Posts

8 วิธีป้องกันสิวจากหน้ากากอนามัย

8 วิธีป้องกันสิวจากหน้ากากอนามัย

โควิดนั้นอยู่กับเรามานานมาก จนการใส่แมสก์หรือหน้ากากอนามัยแทบจะกลายเป็นความเคยชินของคนเราไปแล้ว ซึ่งการใส่แมสก์ทุกวันนั้น นอกจากจะช่วยป้องกันโรคและมลพิษได้แล้ว ยังมาพร้อมปัญหาบนใบหน้าที่เราอาจไม่อยากเจอนั่นก็คือ “สิว”

เชื่อได้เลยว่าสิวเป็นปัญหาที่กังวลใจเราอยู่ตลอดเวลา ยิ่งใส่แมกส์ยิ่งทำให้สิวเกิดมากขึ้น แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะในวันนี้เรามีวิธีป้องกันสิวจากหน้ากากอนามัยมาฝากกัน อยากรู้แล้วละสิว่ามีวิธีไหนบ้าง ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันดีกว่า

เลือกเนื้อผ้าของหน้ากากอนามัย

การเลือกเนื้อผ้าของหน้ากาอนามัยมีความสำคัญมาก ๆ เลย ถ้าเราใช้แมสก์ที่มีเนื้อผ้าที่แข็งกระด้าง อาจทำให้หน้ากากอนามัยเสียดสีกับผิวมากเกินไป จนทำให้เกิดสิวได้ ดังนั้นเราจะต้องเลือกน้ากากอนามัยที่มีความอ่อนนุ่ม ใส่แล้วไม่ระคายเคือง พอดีกับใบหน้า และที่สำคัญคือต้องใส่หน้ากากอนามัยที่มีมาตรฐาน

เปลี่ยนหน้ากากอนามัยทุกวัน

หลายคนอาจจะคิดว่าออกไปข้างนอกแปปเดียวเอง พรุ่งนี้ใส่หน้ากากอนามัยซ้ำก็ได้ ขอบอกเลยว่าไม่ได้นะ แม้ว่าเราจะใส่ออกไปข้างนอกไม่นาน แต่เต็มไปด้วยเชื้อโรคมากมาย แถมอากาศประเทศไทยก็ร้อนเอามาก ๆ ยิ่งใส่หน้ากากยิ่งอบอ้าว ทำให้เหงื่อออกมาขึ้น ไหนจะละอองน้ำลายที่มาจากการพูดคุยขณะใส่แมสก์ ยิ่งทำให้แมสก์สกปรก นอกจากนี้ยังเสี่ยงสิวขึ้นอีกด้วย ดังนั้นทางที่ดีไม่ควรใส่หน้ากากอนามัยซ้ำจะดีที่สุด

ระหว่างวันถอดหน้ากากอนามัยออกบ้าง

การใส่แมสก์ทั้งวันนอกจากจะอึดอัดและหายใจไม่ออกแล้ว ยังทำให้หมักหมมอีกด้วย ดังนั้นขอแนะนำให้ถอดแมสก์ออกบ้างในช่วงระหว่างวันสัก 10 – 15 นาที ให้ผิวหน้าบริเวณที่โดนหน้ากากอนามัยได้พักและหายใจบ้าง ไม่อย่างนั้นอากาศ เหงื่อ และน้ำลายมันจะอบอยู่ในแมสก์นานเกินไป ทำให้สิวเราขึ้นง่ายกว่าเดิม แต่อย่าถอดในที่เยอะ ๆ และพยายามเลี่ยงสถานที่เสี่ยงติดเชื้ออย่างร้านอาหาร

แต่งหน้าให้น้อยลงหรือบางลง

การแต่งหน้าที่หนาเกินไปทำให้เครื่องสำอางที่ผกติใช้แล้วก็เสี่ยงอุดตันได้ง่าย ยิ่งอุดตันได้ง่ายกว่าเดิม เพราะการใส่หน้ากากอนามัย อย่างที่บอกว่าผิวของเราเวลาใส่แมสก์ก็ไม่ค่อยได้หายใจแล้วเพราะมันอบอ้าวอยู่ด้านใน ยิ่งมาเจอกับเครื่องสำอางอีก ยิ่งทำให้ผิวอึดอัดไปกันใหญ่ ส่งผลให้สิวของเราขึ้นได้ง่ายนั่นเอง

