อื่นๆ

6 ผลงานสุดปังของศิลปินไทยได้ร่วมงานกับศิลปินเกาหลี

6 ผลงานสุดปังของศิลปินไทยได้ร่วมงานกับศิลปินเกาหลี

พักนี้เราจะเห็นใช่มั้ยล่ะว่ามีเพลงหลายเพลงเลยที่มีการร่วมงานกับศิลปินต่างชาติ ในประเทศไทยก็ไม่น้อยหน้า เพราะมีหลายเพลงเลยที่ศิลปินไทยเราได้ร่วมงานกับศิลปินต่างชาติอย่าง ศิลปินเกาหลี แถมบางเพลงก็ทำออกมาได้เป็นอย่างดีจนทำเพลงเป็นกระแสทั้งในไทยและเกาหลี วันนี้เราจะมาบอกกันว่าเพลงเหล่านั้นมีเพลงอะไรบ้าง ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

Film feat. JeA of Brown Eyed Girls – Face 2 Face

เรียกได้ว่าเป็นเพลงแรก ๆ เลยที่ได้ร่วมงานกับศิลปินเกาหลี เรียกได้ว่าพีคสุดอะไรสุดกับเพลง Face 2 Face ของศิลปินสุดฮอตในช่วงนั้นอย่าง ฟิล์ม รัฐภูมิ ที่ได้ร่วมงานกับ JeA จากวง Brown Eyed Girls อย่างที่เราพอจะรู้กันดีว่าช่วงนั้นการร่วมงานกับศิลปินต่างชาติไม่ใช่เรื่องง่าย ที่สำคัญคุณเจอาไม่ได้มาแค่ร้องเฉย ๆ ด้วยนะ แต่ยังมาเต้นและถ่ายเอ็มวีอีกด้วย

ALLY feat. GRAY – How to Love

มาต่อกับสาวน้อยสุดน่ารักอย่างน้อง แอลลี่ อชิรญา ลูกสาวของอ่ำ อัมรินทร์ แม้เธอจะมีการพูดถึงอย่างมากช่วงไปออกรายการร้องข้ามกำแพง แต่จริง ๆ แล้วกระแสของเธอก็มีมาก่อนหน้านี้แล้วด้วยซิงเกิลเปิดตัวในฐานะศิลปินเดี่ยวอย่างเพลง How to Love ที่ได้ร่วมงานกับแรปเปอร์ชื่อดังจากเกาหลีอย่าง GRAY ถึงแม้จะไม่ได้มาถ่ายเอ็มวีร่วมกัน แต่ในงานโชว์เคสเปิดตัวคุณเกรย์ก็มีร่วมงานด้วยนะ

GAIA feat. JAY PARK – Audition (เลือกได้)

มาที่เกิร์ลกรุ๊ปกันบ้างกับสาว ๆ GAIA เชื่อว่าหลายคนจะต้องคุ้น ๆ หน้าตาของพวกเธออยู่บ้าง โดยพวกเธอก็มีเพลงที่ทำร่วมกับศิลปินเกาหลีอย่าง JAY PARK กับเพลง Audition (เลือกได้) บอกเลยว่าเพลงนี้ เจย์ ปาร์ค ไม่ได้แค่มาฟีทเท่านั้นนะ แต่มาเป็นโปรดิวเซอร์ร่วม แต่งเพลง-ทำนอง อัดเสียง ลุยเองทั้งหมด บอกเลยว่าปังไม่ไหว

STAMP feat. YOUNG K of DAY6 – ใจอ้วน (Sugar High)

พักจากการเต้นมาทางสายดนตรีกันบ้างดีกว่า อย่างแสตมป์ อภิวัชร์ กับ ยองเคจากวง DAY6 ที่มีเพลงร่วมกันอย่าง ใจอ้วน (Sugar High) เป็นเพลงที่แสตมป์แต่งขึ้นมาแล้วรู้สึกว่าอยากให้มันฟีลแบบเกาหลี เลยติดต่อไปทางค่ายเจวายพีว่าอยากได้ศิลปินมาฟีทด้วย ซึ่งทางนั้นก็ส่งรายชื่อมาหนึ่งในนั้นก็คือยองเค โดยแสตมป์ก็เลือกเขาโดยทันทีเพราะว่าทั้งคู่เคอเจอกันมาก่อน

F.HERO x MILLI feat. Changbin of Stray Kids – Mirror Mirror

เป็นเพลงที่ดังมาก ไม่ใช่แค่ไทยเท่านั้น แต่ดังไกลไปยันต่างประเทศ ซึ่งเพลงนี้เป็นการร่วมงานกันของ 3 แรปเปอร์สุดเจ๋งอย่าง กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่ มิลลิ และชางบิน จากวง Stray Kids เป็นเพลงสุดมันที่เกี่ยวกับการมองตัวเองผ่านกระจก สื่อสารได้ออกมาแบบสุดปัง ที่สำคัญเราจะได้ยินสาวมิลลิแรปเป็นภาษาเกาหลีด้วยนะ

F.HERO x URBOYTJ feat. MINNIE of (G)I-DLE – Money Money

มากันที่เพลงศิลปินไทยได้ร่วมงานกับศิลปินเกาหลีที่เป็นคนไทยกันดีกว่า หลายคนอาจจะงง แต่จริง ๆ แล้วเพลงนี้เป็นการร่วมงานกันของ กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่, ยัวน์บอยทีเจ และมินนี่จากวงไอเดิล คนไทยที่ได้ไปเดบิวต์เป็นศิลปินเกาหลี ซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงที่เธอกลับมาไทยเพื่อพักผ่อน แต่ก็อยากทำงานเพื่อเป็นการโปรโมตในไทยเพิ่มด้วย จึงกลายเป็นเพลงนี้ขึ้นมา

แหล่งที่มา : sistacafe.com

7 ปัญหาที่มักส่งกลิ่นเหม็นให้บ้าน

7 ปัญหาที่มักส่งกลิ่นเหม็นให้บ้าน

หลายคนอาจจำกลิ่นซิตรัสที่ต้อนรับคุณเมื่อคุณเดินเข้าไปในล็อบบี้ของโรงแรมหรูได้ และคุณก็อาจรู้สึกว่าต้องการให้พื้นที่อยู่อาศัยของคุณมีกลิ่นแบบนั้นเช่นเดียวกัน คุณอาจจินตนาการว่าบ้านของคุณมีกลิ่นเฉพาะตัวที่ทำให้รู้สึกเหมือนเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สะอาดและปลอดภัย

แต่ชีวิตมันไมได้ง่ายขนาดนั้น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องล้างจานที่มีกลิ่นเหม็น กลิ่นท่อระบายน้ำในห้องน้ำ กลิ่นสัตว์เลี้ยง ฯลฯ ผลข้างเคียงของกลิ่นเหล่านี้สามารถทำให้บ้านคุณมีกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ หากคุณไม่รู้ว่ากลิ่นเหม็นนั้นมาจากไหน วันนี้เรามี 7 ปัญหาที่มักส่งกลิ่นเหม็นให้บ้านมาให้ทุกคนได้ลองเช็คได้ ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

ถังขยะ

สิ่งนี้น่าจะเป็นต้นเหตุที่ชัดเจนต้นเหตุหนึ่ง ขยะมีกลิ่นเหม็นจากการรั่วไหลและเศษเล็กเศษน้อยสามารถเกิดขึ้นได้เมื่อเวลาผ่านไปและก่อให้เกิดกลิ่นเหม็น แม้ว่าคุณจะล้างมันเป็นประจำก็ตามแต่ก็ควรทำความสะอาดโดยเฉพาะการฉีดน้ำยาฟอกขาวที่เจือจางแล้วและทิ้งไว้ 2-3 ชั่วโมงก่อนจะล้างออกด้วยน้ำ แล้วใช้สบู่ล้างออก อีกวิธีหนึ่งคือให้นำขยะออกไปทิ้งทุกวันแม้ว่าถังขยะนั้นจะยังไม่เต็ม

