เสริมสร้างสภาพจิตใจ ด้วย 7 สิ่งที่พ่อแม่ต้องสอนลูก

เสริมสร้างสภาพจิตใจ ด้วย 7 สิ่งที่พ่อแม่ต้องสอนลูก

การเสริมสร้างสภาพจิตใจให้แข็งแกร่งตั้งแต่วัยเด็กจึงเป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็น โดยพ่อแม่ผู้ปกครองต้องสอน ฝึกฝน และอดทนอย่างมาก เพื่อให้เด็ก ๆ สามารถพัฒนาสภาพจิตใจให้แข็งแกร่งและดำเนินชีวิตได้อย่างเป็นธรรมชาติ เด็ก ๆ ที่เติบโตขึ้นมาอยู่ในวัยหนุ่มสาวและประสบความสำเร็จ พวกเขามีพื้นฐานจิตใจที่เข้มแข็ง และมีสิ่งที่พวกเขามักจะทำอยู่เสมอ หากคุณต้องการเสริมสร้างสภาพจิตใจที่แข็งแกร่งให้กับบุตรหลาน คุณควรสอนอะไรพวกเขาบ้าง วันนี้เรามี 7 สิ่งที่พ่อแม่ต้องสอนลูกเพื่อเสริมสร้างสภาพจิตใจ ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

สอนให้พวกเขาเชื่อมั่นในความสามารถของตัวเอง

ไม่ว่าลูกของคุณจะต้องทำงานกับใครในสังคม สอนให้พวกเขารับผิดชอบในหน้าที่ของตัวเอง ด้วยความสามารถที่ดีที่สุดของตัวเองก็พอ ไม่ต้องเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับใครทั้งนั้น เช่น “ฉันทำได้” “ฉันกำลังพยายามอย่างหนักอยู่” “ฉันมั่นใจ” “ฉันจะสนุก” เสียงความเชื่อมั่นในความสามารถของตัวเองนี้ จะกลบความรู้สึกเชิงลบที่อาจจะเกิดขึ้นมาด้อยค่าด้อยศักยภาพของตัวเด็กเองได้ พวกเขาจะเห็นคุณค่าและนับถือตัวเอง และทำสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างมั่นใจ

สอนให้พวกเขาปรับตัวให้เข้ากับสิ่งที่เปลี่ยนแปลง

การที่คนเราต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลง เราจำเป็นต้องใช้เวลาสักพักในการปรับตัว อย่างเด็ก ๆ ที่ต้องย้ายโรงเรียน สำหรับเด็กบางคนมันก็ไม่ใช่เรื่องยาก เดี๋ยวเดียวก็ปรับตัวเข้ากับเพื่อนใหม่ ครูใหม่ โรงเรียนใหม่ได้ แต่กับเด็กอีกหลาย ๆ คน มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลง พวกเขาอาจกังวลในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น ว่าจะทำให้ชีวิตของพวกเขาแย่ลง คุณต้องสอนให้ลูกของคุณรู้จักกับอารมณ์ของตัวเอง ณ เวลานั้น การเปลี่ยนแปลงทำให้รู้สึกไม่สบายใจอย่างไร การรับรู้ความรู้สึกที่เกิดขึ้น จะบรรเทาความกังวลลงได้

สอนให้พวกเขาพูดปฏิเสธเมื่อถึงคราวจำเป็น

หลายคนมีปัญหาในการปฏิเสธคนอื่นไม่เป็น รวมถึงมีปัญหาในการแสดงความรู้สึกเมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่ตนเองไม่พอใจ ไม่เต็มใจ แล้วความหนักหนาทั้งหมดก็มารวมไว้อยู่ที่ตัวเอง ฉะนั้น ต้องสอนให้เด็ก ๆ พูดปฏิเสธให้เป็นขึ้นอยู่กับสถานการณ์ กล้าหาญที่จะพูดว่า “ไม่” จะทำให้พวกเขาแข็งแกร่งขึ้น แรก ๆ พวกเขาอาจรู้สึกว่ามันยากและอึดอัดที่ต้องพูดปฏิเสธ แต่ถ้าคุณฝึกฝนพวกเขาบ่อย ๆ พวกเขาจะรู้สึกว่ามันง่ายขึ้น การที่พวกเขาเลือกที่จะปฏิเสธในสถานการณ์ที่อึดอัดหรือไม่เต็มใจ จะช่วยลดความเครียดจากการผูกมัดจากสิ่งที่พวกเขาไม่ต้องการทำ