ใช้ Cleansing เช็ดหน้าก่อนอาบน้ำ

การใช้คลีนซิ่งช่วยล้างหน้า 1 รอบก่อนจะใช้โฟมล้างหน้า จะทำให้ผิวหน้าเราสะอาดยิ่งขึ้นนั่นเอง ซึ่งคลีนซิ่งก็มีหลายแบบทั้งแบบน้ำ แบบออยล์ แบบน้ำนม หรือจะเป็นแบบบาล์ม เอาตามที่เราสะดวกเลย แต่ถ้าไม่อยากให้ผิวถูกเสียดสีมากเกินไป แนะนำให้ใช้ตัวที่มีส่วนผสมของออยล์ แบบออยล์ หรือแบบบาล์ม ซึ่งจะช่วยลดการเสียดสีกับผิวหน้าของเรา ทำให้สิวลดน้อยลงนั่นเอง

ล้างหน้าด้วยโฟมที่อ่อนโยน

นอกจากจะใช้คลีนซิ่งล้างหน้าแล้ว เราก็ต้องใช้คลีนเซอร์ (Cleanser) ล้างหน้ากันอีกรอบเพื่อทำให้ผิวของเราสะอาดมากยิ่งขึ้น ซึ่งอยากให้เลือกตัวที่อ่อนโยนกับผิวมากที่สุด พยายามเลือกตัวที่ไม่มีซัลเฟต (Sulfate) เพราะจะทำให้ผิวหน้าของเราถูกดึงความชุ่มชื้นและดึงน้ำมันบนผิวหน้าออกมาจนเกินไป ทำให้ผิวของเราสูญเสียสมดุลนั่นเอง และอีกสิ่งที่สำคัญคือเลือกคลีนเซอร์ให้เหมาะกับสภาพผิวของเราด้วยนะ

ใช้สกินแคร์เติมความชุ่มชื้นให้ผิว

สกินแคร์เป็นอีกสิ่งที่จะทำให้สิวลดลงได้ อาจจะมีสกินแคร์ที่เหมาะกับคนที่เป็นสิว แต่เพื่อให้สิวลดน้อยลง แนะนำให้เติมความชุ่มชื้นให้ผิวด้วยนะ เราจะต้องเน้นสกินแคร์ที่มี Hyaluron เป็นส่วนผสมเพราะจะทำให้ผิวหน้าเราชุ่มชื้นมากยิ่งขึ้น และพยายามเลี่ยงสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ น้ำหอม พาราเบนหรือสารอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดอาการแพ้ได้ง่าย เพราะสารพวกนี้นอกจากจะทำลายผิวแล้วยังอาจจะทำให้เราแพ้จนมีสิวผุดขึ้นบนหน้าเพิ่มขึ้นอีกด้วย

ดื่มน้ำมาก ๆ

การดื่มน้ำเยอะ ๆ เป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพมาก ๆ ยิ่งถ้าเราดื่มน้ำปประมาณ 7 – 8 แก้วต่อวัน ก็จะยิ่งทำให้สุขภาพของเราดีมากขึ้นไปอีก เนื่องจากร่างกายเราประกอบด้วยน้ำเป็นส่วนมาก การดื่มน้ำเยอะ ๆ จะช่วยเรื่องการขับถ่าย ปรับสมดุลในร่างกาย แล้วยังทำให้ผิวชุ่มชื้นมากขึ้น แถมยังทำให้เราไม่หงุดหงิดง่ายอีกด้วย ดังนั้นเมื่อเราขับถ่ายได้ปกติ มีสมดุลในร่างกายและผิวชุ่มชื้นแล้ว ก็จะช่วยทำให้สิวเจ้าปัญหาลดน้อยลงตามไปด้วย

แหล่งที่มา : sistacafe.com

6 กิจวัตรปรนนิบัติผิว สำหรับผู้ชาย

6 กิจวัตรปรนนิบัติผิว สำหรับผู้ชาย

การดูแลปรนนิบัติผิวไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องเฉพาะสำหรับผู้หญิง การดูแลผิวพรรณสำหรับผู้ชายให้มีสุขภาพดี มีความสำคัญไม่แพ้กัน วันนี้เรามีคำแนะนำดี ๆ จาก ลอร่า ชาร์คอน การ์บาโต ผู้อำนวยการฝ่ายฝึกอบรมและการศึกษาผลิตภัณฑ์โภชนาการระดับโลก เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น กับ 6 วิธีการดูแลผิวสำหรับคุณผู้ชายที่ไม่ยุ่งยาก ซับซ้อน และทำได้จริง ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้นเราไปดูกันเลย

เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมในการดูแลขนบนใบหน้า

ประเด็นที่สร้างปัญหาผิวพรรณให้กับผู้ชายเกือบทั้งหมดเกี่ยวข้องกับเส้นขนบนใบหน้า เริ่มตั้งแต่สิ่งที่ใช้โกนหนวดและวิธีการปรนนิบัติผิวหลังโกน แทนที่จะใช้สบู่ก้อน ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความลื่นและก่อให้เกิดความระคายเคืองน้อยกว่า สบู่ก้อนสร้างความระคายเคืองต่อผิว เนื่องจากบางครั้งมีการผสมน้ำหอมหรือสารขจัดคราบที่อันตรายที่อาจชะล้างเอาน้ำมันเคลือบผิวตามธรรมชาติออกไปหมดทำให้ผิวเสียสมดุล ให้ลองมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารที่ช่วยเติมพลังให้ผิว อาทิ น้ำมันสกัดจากส้ม ผลไม้ตระกูลซีตรัส และเกรฟฟรุ๊ต

หลังโกนหนวดทุกครั้ง ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากแอลกอฮอล์ตาม มีโทนเนอร์ในท้องตลาดหลายตัวที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ และมาในรูปแบบสเปรย์ละอองน้ำที่ง่ายต่อการใช้ ซึ่งช่วยในการฟื้นบำรุงผิวให้อิ่มน้ำโดยไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองหลังโกนหนวด การทาเจลว่านหางจระเข้อาจช่วยบรรเทาความระคายเคือง ป้องกันการเห่อแดงของผิว และช่วยสร้างความชุ่มชื่นแก่ผิวได้

การล้างหน้าและทำความสะอาดตามสภาพผิว

การใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เหมาะสมกับสภาพผิว ให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดทั้งต่อความรู้สึกและผิวสัมผัสภายนอก คำแนะนำด้านล่างนี้เป็นสุดยอดเทคนิคการทำความสะอาดผิวหน้าที่อยากแนะนำให้ทำตามเป็นประจำทุกวัน

โดยทั่วไปแล้ว ให้พยายามหลีกเลี่ยงการใช้สบู่ฟอกธรรมดาที่อาจก่อความระคายเคืองต่อผิวหน้าอันเกิดมาจากการชะล้างเอาไขมันเคลือบผิวตามธรรมชาติออกไปจนผิวเสียความชุ่มชื้น ดังนั้นจึงควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีความอ่อนโยน อย่างผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการทดสอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง และผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากสารซัลเฟต

  • สำหรับคนผิวแห้ง ให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่ช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น อาทิ ว่านหางจระเข้ และคาโมมายล์
  • สำหรับคนผิวมัน ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่ทำให้ผิวรู้สึกสดชื่นหลังล้างหน้า อย่าง ส้มสดฉ่ำและเกรฟฟรุ๊ต
  • ทำความสะอาดผิวหน้าให้เป็นกิจวัตรประจำวันในตอนเช้าและตอนกลางคืนก่อนนอน เฉกเช่นเดียวกับการแปรงฟัน
  • อย่าลืมล้างหน้าและทำความสะอาดใบหน้าหลังออกกำลังกายทุกครั้งเพื่อป้องกันสิว

ดังนั้น คุณผู้ชายต้องให้ความสำคัญกับการล้างทำความสะอาดผิวหน้าเป็นประจำ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เหมาะกับผิวหน้าและโทนเนอร์ที่ปราศจากแอลกอฮอล์จะช่วยทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งและดูสุขภาพดี