สัตว์เลี้ยง

พวกเขาอาจเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว แต่ก็มีกลิ่นเหม็น เมื่อขนของพวกมันหลุดร่วงแบคทีเรียจะเกิดขึ้น และมันอาจน่ารังเกียจ ดังนั้นควรอาบน้ำให้สัตว์เลี้ยงของคุณบ่อย ๆ และทำความสะอาดจุดที่พวกเขานอน กินสัปดาห์ละครั้งด้วยสบู่และน้ำ

เสื้อผ้าเปียก

อย่านำเสื้อผ้าสกปรกที่ใช้แล้วไว้ในห้องน้ำ แต่ให้เก็บไว้ในห้องนอนหรือตู้เสื้อผ้าอื่นซึ่งไม่โดนไอน้ำจากอ่างอาบน้ำ และฝักบัว เพราะแบคทีเรียจะเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ชื้น และนั่นคือสิ่งที่ทำให้สถานที่นั้นมีกลิ่นเหม็น หากคุณมีเสื้อผ้าเปียกและสกปรกให้ซักผ้าโดยเร็ว

เครื่องนอน

เราทุกคนเคยได้ยินมาว่าเราไม่สามารถดมกลิ่นบ้านของเราเองได้ และนั่นเป็นเพราะมันมีกลิ่นเหมือนร่างกายของเรา แน่นอนว่ามันจริงเพราะอย่างผ้าปูที่นอนของคุณนั้นก็มีน้ำมันและสิ่งสกปรกจากร่างกายของคุณเปื้อนเมื่อคุณไม่ซักเป็นประจำ ดังนั้นควรซักผ้าปูที่นอนทุกสัปดาห์

เครื่องซักผ้า

เครื่องใช้ในครัวเรือนที่สัมผัสกับน้ำตลอดเวลาสามารถสะสมเชื้อรา ซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ที่สมบูรณ์แบบสำหรับแบคทีเรียที่มีกลิ่นเหม็น ทุกครั้งที่คุณเปิดและปิดประตูเครื่องซักผ้า ความชื้นจากแต่ละรอบการซักจะติดอยู่ในซีล เพื่อป้องกันปัญหาเหล่านี้ให้เปิดฝาเครื่องซักผ้า ลิ้นชักสำหรับใส่น้ำยาซักผ้า ผงซักฟอกทิ้งไว้ 2-3 ชั่วโมงหลังจากเปิดใช้งานครั้งสุดท้าย และหากคุณพบเชื้อราให้ใช้น้ำส้มสายชูและเบกกิ้งโซดาผสมน้ำส้มสายชูแบบ 1 ต่อ 1 เพื่อเช็ดบริเวณที่ได้รับผลกระทบ

เครื่องล้างจาน

เช่นเดียวกับเครื่องซักผ้าของคุณ นี่เป็นจุดยอดนิยมสำหรับเชื้อราและกลิ่นที่อาจเกิดขึ้น สภาพแวดล้อมที่อุ่นและชื้นของมันเปรียบเสมือนสวรรค์ของสปอร์เชื้อรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีเศษอาหารหลงเหลือจากการใช้งานครั้งสุดท้าย

เฟอร์นิเจอร์ใหม่

คุณอาจคิดว่าคุณชอบกลิ่นโซฟาตัวใหม่ของคุณเหมือนกับว่าคุณชอบกลิ่นของรถใหม่ เพราะมันหอมใหม่เอี่ยม แต่กลิ่นนั้นอาจเกิดจากสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย หลายคนอาจไม่ทราบว่าระดับสารพิษภายในอาคารนั้นอาจสูงกว่าสารพิษที่พบภายนอกอาคารถึง 10 เท่า และเฟอร์นิเจอร์ก็เป็นเหตุผลหนึ่งสำหรับเรื่องนี้

แหล่งที่มา : www.sanook.com

5 รูปแบบงานแต่งที่คู่บ่าวสาว New Normal ที่ได้รับความสนใจ

5 รูปแบบงานแต่งที่คู่บ่าวสาว New Normal ที่ได้รับความสนใจ

คนในยุค New Normal คือ คนรุ่นใหม่ที่ใช้ชีวิตเรียบง่ายและมีความคิดที่แปลกใหม่อยู่เสมอ ไม่ยึดติดการใช้ชีวิตในรูปแบบเดิม ๆ แต่เน้นเรื่องของความสะดวก การใช้ชีวิตที่แม้จะเรียบง่ายแต่ก็สร้างความสุขได้เป็นอย่างดี ดังนั้นเมื่อคู่บ่าวสาวสาย New Normal จะจัดงานแต่ง จึงมีความเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครและเหมาะสมต่อสถานการณ์ ดังนั้นจึงขอแนะนำ 5 รูปแบบงานแต่งของคู่บ่าวสาวยุคใหม่ที่ถือว่าน่าสนใจใช้ได้เลยทีเดียว

จัดรวบงานเช้าและงานเลี้ยง

การจัดงานแต่งของคู่บ่าวสาวในสาย New Normal จะนิยมนำงานช่วงเช้าและงานเลี้ยงมาไว้ด้วยกัน คือ เมื่อจัดงานทำบุญใส่บาตรและรดน้ำสังข์ในช่วงเช้าแล้ว คู่บ่าวสาวจะมีการเปลี่ยนชุดและต่อด้วยงานเลี้ยงในช่วงสายไปจนถึงช่วงบ่ายทันที ซึ่งทั้ง 2 งานนี้จะจัดในพื้นที่เดียวกัน ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาและงบประมาณได้ดีเลยทีเดียว เพราะสถานที่จัดงานจะเน้นเป็นบริเวณบ้านของทั้งคู่ เพื่อให้ผู้มาร่วมงานเดินทางสะดวก

จัดเฉพาะงานช่วงเย็น

สำหรับคู่บ่าวสาวยกนิ้ว Normal บางคู่จะมีการจัดเฉพาะงานช่วงเย็นเท่านั้น เพราะอาจจะมีการจัดแยกส่วนที่เชิญเพียงแค่ญาติสนิทเท่านั้น หรือเป็นการทำแบบภายในเฉพาะพ่อและแม่ของทั้งสองฝ่าย รวมไปถึงการพูดคุยและตกลงกับทางญาติเรียบร้อยแล้วว่าจะไม่จัดช่วงเช้า แต่จะจัดเฉพาะช่วงงานเย็น เพื่อช่วยทำให้ประหยัดเวลาและงบประมาณมากขึ้น

จัดงาน Micro Wedding

Micro Wedding คือ งานแต่งของคนยุคใหม่ที่เน้นความเรียบง่ายและจะเชิญเฉพาะเพื่อนสนิทกับญาติเท่านั้น โดยเป็นงานที่สามารถจัดได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่สนามของบ้าน, ริมชายหาด, สวนต่าง ๆ หรือลานอเนกประสงค์ ซึ่งจะเน้นเป็นงานขนาดเล็กที่ไม่จำเป็นต้องตกแต่งหรือมีโต๊ะกินเลี้ยง แต่สามารถให้ความอบอุ่นและความสนุกต่อผู้ที่มาร่วมงานได้อย่างทั่วถึง

จัดงานออนไลน์

การจัดงานออนไลน์เหมาะสมต่อสถานการณ์ยุค Covid-19 เป็นอย่างมาก เพราะงานในลักษณะนี้ไม่จำเป็นต้องเชิญใครมา แต่เป็นการไลฟ์สดของบรรยากาศงานแต่ง โดยภายในงานอาจจะมีเพียงแค่พ่อแม่ของทั้งคู่และญาติอีกเล็กน้อย พร้อมการถ่ายทอดภาพสดส่งตรงไปสู่เพื่อนสนิทและคนรู้จัก เพื่อให้สนุกไปกับงานได้โดยไม่จำเป็นต้องมาด้วยตัวเอง จึงช่วยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิดและทำให้ประหยัดงบประมาณในการจัดงานได้มากพอสมควร