สอนให้พวกเขาผิดพลาดเป็น และยอมรับความผิดพลาด

คุณต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้พวกเขาได้เรียนรู้ว่าอะไรดีอะไรไม่ดี ถ้าลูกของคุณเป็นเด็กที่ขี้ลืม ก็เป็นไปได้ว่าจะลืมทำการบ้านอยู่บ่อย ๆ หรือการที่มีขนมกรุบกรอบเต็มบ้าน ก็อาจจะห้ามใจเรื่องการกินขนมได้ยาก ดังนั้นเมื่อเขาผิดพลาด ให้เตือนว่าพวกเขาจะแก้ปัญหานั้นอย่างไรจะได้ไม่ผิดซ้ำสอง ถ้ากลัวจะลืมทำการบ้าน ให้พวกหาสมุดมาจดทันทีที่ครูมอบหมายงาน หรือพยายามไม่ซื้อขนมที่ทำลายสุขภาพเข้าบ้าน อย่างน้อยพวกเขาก็หากินได้ยากขึ้น

สอนให้พวกเขารู้จักชื่นชม ยินดีกับความสำเร็จของคนอื่น

เป็นเรื่องปกติที่เด็ก ๆ จะรู้สึกอิจฉาเมื่อเพื่อนได้ของเล่นชิ้นใหม่เป็นรางวัลที่ประสบความสำเร็จ แต่สิ่งที่คุณควรรู้ก็คือ ความรู้สึกในแง่ลบที่ลูกของคุณมีต่อเพื่อนคนอื่นนั่นแหละที่ทำร้ายตัวลูกของคุณเอง ในขณะที่เพื่อนของพวกเขาไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยเลย คุณจึงต้องสอนให้พวกเขารู้จักการชื่นชม สนับสนุน และยินดีกับความสำเร็จของคนอื่น ๆ เมื่อเห็นว่าเขาสำเร็จได้ก็เพราะพยายามทำงานอย่างหนัก เมื่อถึงเวลาของลูกของคุณ พวกเขาก็จะตั้งใจทำเรื่องของตัวเองให้ดีที่สุด โดยไม่เอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับเพื่อนคนอื่น

สอนพวกเขาว่าถ้าล้มเหลว ก็แค่ลองอีกครั้ง

นิยามของคำว่าล้มเหลวที่พวกเราเข้าใจกันดีก็คือ มันเป็นความเจ็บปวด ทำให้รู้สึกอับอาย ผิดหวัง รู้สึกแย่กับตัวเอง แต่ต้องไม่ลืมว่ากว่าจะประสบความสำเร็จ คนทุกคนเคยล้มเหลวกันมาก่อนแล้วทั้งนั้น เช่นเดียวกัน เด็กที่จิตใจเข้มแข็ง พวกเขาจะสนใจว่าจะแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาด ซึ่งเป็นสาเหตุของความล้มเหลวอย่างไร โดยที่ไม่จมอยู่กับความผิดหวัง พวกเขาจะมีกรอบความคิดที่จะเปลี่ยนความล้มเหลวให้เป็นประสบการณ์และการเรียนรู้เชิงบวก จะช่วยให้เด็ก ๆ มีความมั่นใจ หากพวกเขาได้เกรดวิชาภาษาต่ำ ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่เก่งวิทยาศาสตร์

สอนให้พวกเขารู้จักให้กำลังใจตัวเอง

กว่าจะประสบความสำเร็จได้จำเป็นต้องใช้เวลา ซึ่งระหว่างนั้นก็เป็นเรื่องธรรมดาที่เราจะรู้สึกท้อแท้ เหนื่อย อยากพัก สมองจะเริ่มสั่งการให้เราหยุดพยายามแล้วยอมแพ้ ในขณะที่เด็กที่มีสภาพจิตใจเข้มแข็ง พวกเขาจะยังอดทนอย่างมุ่งมั่นต่อไป แม้ว่าจะรู้สึกเหนื่อยแค่ไหนก็ตาม และเมื่อพวกเขาทำอะไรได้สำเร็จ พวกเขาจะรู้สึกว่าตัวเองเก่งและแข็งแกร่งกว่าที่คิดไว้ในตอนแรก

แหล่งที่มา : www.sanook.com

0 replies

Leave a Reply

Want to join the discussion?
Feel free to contribute!

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *