วิตามินเสริม ใครต้องทานบ้าง

วิตามินเสริม ใครต้องทานบ้าง

การทานอาหารให้ครบ 5 หมู่นั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ถ้าเรานั้นทานอาหารครบ 5 หมู่ เราก็ไม่มีความจำเป็นต้องทานวิตามินเสริม แต่ส่วนใหญ่นั้นด้วยช่วงวัยหรือการใช้ชีวิตในปัจจุบันของผู้คนทำให้ไม่สามารถทานอาหารครบ  5 หมู่ได้ หรือบางคนอาจจะไม่สามารถทานอาหารบ้างอย่างได้เนื่องจากทานแล้วเกิดอาการแพ้

ดังนั้นการทานวิตามินเสริมจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อเสริมสร้างร่างกาย ให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน โดยบุคคลที่ต้องทานวิตามินเสริมมีดังต่อไปนี้

หนุ่มสาววัยทำงาน

ในเวลาที่เร่งรีบนั้นอาจจะทำให้การทานอาหารนั้นไม่ได้สารอาหารที่ครบถ้วน โดยบางครั้งนุ่มสาววัยทำงานนั้นก็ต้องทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการต่ำ หรือไม่ได้กินเลย เหตุมาจากช่วงเวลาที่เร่งรีบในการไปทำงาน ดังนั้นควรกินวิตามินรวมวันละ 1 เม็ด และพยายามทานอาหารให้ครบหมวดหมู่มากที่สุด รวมไปถึงการพักผ่อนให้เพียงพอ และหาเวลาออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน ครั้งละ 30 นาที

ผู้สูงอายุ

ผู้สูงอายุนั้นมักจะได้รับกรดโฟลิก วิตามินบี 6 วิตามินบี 12 จากอาหารไม่เพียงพอ เนื่องจากทานอาหารน้อยลง โดยวิตามินทั้ง 3 ชนิดนั้นจะช่วยป้องกันโรคหัวใจและความจำเสื่อม สำหรับผู้หญิงสูงอายุ วิตามินบี 12 ยังช่วยชะลอการสูญเสียเนื้อกระดูกด้วย ดังนั้นผู้สูงอายุจึงควรได้รับกรดโฟลิก วิตามินบี 6 และวิตามินบี 12 เพิ่มขึ้น

หญิงตั้งครรภ์และให้นมลูก

ในหญิงตั้งครรภ์นั้นจำเป็นต้องเสริมวิตามินเพื่อให้เด็กในท้องเจริญเติบโตอย่างปกติ โดยการเสริมกรดโฟลิกวันละ 400 ไมโครกรัม ตั้งแต่ก่อนตั้งท้อง เพราะร่างกายต้องใช้โฟลิกในการสร้างไขสันหลังและระบบประสาทของเด็กในช่วงระหว่าง 12 สัปดาห์ของการตั้งท้อง เพื่อป้องกันโลหิตจางในตัวคุนแม่ แต่ถ้าหากเสริมมากเกินไปอาจเป็นพิษได้

ผู้ที่สูบบุรี่

การสูบบุหรี่นั้นจะทำให้ระดับวิตามินซีในเลือดลดลง เพราะฉะนั้นผู้ที่สูบบุหรี่จึงต้องทานวิตามินซีเสริมเข้าไป โดยสถาบันสุขภาพและองค์กรสุขภาพอื่น ๆ ในสหรัฐอเมริกาแนะนำว่า ควรทานวิตามินซีเสริมอย่างน้อยวันละ 200 มิลลิกรัม

ผู้ที่ลดน้ำหนัก

หากเป็นลดน้ำหนักโดยการนับแคลอรี และทานอาหารน้อยกว่า 1,200 แคลอรี่ต่อวัน จะต้องทานววิตามินเสริมวันละ 1 เม็ดควบคู่กับการลดน้ำหนักด้วยวิธีที่ถูกต้องและเหมาะสมกับตัวเอง

ผู้ที่ทานมังสวิรัติ

ผู้คนกลุ่นนี้นั้นมักจะขาดโปรตีน ธาตุเหล็ก สังกะสี แคลเซียม วิตามินดี วิตามินบี 12 วิตามินเอ และไอโอดีน เหตุมาจากไม่ได้ทานเนื้อสัตว์ แต่ถ้าหากวางแผนการทานอาหารและวิตามินเสริมอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนได้

ผู้ที่แพ้อาหาร

สำหรับผู้ที่แพ้นมวัว อาจจะต้องเสริมด้วยแคลเซียม วิตามินดี วิตามินเค

ทานวิตามินเสริมในมื้อไหนถึงจะดีที่สุด

ผู้เชี่ยวนั้นได้ให้คำแนะนำว่าควรทานวิตามินเสริมหลังจากทานอาหารเสร็จ และควรที่จะเป็นมื้ออาหารที่ใหญ่ที่สุดของวัน เพื่อการดูดซึมมากที่สุดและช่วยลดอาการอาหารไม่ย่อยได้