จัดงานในสวน

การจัดงานในสวนที่มีบรรยากาศปลอดโปร่ง ให้ความรู้สึกที่กลมกลืนไปกับธรรมชาติ เป็นอีกหนึ่งรูปแบบงานแต่งในฝันของคู่บ่าวสาวสาย New Normal ยิ่งถ้ามีการตกแต่งสถานที่ได้อย่างกลมกลืนด้วยแล้ว จะยิ่งทำให้งานออกมาดูน่ารื่นรมย์เป็นอย่างมาก จึงถือว่าเป็นงานแต่งที่เก๋แบบมีเอกลักษณ์เลยทีเดียว

แหล่งที่มา : www.sanook.com

เตือนแล้วนะ อาหารที่ไม่ควรสั่งตอนเดท

เตือนแล้วนะ อาหารที่ไม่ควรสั่งตอนเดท

การเดทเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ เเละการสร้างความประทับใจ ดังนั้นการเดทจึงสิ่งสำคัญโดยเฉพาะเดทแรก เพราะจะทำให้ฝ่ายตรงข้ามจำเราได้มากที่สุด ดังนั้นคนไหนที่กำลังจะเตรียมตัวออกเดท สิ่งที่สำคัญในการออกเดท นอกจากจะต้องมีความมั่นใจในตัวเองแล้ว เรื่องของอาหารก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะถือเป็นอีกหนึ่งอย่างที่ตัดสินได้ว่าเดทนี้จะเป็นไปได้ราบรื่นและจบด้วยดีหรือไม่  เพราะถ้าเลือกอาหารผิดชีวิตอาจเปลี่ยนเลยก็ได้ ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้ผิดพลาด เราจะมาบอกกันว่าอาหารที่ไม่ควรสั่งตอนเดทมีอะไรบ้าง

น่องไก่ ปีกไก่

การแทะ ปีกไก่ น่องไก่ เนื้อซี่โครง สุดอร่อยเป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนชื่นชอบ แต่มันไม่ใช่สิ่งที่ควรสั่งมาทานตอนออกเดท เพราะนอกจากจะทำให้หมดความเซ็กซี่แล้ว ปากของคุณจะยังเลอะเทอะมากอีกด้วย เพราะงั้นอย่าทำตอนออกเดทกันนะ

ผลไม้มีเม็ด เช่น แตงโม

แตงโม นั้นเป็นผลไม้ที่มีทั้งน้ำเยอะ และที่สำคัญเม็ดเยอะมาก เวลาที่คุณทานเข้าไปอาจจะมีน้ำของแตงโมไหลลงมา หรือพุ่งออกมา นั้นดูเป็นภาพที่ไม่น่าสวยเลย เเถมยังมีเม็ดเยอะอีก จะให้กลืนลงไปก็คงจะไม่ไหว จะบ้วนออกมาก็ดูไม่สวย

อย่าทานผักมากเกินไป

อาหารที่ไม่ควรสั่งตอนเดท อีกอย่างที่คือ ผัก ใช่เเล้วค่ะดูไม่ผิดเเน่นอน ผักนี่ละ อย่างที่เรารู้กันดีว่าการกินผักเยอะ ๆ เป็นสิ่งที่เราควรทำเพราะเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย แต่ถ้าตอนออกเดทกับหนุ่ม ๆ แล้วละก็ มันกลายเป็นสิ่งต้องห้ามไปซะงั้น เหตุผลง่าย ๆ เลยก็คือ “ผักช่วยให้ขับถ่ายได้ดี” บอกแค่นี้คงรู้กันใช่ไหมว่าจะแย่แค่ไหนถ้าจะต้องลุกจากโต๊ะ ไปเข้าห้องน้ำบ่อย ๆ แล้วอีกอย่างเวลาที่คุณทานผักเยอะ ๆ อาจจะมีเศษผักแอบติดอยู่บนฟันคุณก็ได้

น้ำอัดลม และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ท่องไว้นะน้ำเปล่าดีที่สุด หรือจะน้ำผลไม้ก็ได้ ไม่ใช่ว่าให้รักสุขภาพอะไรหรอกนะ แต่น้ำอัมลมรู้กันอยู่แล้วว่ามีกรด มีโซดา อัดก๊าซมาเรียบร้อย ดื่มแล้วก็สดชื่นซาบซ่า แต่ในระหว่างที่กำลังสนทนาอย่างสนุกสนาน คงไม่ใช่เรื่องดีถ้าหากคุณเผลอเรอ หรือผายลมออกมาต่อหน้าคนที่คุณเพิ่งจีบกัน ส่วนแอลกอฮอล์ สำหรับสาว ๆ ที่รู้ตัวว่าคออ่อน อย่าได้ลองจิบเด็ดขาด เมามาจะเสียการควบคุมอารมณ์เอาได้

อาหารที่มีเครื่องเทศ กลิ่นแรง

อาหารที่ทานแล้วมีกลิ่นติดปากงดได้ก็งด อย่าทำตอนออกเดท ถึงแม้ตอนกินจะเอ็นจอยเพราะมันอร่อยสุด ๆ แต่พอไปดูหนังต่อกะจะสวีทกันเท่านั้นแหละ อ้าปากที กลิ่นโชยแน่นอน ทำเอาอีกฝ่ายวิ่งออกจากโรงแทบไม่ทัน ถ้าไม่รักกันจริงสิ่งนี้ห้ามกินเด็ดขาด

แฮมเบอร์เกอร์ชิ้นใหญ่

การกัดเบอร์เกอร์ชิ้นใหญ่ ต่อหน้าคู่เดทของตัวเองในครั้งแรกที่ออกไปเที่ยวด้วยกัน อาจไม่ใช่ความน่าประทับใจสักเท่าไหร่ ความกว้างของปาก ถ้ายังไม่สนิทอย่าเพิ่งไปสำแดงให้ใครเห็น เขาจะตกใจเอาซะเปล่า แถมอาจหกเลอะเทอะได้เนื่องจากกัดเบอร์เกอร์ไม่ขาด ชิ้นเนื้อ และผัก ห้อยรุ่งริ่ง เป็นที่น่าดูสักเท่าไหร่ อย่าเสี่ยงที่จะทานเลยนะ

อาหารทะเล

ส่วนใหญ่คุยจีบกันกระหนุงกระหนิง พอมานัดออกเดท กลับต้องมาพลาดเอาเพราะมื้ออาหารนี่แหละ โดยเฉพาะกุ้ง หอย ที่ต้องใช้มือแกะ คุณผู้หญิงที่ทำเล็บมา อาจจะพังเอาวันนี้ก็ได้ ไหนจะน้ำจิ้มซีฟู้ดที่แซ่บจี้ด แต่กินทีไรก็ทำให้มีกลิ่นปากทุกที และไม่ใช่แค่กลิ่นปาก กลิ่นคาวอาหารทะเลยังติดไปยันมือ ซอกเล็บอีกด้วย

อาหารประเภทเส้น

อาหารเส้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นสปาเกตตี้ ก๋วยเตี๋ยว หรือขนมจีน ล้วนแล้วแต่มีโอกาสที่เส้นจะดีดใส่เสื้อผ้าชุดโปรดของคุณ เลอะเราคนเดียวว่าน่าอายแล้ว ดันกระเด็นไปเลอะคู่เดทของคุณอีก

แหล่งที่มา : www.venuee.co

6 สไตล์รองเท้าที่ผู้ชายต้องมี

6 สไตล์รองเท้าที่ผู้ชายต้องมี

การเลือกรองเท้าที่แมชกับสไตล์การแต่งตัวถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ รองเท้าแต่ละแบบ แต่ละประเภทก็ช่วยคอมพรีตลุคที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะสำหรับผู้ชายแล้ว รองเท้าคือหนึ่งในไอเทมสำคัญที่ขาดไม่ได้ ทั้งช่วยเสริมบุคลิก ทำให้มีสไตล์เป็นของตัวเอง ใครว่าแฟชั่นเป็นเรื่องเฉพาะผู้หญิงไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว เพราะปัจจุบันผู้ชายเองก็นิยมแต่งตัวกันมากขึ้นดังนั้นการเลือกรองเท้าก็สำคัญไม่แพ้กัน

แต่รองเท้าผู้ชายก็มีด้วยกันหลากหลายรูปแบบ จะมิกซ์แอนด์แมชยังไงให้เข้ากับสไตล์การแต่งตัวของแต่ละคน เพราะฉะนั้นวันนี้ลองมาทำความรู้จักรองเท้าผู้ชายแต่ละแบบว่าเป็นยังไง เหมาะกับงานแบบไหน การแต่งตัวแบบไหน ครั้งต่อไปจะได้เลือกมาใส่อย่างมีสไตล์

Oxford Shoes

Oxford Shoes แบบดั้งเดิมจะเป็นรองเท้าสำหรับออกงานที่มีความทางการสูง ตัวรองเท้าทำจากหนังแบบเรียบ ๆ ไม่มีฉลุลวดลาย รูปทรงปลายรองเท้าจะโค้งมน ส่วนหนังเชือกรองเท้าจะชิดติดกันสนิท มีรูร้อยเชือกที่ถูกเย็บไว้อย่างประณีต

ปัจจุบัน Oxford Shoes มีหลากหลายรูปแบบมากขึ้นและถูกออกแบบมาให้มีความ Casual มากขึ้นด้วย โดยบางแบบมีฉลุลวดลายเพิ่มลูกเล่นและตกแต่งให้สวยงามขึ้น ทำให้แมชกับลุคกึ่งทางการหรือใส่ในชีวิตประจำวันได้มากขึ้นด้วย

Loafer Shoes

รองเท้าหนังสุดเก๋าที่ผู้ชายทุกคนต้องมีติดบ้านไว้สักคู่ เพราะเป็นรองเท้าที่สามารถมิกซ์แอนด์แมชได้เกือบทุกลุค ทั้งงานทางการและไม่เป็นทางการ ซึ่งจะให้ลุคที่ดูสบาย เข้าถึงง่าย และค่อนข้าง Casual

สำหรับรองเท้าสไตล์นี้จะผลิตจากหนัง ไม่มีเชือกผูก และเสริมส้นเล็กน้อย โดยตรงส่วนหน้าของรองเท้ามีหลากหลายรูปแบบ ทั้งแบบเรียบ ๆ ไม่มีดีเทล แบบมีพู่ และแบบมีห่วงประดับ ซึ่งแต่ละแบบก็ให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันไป แต่ที่สำคัญของรองเท้าสไตล์นี้ก็คือเป็นรองหนังที่สวมใส่ง่าย ใส่สบาย

Boots Shoes

รองเท้าบูทสำหรับผู้ชายที่สามารถสวมใส่ได้ทั้งโอกาสที่เป็นทางการ และไม่เป็นทางการ ลักษณะของรองเท้าบูทแบบนี้มีทั้งที่ทำจากหนังและวัสดุอื่น ๆ ทำให้สามารถนำมามิกซ์แอนด์แมชได้กับทุกสไตล์อย่างลงตัว โดยถ้าเป็นบูทหนังก็สามารถใส่ออกงานที่ค่อนข้างเป็นทางการได้ แต่ยังคงคอนเสปต์ของความเท่ สมาร์ตในแบบที่เป็นตัวของตัวเอง ส่วนถ้าเป็นวัสดุอื่น เช่น ผ้ากํามะหยี่ ก็จะให้ลุคที่มีความเป็นแฟชั่นมากขึ้น สามารถมิกซ์แอนด์แมชกับเสื้อเชิ้ตและกางเกงยีนส์ได้อย่างลงตัวเช่นกัน

Sneakers

รองเท้าผ้าใบที่เรียกว่าเป็นรองเท้าไม้ตายที่ทุกคนมีแน่นอน โดย Sneakers มีด้วยกันหลากหลายรูปแบบ หลายสไตล์ ส่วนใหญ่จะเหมาะกับโอกาสที่ไม่เป็นทางการ หรือสวมใส่ในชีวิตประจำวัน แต่ด้วยความที่ Sneakers เป็นรองเท้าที่เป็นที่นิยมจึงกลายเป็นแฟชั่นไอเทมที่สามารถแมชได้หลายลุค ไม่เว้นแม้กระทั่งลุคออกงานที่ค่อนข้างเป็นทางการ

Slip-On Shoes

รองเท้าลำลองแบบสวมที่มีจุดเด่นอยู่ที่การสวมใส่สบาย เป็นอีกหนึ่งแฟชั่นไอเทมสำหรับคุณผู้ชายที่สามารถมิกซ์แอนด์แมชได้กับหลายลุค โดยเฉพาะลุคที่มีความ Casual ให้ความรู้สึกสบาย ๆ เข้าถึงง่าย สามารถใส่ได้ในชีวิตประจำวัน

Sandals

รองเท้าแตะที่มีสายรัด ผลิตจากวัสดุที่หลากหลาย ตั้งแต่หนัง ผ้า พลาสติก ไนลอน ยาง ฯลฯ โดยออกแบบมาเน้นให้ใส่สบาย ไม่อึดอัด และปัจจุบันรองเท้าแตะที่มีสายรัดแบบนี้เป็นที่นิยมมากขึ้น เพราะเข้ากับการแต่งตัวได้หลากหลายสไตล์ เป็นอีกหนึ่งแฟชั่นไอเทมที่ช่วยให้สามารถแมชลุคต่าง ๆ ได้ดีขึ้น

แหล่งที่มา : www.the1.co.th

6 วิธีชวนคุย สำหรับคนคุยไม่เก่ง

6 วิธีชวนคุย สำหรับคนคุยไม่เก่ง

เชื่อได้เลยว่าต้องมีหลายคนที่เคยมีประสบการณ์อยากจะชวนเขาคุย แต่ไม่รู้จะชวยคุยยังไง เพราะโดยพื้นฐานเราเป็นคนคุยไม่เก่ง ไม่ว่าจะเป็นแช็ตหรือคุยแบบตัวเป็น ๆ ก็ตาม เรื่องของความรักเนี่ยถ้าอีกฝ่ายพูดไม่เก่งก็อาจเสี่ยงที่จะคุยกันได้ไม่ราบรื่นเท่าไหร่เหมือนกันนะ แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะในวันนี้เรามีวิธีชวนคุย สำหรับคนที่คุยไม่เก่งมาฝากกันจะมีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลย

ทักทายแบบจริง ๆ จัง ๆ

การเริ่มทักทายแบบจริง ๆ จัง ๆ ที่ว่าไม่ใช่ทักทายแบบเป็นทางการเวอร์วัง เช่นสวัสดี ดิฉันชื่อ….. อะไรแบบนี้ แต่หมายถึงว่าควรพิมพ์และใช้ภาษไทยให้ถูกต้องนั่นเอง ประเภท ทักจร้า ทามไรยุ อะไรแบบนี้เขาอาตคิดว่าเราคุยเล่น ไม่จริงจังได้นะ ถ้าเราพิมพ์ไปแบบจริงจัง ๆ หน่อยเช่น สวัสดีค่า / ทำอะไรอยู่เหรอ มันจะดูจริงใจมากขึ้น ดังนั้นเราต้องหนักแน่นในการใช้คำและรูปประโยคให้มากยิ่งขึ้นนั่นเอง เขาจะได้รับรู้ถึงความจริงจังและจริงใจของเรานะ

ถามเขาด้วยคำถามเบสิคอย่าง วันนี้เป็นไงบ้าง

“วันนี้เป็นไงบ้าง” ถึงคำถามนี้จะดูเป็นคำถามที่น่าเบื่อ แต่จริง ๆ แล้วเป็นคำถามที่ดีมาก ๆ เลยนะ เพราะวัน ๆ นึงเราก็เจอกับอะไรมากมาย เขาก็เจออะไรมากมาย แน่นอนว่าการถามคำถามแบบนี้เป็นการเปิดช่องให้เขาได้คุยกับเราได้ยาวขึ้น เพราะว่าเวลาเขาเล่านั้น เราก็จะมีจังหวะถามไปถามกลับกันบ้างตามมารยาท ซึ่งมันก็จะต่อบทสนทนาของเราและเขาให้ยาวขึ้นด้วย

พยายามชวนคุยเรื่องที่เขาสนใจ

คุยไปคุยมาหรือแอบไปส่องพวกหน้าเฟซบุ๊กเขาดูบ้างก็ได้นะว่าเขาชอบแชร์เกี่ยวกับเรื่องอะไรบ้าง ถ้าเขาชอบอะไรที่คล้าย ๆ เรา เช่น ชอบดูการ์ตูนญี่ปุ่นมาก ๆ เราก็เป็นคนชอบการ์ตูนญี่ปุ่นก็ลองทักเขาไปเลยว่า ชอบดูเรื่องนี้เหรอ เห็นแชร์ออกมาอะ เขาก็จะตอบมา ซึ่งถ้าคำตอบของเขาเหมือนกันกับเราล่ะก็ อันนี้ยาวได้เรื่อย ๆ แน่นอน

พยายามอย่าตอบสั้น + ต้องถามกลับไปด้วย

หลาย ๆ ครั้งที่เราอาจจะติดพิมพ์สั้น ๆ อย่าง อ๋อ 55555 หรือ ใช่ ๆ อะไรแบบนี้คือแบบอย่าหาทำ เพราะว่ามันจะต่อบทสนทนาได้ยากมาก ๆ เลย อีกฝ่ายอาจจะทำตัวไม่ถูกว่าต้องไปต่อยังไง ดังนั้นเราต้องต่อด้วยการถามกลับไปด้วยเสมอ พอต่อบทสนทนาให้ยาวได้มากขึ้น แล้วก็พยายามหาจุดที่จะเอาไปเป็นคำถามได้แบบคนฟังอ่านแล้วไม่งงด้วยนะ

เล่นมุกบ้างให้เป็นสีสัน

เมื่อเราคุยไปนาน ๆ ก็ลองหยอดเขาดูบ้าง มันจะมีแบบอ่านแล้วต้องแอบยิ้ม แอบขำกันบ้างแหละ ไม่งั้นสีสันในแช็ตของเราจะดูราบเรียบเกินไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องดูด้วยนะว่าเขาเป็นคนแบบที่เราจะเล่นมุกแบบนี้ได้ด้วยหรือเปล่า เพราะบางคนก็เป็นคนแบบเรียบร้อย ไม่ค่อยพูดเยอะ เขาอาจไม่ชอบการเล่นมุกก็ได้นะ

อย่าพยามทำในสิ่งที่ไม่เป็นตัวเอง

หลายคนพยายามมาก ๆ ที่จะเป็นในแบบที่เขาชอบ เขาสนใจ เช่นเขาชอบดูบอล เราก็เลยต้องไปดูบอล แต่ปรากฎว่าเราดูยังไงก็ไม่สนุก ไม่แฮปปี้เอาซะเลย ดังนั้นเนี่ยอย่าฝืนจะดีที่สุด ช่วงแรก ๆ มันอาจจะดี มันอาจจะราบรื่น แต่ถ้านานวันเข้า ความเป็นเรายังไงมันก็ต้องออกมาอยู่วันยันค่ำ ดังนั้นถ้าเขามารู้ทีหลังว่าเราไม่ใช่แบบที่เขาคิดโอกาสแห้วมีสูงมาก สู้เราเป็นตัวของเราไปเลยดีกว่า ถ้าวันนึงจะรักกันชอบกันจริง ๆ ต่อให้ความชอบไม่ตรงกัน ยังไงเขากับเราก็จะต้องพยายามปรับจูนเข้าหากันให้ได้อยู่แล้วในสักวัน

แหล่งที่มา : sistacafe.com

ชีวิตก้าวหน้าได้ ด้วยวิธีเสริมความมั่นใจ

ชีวิตก้าวหน้าได้ ด้วยวิธีเสริมความมั่นใจ

ไม่ว่าใครก็อยากจะมีที่ก้าวหน้า มีชีวิตที่พัฒนา ไม่หยุดนิ่งอยู่ที่เดิม อยากทำสิ่งใหม่ ๆ แต่อุปสรรคตัวร้ายที่คอยกวนใจหลาย ๆ คนอยู่ก็คือ การขาดความมั่นใจในตัวเอง เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะมีความมั่นใจในตัวเองมากหนัก จนทำให้คุณไม่กล้าเดินออกไปทำอะไรใหม่ ๆ แต่โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว ถ้าอยากก้าวหน้าก็ต้องมีความมั่นในตัวเองหน่อย โดยวันนี้เรามาจะเสริมความมั่นใจกัน ด้วย 9 วิธีเหล่านี้

มองเห็นคุณค่าในตัวเอง

หาดอยากมีความมั่นใจ อย่างแรกเลยก็คือการมองเห็นคุณค่าในตัวเอง มองเห็นข้อดี จุดเด่นในตัวเอง ปรับความคิด และ ทัศนคติของตัวเองว่า คุณสามารถทำได้ พร้อมยอมรับข้อผิดพลาดเมื่อทำผิด พร้อมปรับปรุงข้อเสียที่ตัวเองมี และพยายามหาทางแก้ไขให้ดียิ่งขึ้น

เชื่อมั่นในตัวเอง

หลาย ๆ คนที่ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง ทำให้ปฏิเสธโอกาสของตัวเอง ทำให้ไม่ได้หลาย ๆ สิ่งในชีวิต เพราะคิดว่า ฉันทำไม่ได้ หรือ ฉันดีไม่พอ ความคิดเหล่านี้เป็นความคิดด้านลบ เป็นบ่อเกิดทำให้คุณไม่มีความมั่นใจในตัวเอง ไม่กล้าที่จะออกจาก Comfort Zone ดังนั้นลองมีความมั่นใจขึ้น กล้าคิด กล้าพูด กล้าทำอย่างเต็มความสามารถ ถ้าผลลัพธ์สำเร็จ รับรองว่าคุณจะมีความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นอีกเยอะเลยล่ะ

มองโลกในแง่ดี

ความคิดในแง่บวก เป็นความคิด ที่จะช่วยกระตุ้นให้ตัวคุณเองคิดถึงแต่สิ่งที่ดีๆ ดึงดูดสิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต อย่าพยายามนึกถึงความคิดในแง่ลบ หรือข้อความที่ต่อว่าตัวเอง รวมไปถึงประโยคที่แสดงถึงความสิ้นหวัง เช่นชีวิตของฉัน มนกฌแบบนี้อยู่แล้ว หรือ ทำไมต้องเจอเรื่องแบบนี้ ประโยคเหล่านี้จะบ่อนทำลายความมั่นใจ ลองเปลี่ยนวิธีคิดและมุมมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น ย่อมมีเหตุและผล หรือสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น เป็นแบบทดสอบในชีวิต แค่นี้ก็จะทำให้คุณแข็งแกร่ง มีความมั่นใจในการต่อสู้ปัญหาเพิ่มขึ้น

ตั้งเป้าหมาย

ถ้าเราไม่มีเป้าหมายในชีวิต จิตใจจะห่อเหี่ยว รู้สึกตัวเองไม่มีค่า ทำให้ขาดความมั่นใจในชีวิต ดังนั้นหากอยากมีความมั่นใจ ลองเริ่มต้นด้วยการตั้งเป้าหมายสิ่งที่อยากทำ เป็นการชาแลนจ์ ฝึกฝนตัวเอง แถมยังก่อให้เกิดแรงบันดาลใจ เป็นพลังให้เราในการกล้าทำสิ่งต่าง ๆ โดยลองเริ่มจากการตั้งเป้าหมายสิ่งเล็ก ๆ เพื่อเพิ่มความมั่นใจในตัวเอง แล้วไต่ระดับไปจนถึงสิ่งใหญ่ ๆ นอกจากเพิ่มความมั่นใจในตัวคุณเองแล้ว ยังช่วยให้คุณเติบโต แข็งแกร่งในการใช้ชีวิตได้อีกด้วย

เรียนรู้ เพิ่มพูนทักษะ

ทักษะและความรู้ ถือเป็นอาวุธที่เฉียบคม การมีความรู้มีทักษะย่อมมีความได้เปรียบ มีโอกาสในชีวิตเพิ่มมากยิ่งขึ้น การมีความรู้มีทักษะรอบด้านก็ทำให้สาว ๆ มีความมั่นใจในการใช้ชีวิตได้ เพราะไม่กลัว ที่จะเจอสิ่งต่าง ๆ ลองเปรียบเทียบกับคนไม่มีความรู้ ไม่มีทักษะ ก็จะเกิดความไม่กล้า ไม่มีความมั่นใจในการทำสิ่งนั้น ๆ

ปรับบุคลิกภาพ

บุคลิกที่ดีจะช่วยสร้างภาพลักษณ์ของเราให้สง่า เมื่อคนเห็นจะดึงดูดพลังงานบวกมาให้เรา ก็คือ ถ้าเราบุคลิกดี แต่งตัวดี การเดิน ท่าทาง วางตัวดี ทำให้คุณดูน่าเข้าหา และ น่าเชื่อถือ ทำให้เป็นบันไดต่อยอดไปถึงโอกาสต่าง ๆ ในชีวิตได้ แถมถ้าเราบุคลิกดี แต่งตัวดี ก็จะทำให้คุณรู้สึกดีและมั่นใจตัวเองมากขึ้น

ฝึกพูดหน้ากระจก

หากพูดถึงเวลาที่ต้องออกไปพูดหน้าห้อง หรือพรีเซนต์งานต่าง ๆ สาว ๆ หลายคนอาจเกิดความรู้สึกประหม่า หวาดกลัว และวิตกกังวลไม่ใช่น้อย เกิดเป็นความไม่มั่นใจ ทำให้พูดตะกุก ตะกัก ส่งผลให้คนฟังไม่เชื่อถือ ก่อเกิดเป็นอุปสรรคต่อการเรียนและการทำงานได้ วิธีแก้ไขปัญหาดังกล่าว คือการลองฝึกพูดหน้ากระจก ฝีกซ้อมบ่อย ๆ จนเกิดความเคยชิน ก็จะช่วยให้คุณมองเห็นท่าทางตัวเอง จุดบกพร่อง เพื่อนำไปแก้ไขได้

ไม่คิดกังวลมากจนเกินไป

การวิตก กังวลมากจนเกินเหตุ ย่อมส่งผลให้คุณสูญเสียความมั่นใจได้ ทางแก้ไขคือให้พยายามคิดว่าสิ่งที่เรากำลังอยู่นั้นเป็นเรื่องสนุก ตื่นเต้น และน่าท้าทายที่จะได้ทำในสิ่งนี้มากกว่าการคิดกังวลไปต่าง ๆ นานา ซึ่งนั่นจะยิ่งทำให้คุณเครียด และอาจทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร หรือหากได้ยินคำวิจารณ์ ก็ไม่ควรจะเก็บเอามาทำลายความมั่นใจ แต่ลองเก็บเอาความมั่นใจนั้นมาเป็นพลัง เป็นคำสอนในการปรับปรุงตัวเองให้ดียิ่งขึ้น

เขียนสิ่งที่ตัวเองทำได้สำเร็จ

การเขียนสิ่งที่คุณทำได้สำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ในช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นการรวบยอด เตือนความจำในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็ก เรื่องใหญ่ก็ควรเขียนลงบันทึกไว้ เช่น คุณสามารถวิ่งได้ 10 กิโลเมตร ทำงานสำเร็จตามเป้าหมาย งดทานกาแฟติดต่อกัน ฯลฯ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้คุณรู้สึกภูมิใจกับความสำเร็จของตัวเอง แม้บางเรื่องจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ก็เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าคุณมีความพยายามและสามารถประสบความสำเร็จได้ง่าย ๆ

แหล่งที่มา : www.mmchic-th.com

เปลี่ยนตัวเองให้ใจเย็นลง ด้วยวิธีฝึกความอดทน

เปลี่ยนตัวเองให้ใจเย็นลง ด้วยวิธีฝึกความอดทน

สภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ทุกอย่างดูรีบเร่งอยู่ตลอดเวลา จนอาจทำให้เรามีความอดทนน้อยลงกว่าแต่ก่อน และเพราะความอดทนที่น้อยลงนี่ละ ที่ทำให้เราหงุดหงิดและเกิดความเครียดง่ายขึ้นกว่าเดิม ความรู้สึกเหล่านี้เมื่อเกิดขึ้นสะสมกันเป็นเวลานานก็อาจจะทำให้สุขภาพจิตแย่ลง กลายเป็นคนอารมณ์แปรปรวน บางรายอาจหนักถึงขนาดกลายเป็นโรคซึมเศร้า ซึ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นก็เพราะเรามีความอดทนน้อยลงนั่นเอง แต่เราจะทำอย่างไรให้มีความอดทนมากขึ้นละ ก็อาจทำให้เราใจเย็นลงได้บ้าง ดังนั้นเรามีฝึกความอดทนกันดีกว่า โดยในวันนี้เรามี 4 วิธีฝึกความอดทนมากฝากกัน จะมีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลย

เอ่ยขอบคุณให้มากขึ้น

การขอบคุณมีประโยชน์มากมาย การวิจัยหนึ่งแสดงให้เห็นว่าการขอบคุณทำให้เรารู้สึกมีความสุขมากขึ้น เครียดน้อยลง และช่วยทำให้มองโลกในแง่ดีมากขึ้น และการศึกษาที่ถูกตีพิมพ์ในวารสารด้านจิตวิทยา Psychological Science ในปี 2014 ยังพบอีกว่า การขอบคุณสามารถช่วยให้เรามีความอดทนมากขึ้น

ขณะที่ Ye Li นักวิจัยและผู้ช่วยศาสตราจารย์จากคณะบริหารธุรกิจแห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียริเวอร์ไซด์ ได้เปิดเผยว่า การที่เราแสดงออกว่าเรารู้สึกอย่างไรจะช่วยให้เราควบคุมตัวเองได้ดีขึ้น แถมยังช่วยลดการขาดความอดทนลงได้ ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องยากค่ะ ในการฝึกขอบคุณก็แค่เพียงเราเอ่ยคำว่าขอบคุณกับคนที่ทำบางสิ่งให้คุณด้วยรอยยิ้ม หรือนึกขอบคุณตัวเองเมื่อสามารถทำบางสิ่งได้ เมื่อเราขอบคุณจนเป็นนิสัยก็จะทำให้เรามองโลกในแง่ดีและมีความอดทนมากขึ้นได้อย่างแน่นอน

