างสบายใจ เพราะไม่ต้องเป็นกังวลว่าผิวจะโดนแสงแดดแรง ๆ จนทำร้ายผิวนั่นเอง ในส่วนของไวท์เทนนิ่งนั้น ไม่เพียงแต่ช่วยเผยผิวที่กระจ่างใสเท่านั้น แต่ยังมีส่วนช่วยลดจุดด่างดำบนผิวหน้าได้อีกด้วย

ลดริ้วรอยใต้ดวงตาด้วยอายครีม

การใช้สายตาจ้องอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน มีส่วนทำให้ผิวบริเวณใต้ดวงตาหมองคล้ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย ดังนั้นจึงควรหมั่นทาอายครีม เพื่อบำรุงผิวรอบดวงตา ไม่ให้มีริ้วรอยหรือรอยคล้ำใต้ตา

หลีกเลี่ยงการนอนดึก

แม้ว่าจะต้องทำงานอยู่ที่บ้าน ก็ใช่ว่าสาว ๆ จะต้องทำงานหนักจนลากยาวไปถึงช่วงเวลาดึก อย่าลืมว่าโดยปกติแล้ว ในช่วงที่ต้องทำงานอยู่ที่บริษัท สาว ๆ ก็ยังมีเวลาในการนอนพักผ่อนอย่างเต็มที่ เพื่อสามารถตื่นมาทำงานในวันใหม่ได้เต็มร้อย ดังนั้นในช่วงที่ต้อง Work From Home ก็ควรจัดการกับเวลาทำงานและพักผ่อนให้ชัดเจน ไม่ควรนอนดึก หรือฝืนทำงานให้เสร็จจนเลยเวลานอนเด็ดขาด

กินอาหารที่เป็นประโยชน์

การกินอาหารที่มีประโยชน์มีส่วนช่วยบำรุงผิวหน้าของสาว ๆ ได้อย่างล้ำลึก และให้ผลที่ดีกว่าผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าเสียอีก จึงแนะนำให้สาว ๆ เตรียมอาหารที่มีประโยชน์ พยายามจัดสรรผักผลไม้ให้มาก ๆ โดยเฉพาะผักใบเขียว ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง และงดการกินของมันหรือของทอด จะช่วยบอกลาผิวหน้าโทรมได้เป็นอย่างดี

เมื่อต้อง Work From Home นอกจากจะต้องให้ความสำคัญกับการทำงานที่มากกว่าเดิมแล้ว การดูแลตัวเองก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะช่วงเวลาที่ต้องทำงานที่บ้าน สาว ๆ หลายคนมักละเลยการดูแลตัวเองโดยไม่รู้ตัว สำหรับสาว ๆ คนไหนที่ไม่อยากมีผิวหน้าโทรมจากการ work from home ยังไงก็ลองนำวิธีข้างต้นไปลองปรับใช้กัน

แหล่งที่มา : www.sanook.com