การเติมน้ำให้ผิวและเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวเป็นประจำ

ดอกไม้เป็นของขวัญที่ดีเยี่ยม แต่ไม่มีผู้ชายคนไหนชอบให้ตัวเองมีกลิ่นแบบดอกไม้ มอยเจอร์ไรเซอร์ที่กลิ่นออกหวาน ทำให้ผู้ชายหลายคนหลบเลี่ยงไม่ใช้เติมความชุ่มชื้นแก่ผิว ลองมองหามอยเจอร์ไรเซอร์ที่มีสารให้ความชุ่มชื้น ทำให้ผิวดูเปล่งปลั่ง และมีคุณประโยชน์เพิ่มเติม เช่น การช่วยปกป้องแสงแดด และต่อต้านอนุมูลอิสระ ส่วนผสมเหล่านี้ช่วยให้ผิวพรรณเนียนนุ่ม ชุ่มชื่น นั่นหมายถึงว่าริ้วรอยและรอยเหี่ยวย่นย่อมดูจางลงไปด้วย

แต่ถ้าอยากเติมน้ำให้ผิวดูอิ่มฟูเป็นพิเศษในขั้นตอนการดูแลผิวประจำวัน ให้เลือกมองหาครีมกันแดดที่มีคุณสมบัติคืนความชุ่มชื่นแก่ผิวในคราวเดียวกัน หรือ ลองทาครีมกันแดดทับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวตอนกลางคืนดู โดยปกติ ครีมทาตอนกลางคืนจะมีความเข้มข้นสูงกว่า มีส่วนผสมของอีมอลเลียนท์ที่เป็นสารช่วยเก็บกักความชุ่มชื้นของผิวมากกว่า ซึ่งเป็นตัวช่วยเติมน้ำให้ผิวได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในเดือนที่มีอากาศเย็น

มาส์กหน้าเป็นประจำทุกสัปดาห์

การมาส์กหน้าเป็นประจำสัปดาห์ละหนึ่งถึงสองครั้ง ช่วยขจัดสิ่งตกค้างและสิ่งอุดตันได้อย่างดี  ควรเลือกครีมพอกหน้าที่มีส่วนผสมของโคลนเบนโทไนท์ ที่ขึ้นชื่อเรื่องคุณสมบัติอันทรงพลังในการขจัดสิ่งสกปรกและดูดซับความมันส่วนเกิน การมาส์กหน้าทุกสัปดาห์ยังช่วยควบคุมการผลิตน้ำมันส่วนเกินบนใบหน้าได้ด้วย คุณอาจจะมาส์กหน้าหลังจากไปวิ่งหรือไปยิมกลับมา หรือในขณะกำลังจ่ายบิลออนไลน์ก็ได้

ทาครีมกันแดดตลอดทั้งปี

ถ้ามีข้อควรปฏิบัติที่ห้ามต่อรองในการดูแลปรนนิบัติผิวเพียงข้อเดียว ข้อนั้นจะต้องเป็นเรื่องการปกป้องผิวจากการเผชิญแสงแดดเป็นประจำทุกวัน ไม่ว่าสภาพอากาศจะเป็นแบบไหน ฝนตกหรือมีเมฆมาก ไม่ได้แปลว่าปลอดภัยจากแสงแดด อย่าขี้เหนียวและใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 15 หรือมากกว่าเป็นประจำทุกวัน  ครีมกันแดดที่ดีไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันการเกิดผิวไหม้แดดแล้ว ยังช่วยป้องกันไม่ให้ผิวคล้ำเสียโดนทำลายจากรังสียูวี และยังช่วยป้องกันไม่ให้เกิดริ้วรอยแห่งวัยที่ชัดเจนจากการตากแดด และที่สำคัญที่สุด คือช่วยป้องกันการเกิดโรคผิวหนังที่อาจมีอันตรายได้  ในหน้าร้อนที่เหงื่อออกมากเป็นพิเศษให้เปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดที่กันน้ำได้ด้วย และให้ทาซ้ำทุก ๆ สองหรือสามชั่วโมง