มีสติให้มากขึ้น

เชื่อว่าหลายคนก็คงต้องเคยวอกแวกทำในสิ่งที่เราไม่รีบร้อนแทนที่จะทำในสิ่งที่เร่งด่วนมากกว่าโดยที่เราเองก็ไม่รู้ตัว นั่นก็เป็นเพราะเราไม่สามารถจัดลำดับความสำคัญกับสิ่งต่าง ๆ ได้ หลายครั้งที่ความคิดของเรามักโดดไปมาระหว่างเรื่องนั้นเรื่องนี้จนทำให้เราไม่สามารถควบคุมความคิดตนเองได้ ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เรารู้สึกยุ่งยากและวุ่นวายอยู่ตลอดเวลาจนทำให้เรากลายเป็นคนเร่งรีบและมีความอดทนน้อยลง

การมีสติและการตระหนักถึงความคิดของเราอยู่เสมอจะช่วยทำให้เราสามารถจัดระเบียบความคิดของเราได้ดียิ่งขึ้น ลองเขียนความคิดต่าง ๆ ของคุณลงในกระดาษดู จะช่วยให้คุณจัดการความคิดของตัวเองได้ และทำให้เรารู้ว่าสิ่งใดที่ทำให้เรารู้สึกรีบเร่งหรือทำให้เราไม่มีความอดทน วิธีนี้จะช่วยให้เราสามารถควบคุมความคิดไม่ให้วอกแวกได้ง่าย ๆ

ฝึกให้ตัวเองยอมรับในสิ่งที่ยากลำบากให้ได้

บางครั้งความสะดวกสบายก็ไม่ได้ดีเสมอไป เพราะความสะดวกสบายเหล่านั้นจะทำให้เรารู้สึกมีความอดทนน้อยลง และเมื่อเราต้องเจอกับความยากลำบากเราจึงไม่สามารถอดทนกับมันได้ ดังนั้นเราจึงควรที่จะฝึกให้ตนเองทนกับความยากลำบากและความไม่สะดวกสบายให้ได้ และเมื่อเราสามารถอดทนกับสิ่งเหล่านั้นได้ เราก็จะมีความอดทนมากขึ้น และสามารถมีความสุขแม้ว่าต้องพบเจอกับสิ่งที่ดูยากลำบากก็ตาม

หายใจลึก ๆ

เมื่อเรารู้สึกว่าหลาย ๆ สิ่งมันไม่เป็นไปตามที่เราคาดหวังไว้ การถอนหายใจแล้วหายใจเข้าลึก ๆ ก็สามารถช่วยให้เราสงบจิตใจและร่างกายตัวเองได้ ซึ่งวิธีการผ่อนคลายง่าย ๆ นี้จะช่วยทำให้ช่วยลดความกระวนกระวายใจที่ซึ่งจะนำพาความรู้สึกในแง่ลบต่าง ๆ อย่างเช่น อารมณ์หงุดหงิด เสียใจ ผิดหวัง หรือโกรธเคืองลงได้

แหล่งที่มา : health.kapook.com

ไอเทมเปลี่ยนห้องเดิม ๆ ให้กลายเป็นห้องใหม่

ไอเทมเปลี่ยนห้องเดิม ๆ ให้กลายเป็นห้องใหม่

ในช่วงที่เราจะต้องอยู่บ้านกันบ่อยขึ้น ชีวิตในแต่ละวันก็จะอยู่แต่ในห้องมากขึ้นมันก็ต้องรู้สึกเบื่อ ๆ หันไปทางไหนก็มีแต่บรรยากาศเดิม ๆ ซึ่งอาจทำให้เรารู้สึกหมดไฟกับการทำงานและการทำงานได้นะ ดังนั้นเรามาเปลี่ยนบรรยากาศของห้องเรากันเถอะ ด้วยไอเทมที่จะช่วยเปลี่ยนบรรยากาศให้เราได้

แต่ก่อนจะไปดูว่ามีไอเทมอะไรบ้าง เราจะต้องมีโทนสีของห้องในใจก่อนนะ ว่าอยากให้ห้องเป็นโทนสีอะไร มินิมอลหรือคุมโทนสีสัน การมีโทนสีในใจจะสะดวกง่ายต่อการเลือกแมทซ์ไอเทมนั่นเอง ซึ่งจะมีไอเทมอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลย

ผ้าม่าน

มาเริ่มที่ผ้าม่านกันก่อนเลย นอกจากจะช่วยให้ห้องดูมีสีสัน ดูมีลูกเล่นแล้ว ยังช่วยกันแสงแดดและช่วยลดอุณหภูมิในห้องอีกด้วย โดยเราจะต้องเลือกผ้าม่านให้เหมาะกับการใช้งาน ถ้าอยากให้ห้องเย็น ๆ แนะนำให้ใช้ม่านแบบกัน UV เลย แต่ถ้าห้องเราไม่ได้ร้อนมากแต่อยากมีม่านช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวก็สามารถใช้ม่านทั่วไปได้เลย ราคาไม่แพงแถมยังทำให้ห้องดูมีลูกเล่นเพิ่มขึ้นอีกด้วย

ชุดเครื่องนอน

การเลือกชุดเครื่องนอนนอกจากจะเน้นที่ความสบาย เนื้อผ้าไม่บาดผิวแล้ว ยังต้องคำนึงถึงสีสันอีกด้วยนะ เพราะห้องนอนของเรา จุดที่เด่นที่สุดก็ต้องเป็นส่วนของเตียงนอน ดังนั้นการเลือกผ้าปูที่นอนจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ถ้าอยากคุมโทนแบบสุด ๆ แนะนำให้ซื้อทั้งผ้าปูที่นอนและผ้าห่มเพื่อให้โทนสีไปในทางเดียวกัน จะช่วยให้คุมโทนได้ง่ายขึ้น

ไฟแต่งห้อง

ไฟแต่งห้องเป็นอีกไอเทมที่ทำให้ห้องของเรานั้นเปลี่ยนไปจากแนวเดิม ๆได้อย่างดีเยี่ยมเลย ซึ่งไฟตกแต่งก็มีหลากหลายแบบให้เลือกซื้อทั้งไฟหยดน้ำ ไฟริบบิ้น (LED Strip) หรือจะเป็นโคมไฟก็ช่วยทำให้ห้องมีสีสันหลากหลายได้เหมือนกัน นอกจากจะทำให้ห้องมีสีสัน ก็ยังทำให้เปลี่ยนบรรยากาศการดูหนัง ฟังเพลงได้ด้วยนะ ถ้าอยากให้ห้องมีสีสันเวลาปิดไฟ ไฟแต่งห้องเป็นไอเดียที่ดีเลยล่ะ

พรม

พรมปูพื้น นอกจากได้ความสวยงามแล้วยังทำให้เฟอร์นิเจอร์ของเราไม่มีรอยขูดขีดบนพื้นอีกด้วย ซึ่งพรมก็มีทั้งแบบขนฟูนุ่ม ๆ หรือจะเป็นแบบเรียบ ๆ อันนี้เลือกเอาจากความชอบของเราได้เลย เรื่องการใช้งานส่วนมากคนจะนำมาใช้ปูเพื่อนั่งหรือนอนเล่น แต่รู้ไหมว่าพรมยังสามารถทำให้ห้องของเราดูน่ารักและเพิ่มโซนให้ห้องดูมีอะไรมากขึ้นด้วย

ชั้นวางของ

ชั้นวางของเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่จะช่วยทำให้ห้องของเราเป็นระเบียบมากขึ้น ไม่รกและยังสามารถวางของประดับตกแต่งได้อีกด้วย ซึ่งชั้นวางของก็มีหลากหลายแบบ ทั้งมีบานประตูไว้ปิดเพื่อป้องกันฝุ่นหรือแบบเปิดโชว์เพื่อให้สิ่งของชัด ๆ แต่ไม่ว่าแบบไหนก็ช่วยให้ห้องของเราดูสวยงามเหมือนได้ ถ้าเราจัดวางของในชั้นให้สวยงาม

ของตกแต่งผนัง

ของตกแต่งผนัง เป็นการเพิ่มลวดลายให้ผนังดูไม่ว่างเปล่าจนเกินไป ซึ่งของที่จะนำมาติดสามารถดีไซน์ได้ตามความชอบเลย บางคนอาจนำรูปถ่ายมาแปะผนัง ผ้าที่มีลวดลาย หรือจะเป็นกรอบรูป บางคนอาจจะนำรูปวาดฝีมือตัวเองมาแปะก็ทำได้นะ หรือจะเป็นพวกชั้นติดผนังมาติดเพื่อวางตุ๊กตาหรือวางของตกแต่ง ก็ช่วยให้ผนังของเราดูมีสีสันและลวดลายมากขึ้น

กระจก

มาถึงไอเทมสุดท้ายแล้วกับกระจกนั่นเอง กระจกนั้นมีหลายแบบ มีทั้งตั้งโต๊ะ ติดผนัง หรือตั้งพื้นแบบเต็มตัว ซึ่งแต่ละคนแบบก็ช่วยทำให้ห้องดูเหมือนใหม่มากขึ้น เพราะกระจกทำให้ห้องดูกว้างขวางและมีมิติมากขึ้น และที่สำคัญที่กระจกยังสามารถแต่งห้องเพื่อให้กระจกสะท้อนวิว แล้วก็สามารถเซลฟีเก๋ ๆ ได้อีกหนึ่ง

แหล่งที่มา : sistacafe.com

Trick แมทซ์เสื้อยืดแบบมินิมอล

Trick แมทซ์เสื้อยืดแบบมินิมอล

เสื้อยืด ถือเป็นไอเทมยอดนิยมของใครหลาย ๆ คน เพราะสามารถหยิบมาแมทซ์ได้ง่าย แต่งเมื่อไหร่ก็อินทุกซีซั่น ซึ่งสไตล์ของเสื้อยืดนั่นมีให้เราเลือกใสหลายแบบมาก ซึ่งเทรนด์ที่ได้รับความนิยมมากอีกเทรนด์หนึ่งก็คือ สไตล์มินิมอล วันนี้เราเลยจะมาแนะนำ Trick แมทซ์เสื้อยืดแบบมินิมอล มาฝากทุกคนกัน ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

Trick 1 เลือกสีเสื้อยืดโทนซอฟต์ ถ้าสีเข้มต้องไม่ใช่สีสด

ทริกแรกก็คือการคุมโทน ควรเลือกเสื้อยืดในโทนสีซอฟต์ ๆ เอาไว้ก่อนอันดับแรก เน้นเลือกโทนสีละมุน เช่นสีเบจ สีครีม สีน้ำตาลอ่อน เทาอ่อน ฟ้าอ่อน เพราะแมทซ์ได้กับหลายไอเทม และทำให้ลุคสวยเรียบง่ายแต่ดูดี นอกจากนี้โทนสีเข้มอย่าง น้ำเงินเข้ม เขียวเข้ม ดำเข้ม ก็เป็นสีเข้มที่มีค่าสีคุมโทน ไม่ใช่สีสดจนแสบตา

Trick 2 เลือกสไตล์เสื้อยืดคอกลม กับกางเกง / กระโปรงสีเอิร์ธโทน

ถ้าอยากแต่งลุคมินิมอลให้ออกมาดูดี การเลือกเสื้อยืดคอกลมสีพื้นแมทซ์คู่กับกระโปรงหรือกางเกงสีเอิร์ธโทนเป็นสิ่งที่ลงตัวมาก ๆ แนะนำให้เลือกเสื้อยืดคอกลมสีพื้นเรียบ ๆ ในโทนสีกลางซอฟต์ ๆ เช่นสีขาว สีครีม สีเบจ สีเทาอ่อน และสีน้ำตาล

โดยกางเกงหรือกระโปรงสีเอิร์ธโทนที่จับคู่กับเสื้อยืดคอกลมสีพื้น ให้สวยชิคแบบมินิมอลลงตัวคือ ต้องเป็นโทนสีอบอุ่นที่อินสไปร์มาจากโทนสีธรรมชาติ อาทิ สีครีม สีเบจ สีน้ำตาล เน้นสีพื้นเรียบ ๆ ไม่มีลวดลาย พร้อมเลือกสไตล์กางเกงและกระโปรงแบบไม่รัดรูป

Trick 3 เสื้อยืดพิมพ์ตัวอักษรให้แมทซ์กับไอเทมตัวล่างสีพื้น

การหยิบเสื้อยืดตัวอักษร จะช่วยให้ลุคดูดีมีสไตล์มากขึ้น แต่ยังคงเน้นย้ำให้สาว ๆ เลือกเสื้อยืดที่พิมพ์ลายตัวอักษรแบบเล็ก  ๆ หรือพิมพ์ในจำนวนไม่น้อย คุมโทนเสื้อยืดในโทนสีขาว สีเบจ และสีเอิร์ธโทน

Trick 4 เสื้อยืดลายทางก็สามารถแต่งลุคมินิมอลได้

เสื้อยืดลายทางนี่แหละ ไอเทมฮอตในการสร้างลุคมินิมอลให้โดดเด่นขึ้น เพราะแม้ว่าจะเป็นเสื้อยืดแบบมีลาย แต่ก็เป็นลายสไตล์เดียวที่สามารถแมทซ์กับกระโปรงและกางเกงได้ออกมาสวยชิคแบบสุด ๆ ทริกการแต่งตัวด้วยเสื้อยืดลายทางในสไตล์มินินอลคือ ให้จับคู่กระโปรงและกางเกงสี Neutral ที่ค่าโทนสีจะมีความละมุนนุ่มนวล

โดยสามารถใช้ทริกการแต่งตัวได้ 2 แบบคือ โทนสีทางเดียวกัน เช่นเสื้อยืดสีเบจ สีครีม ก็ต้องจับคู่กับกางเกงสีเบจ สีครีมเช่นเดียวกัน หรือใช้ทริกการแต่งตัวด้วยโทนสีแบบตัดกัน เพื่อเพิ่มความโดดเด่น เช่นแมทซ์เสื้อยืดลายทางสีน้ำตาล คู่กับไอเทมตัวล่างโทนสีเบจเป็นต้น

Trick 5 เสื้อยืดเอวลอย กับกางเกงและกระโปรงเอวสูง

เสื้อยืดเอวลอย เป็นไอเทมที่ทำให้เราดูสวยชิค และแอบเซ็กซี่ได้ในลุคเดียวกัน โดยทริกการแมทซ์เสื้อยืดเอวลอยให้สวยลงตัวนั้นก็มีดังนี้

  • เลือกแมทซ์เสื้อยืดเอวลอยคู่กับกระโปรงและกางเกงเอวสูง จะช่วยทำให้หุ่นดี ช่วงขาดูเรียวยาวมากขึ้น
  • คุมโทนสีให้ลงตัว ถ้าอยากให้ดูซอฟต์ ๆ สบายตา ต้องคุมโทนสีของเสื้อยืดเอวลอยกับไอเทมตัวล่างในโทนทิศทางเดียวกัน แต่ถ้าอยากให้ลุคดูสวยโดดเด่นมากขึ้น ต้องคุมโทนสีเสื้อยืดเอวลอยกับไอเทมตัวล่าง ให้โทนสีตัดกัน หรือตรงข้าม

แหล่งที่มา : sistacafe.com