สร้างอุปนิสัยการมีสุขภาพที่ดี

ท้ายนี้ ลอร่า ชาร์คอน การ์บาโต ให้คำแนะนำว่า ในการดูแลปรนนิบัติผิวจะไม่สมบูรณ์ได้เลย หากไม่กล่าวถึงการเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และให้จำไว้เลยว่า การบำรุงจากภายในและภายนอกจะต้องทำควบคู่กัน

การทานอาหารที่มีสารช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระสูงจำพวกไวตามิน  เอ ซี และ อี  ช่วยทำให้ผิวแข็งแรง การดื่มน้ำเปล่าในปริมาณมากพอ ช่วยป้องกันผิวพรรณไม่ให้แลดูขาดน้ำ เมื่อเราดูแลร่างกายจากภายในสู่ภายนอก ร่างกายของเรา (รวมถึงผิวพรรณ) จะขอบคุณเรา ส่งผลให้เรามีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้นเมื่อเรารู้สึกดีและดูดี

แหล่งที่มา : www.sanook.com

วิธีแก้หน้าโทรมจากการ Work From Home

วิธีแก้หน้าโทรมจากการ Work From Home

ในช่วงที่ COVID – 19 ยังมีการระบาดอยู่นั้น ส่งผลให้บางบริษัทยังมีการทำงานที่บ้านหรือ Work From Home โดยปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการ Work From Home ทำให้สาว ๆ เริ่มละเลยในการดูแลตัวเองอย่างมาก เพราะจากเดิมที่ต้องออกเดินทางไปทำงาน อย่างน้อยก็ยังมีช่วงเวลาที่ต้องบำรุงผิวหน้า แต่เมื่อต้องทำงานที่บ้าน ก็เริ่มไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองเท่าที่ควร บางวันก็แทบจะทำงานหนักจนส่งผลให้ผิวหน้าโทรม ดังนั้นเราจึงขอชวนให้สาว ๆ ทุกคนมาจบปัญหาผิวโทรมจากการทำงานที่บ้านไปพร้อม ๆ กันด้วยวิธีดังนี้

บำรุงผิวตอนเช้าด้วยเซรั่ม

หลังอาบน้ำเสร็จในตอนเช้า ให้ต่อด้วยการบำรุงผิวด้วยเซรั่มที่ช่วยเพิ่มความกระจ่างใสให้ผิวทันที อย่าปล่อยให้ผิวขาดการบำรุงเด็ดขาด ซึ่งเซรั่มหรือน้ำตบมีส่วนทำให้ผิวตื่นและสดชื่น อีกทั้งยังเป็นการบำรุงผิวอย่างล้ำลึกอีกด้วย

ไม่ลืมทาครีมกันแดด

แม้จะนั่งทำงานอยู่แต่ในบ้าน ก็อย่าคิดว่าแสงแดดจะเข้าส่องไม่ถึงผิวหนังของตัวเอง ดังนั้นจึงควรให้ความสำคัญกับการทาครีมกันแดดทุกวัน ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้แสงยูวีเอสามารถเข้ามาทำร้ายผิวของสาว ๆ ได้ หรือแม้แต่แสงสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือมือถือก็มีส่วนทำให้ผิวเสื่อมได้เช่นกัน ซึ่งก็สามารถป้องกันได้ด้วยการทาครีมกันแดด

ฉีดน้ำแร่เติมความเฟรช

การฉีดน้ำแร่ถือเป็นวิธีที่ช่วยเติมความเฟรชให้กับผิวหน้าได้อย่างเร่งด่วน วันไหนที่มีประชุมแบบเร่งด่วน ก็สามารถฉีดสเปรย์น้ำแร่เพื่อเติมความฉ่ำวาวให้กับผิวหน้าให้แลดูสดใส กำจัดความโทรมออกไปได้ทันที

ผ่อนคลายด้วยการมาสก์หน้า

การมาสก์หน้ามีส่วนช่วยทำให้ผิวเกิดความผ่อนคลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ แถมยังช่วยซ่อมแซมผิวหน้าได้ดีอีกด้วย ดังนั้นหากมีเวลาว่างจากการทำงาน แนะนำให้สาว ๆ มาสก์หน้ากันบ่อย ๆ เพื่อให้ผิวใสและฉ่ำเด้งอย่างเป็นธรรมชาติ

ใช้คลีนซิ่งก่อนล้างหน้า

แม้ไม่ได้แต่งหน้า การใช้คลีนซิ่งทำความสะอาดผิวหน้าก่อนล้างหน้าก็ยังจำเป็นอยู่ เพราะบางครั้งผิวหน้าอาจมีฝุ่นละอองหรือคราบต่าง ๆ ตกค้างอยู่ อย่าลืมว่าโฟมล้างหน้าก็ไม่สามารถล้างออกได้หมดจด ดังนั้นจึงควรใช้ตัวช่วยอย่างคลีนซิ่งสม่ำเสมอ เพราะช่วยให้ผิวสะอาดและป้องกันไม่ให้สิวขึ้น

ปรับผิวให้กระจ่างใสด้วยไวท์เทนนิ่ง

การที่สาว ๆ ต้องใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลายวัน ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการใช้ผลิตภัณฑ์ไวท์เทนนิ่งหรือผลิตภัณฑ์กลุ่มวิตามินซีได้อย่างสบายใจ เพราะไม่ต้องเป็นกังวลว่าผิวจะโดนแสงแดดแรง ๆ จนทำร้ายผิวนั่นเอง ในส่วนของไวท์เทนนิ่งนั้น ไม่เพียงแต่ช่วยเผยผิวที่กระจ่างใสเท่านั้น แต่ยังมีส่วนช่วยลดจุดด่างดำบนผิวหน้าได้อีกด้วย

ลดริ้วรอยใต้ดวงตาด้วยอายครีม

การใช้สายตาจ้องอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน มีส่วนทำให้ผิวบริเวณใต้ดวงตาหมองคล้ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย ดังนั้นจึงควรหมั่นทาอายครีม เพื่อบำรุงผิวรอบดวงตา ไม่ให้มีริ้วรอยหรือรอยคล้ำใต้ตา

หลีกเลี่ยงการนอนดึก

แม้ว่าจะต้องทำงานอยู่ที่บ้าน ก็ใช่ว่าสาว ๆ จะต้องทำงานหนักจนลากยาวไปถึงช่วงเวลาดึก อย่าลืมว่าโดยปกติแล้ว ในช่วงที่ต้องทำงานอยู่ที่บริษัท สาว ๆ ก็ยังมีเวลาในการนอนพักผ่อนอย่างเต็มที่ เพื่อสามารถตื่นมาทำงานในวันใหม่ได้เต็มร้อย ดังนั้นในช่วงที่ต้อง Work From Home ก็ควรจัดการกับเวลาทำงานและพักผ่อนให้ชัดเจน ไม่ควรนอนดึก หรือฝืนทำงานให้เสร็จจนเลยเวลานอนเด็ดขาด

กินอาหารที่เป็นประโยชน์

การกินอาหารที่มีประโยชน์มีส่วนช่วยบำรุงผิวหน้าของสาว ๆ ได้อย่างล้ำลึก และให้ผลที่ดีกว่าผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าเสียอีก จึงแนะนำให้สาว ๆ เตรียมอาหารที่มีประโยชน์ พยายามจัดสรรผักผลไม้ให้มาก ๆ โดยเฉพาะผักใบเขียว ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง และงดการกินของมันหรือของทอด จะช่วยบอกลาผิวหน้าโทรมได้เป็นอย่างดี

เมื่อต้อง Work From Home นอกจากจะต้องให้ความสำคัญกับการทำงานที่มากกว่าเดิมแล้ว การดูแลตัวเองก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะช่วงเวลาที่ต้องทำงานที่บ้าน สาว ๆ หลายคนมักละเลยการดูแลตัวเองโดยไม่รู้ตัว สำหรับสาว ๆ คนไหนที่ไม่อยากมีผิวหน้าโทรมจากการ work from home ยังไงก็ลองนำวิธีข้างต้นไปลองปรับใช้กัน

แหล่งที่มา : www.sanook.com