 

สารสกัดอาหารเสริมเพิ่มความสวย

สารสกัดอาหารเสริมเพิ่มความสวย

ในโลกการผลิตอาหารเสริมนั้น ถ้าอยากให้สินค้าของแบรนด์ตัวเองโดนเด่นจะต้องใช้สารสกัดที่มีความแปลกใหม่ ไม่ซ้ำใคร แต่สารสกัดใหม่ ๆ หรือสารสกัดแปลก ๆ ที่นำมาใส่นั้นจะสามารถช่วยให้ผู้บริโภคสนใจได้หรือไม่ ดังนั้นการใส่สารสกัดที่หลายแบรนด์นิยมใส่ก็สามารถช่วยได้ผู้บริโภคสินค้าได้มากขึ้น โดยสารสกัดเหล่านั้นมีดังต่อไปนี้

กลูต้าไธโอน (Glutathione)

  • เป็นสารสกัดที่ได้มาจากปลา เนื้อ แอศพสรากัส อะโวคาโด และวอลนัท
  • ช่วยให้ผิวสม่ำเสมอ จุดด่างดำจางลง ทำให้ผิวขาวกระจ่างใสขึ้น
  • คุณสมบัติของสาร Detoxification ที่มีอยู่ จะเปลี่ยนสารพิษต่าง ๆ ที่ตกค้างอยู่ในร่างกายและขับถ่ายทิ้ง
  • ช่วยเร่งประสิทธิภาพการทำงานของวิตามินซีและอี ให้ดูดซึมได้ดี

โคเอนไซม์คิวเทน (Coenzyme Q10)

  • ช่วยลดการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิว ลดการเกิดริ้วรอย ป้องกันผิวหนังอักเสบจากแสงแดด และช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้เซลล์ผิว ทำให้ผิวยืดหยุ่นแข็งแรง
  • พบมากในอาหารทะเล เครื่องสัตว์ เนื้อสัตว์ รำข้าว ผลิตภัณฑ์จากถั่ว น้ำมันถั่วเหลือง บรอคโคลี่เป็นต้น
  • ถูกดูดซึมได้ดีหากรับประทานพร้อมกับอาหารที่มีไขมัน

เปลือกสนสกัด (Pine Bark)

  • ช่วยทำให้ผิวขาว กระจ่างใสและลดปฏิกิริยาการเพิ่มเม็ดสีของผิวหนังเมื่อถูกแสงแดด รวมทั้งลดขนาดและความเข้มของฝ้า โดยไม่มีผลข้างเคียงกับผิวบริเวณอื่น
  • ไม่มีปฏิกิริยากับยาสมุนไพรและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเสริมตัวอื่น ๆ

สารสกัดจากเมล็ดองุ่น (Grape Seed Extract)

  • ชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิว และป้องกันผิวจากรังสียูวี
  • ลดอาการแพ้จากสภาพแวดล้อม และเครื่องสำอาง

สารสกัดชาเขียว (Green Tea Extract)

  • ช่วยลดและชะลอการเกิดริ้วรอย
  • สามารถลดอัตราการเกิดมะเร็งในอวัยวะต่าง ๆ ได้ดี

ไลโคปีน (Lycopene)

  • พบมากในผัก และผลไม้บางชนิดเช่น มะเขือเทศ แอพรีคอต เกรปฟรุ๊ต แตงกวาและแตงโม
  • มีประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระ และชะลอความชราสูงกว่าเบต้าแคโรทีนถึง 2 เท่า และให้สารอาหารได้มากกว่าวิตามินอีถึง 1000 เท่า

น้ำมันสกัดจากดอกอีฟนิ่งพริมโรส (Evening Primrose Oil)

  • ป้องกันการสูญเสียน้ำของเซลล์ผิวหนัง
  • ให้ผิวหนังมีความชุ่มชื่น สดใส เปล่งปลั่ง ปรับสภาพผิวที่แห้งกร้านให้ดูนุ่มขึ้น
  • ลดริ้วรอยและความหมองคล้ำของผิวพรรณ
  • ลดการเกิดสิวอุดตัน
  • ช่วยรักษาอาการผิดปกติทางผิวหนังเช่นผิวหนังแห้ง รวมถึงอาการผมร่วง มีรังแคและเล็บเปราะได้
  • อาจเกิดผลข้างเคียงได้เช่น อาการคลื่นไส้ ท้องอืด ปวดศีรษะ อาการผื่นแพ้และอาการลมชักกำเริบ

สารสกัดเหล่านี้เป็นสารสกัดที่หลายแบรนด์นิยมใช้การ ซึ่งสารสกัดเหล่านั้นไม่ได้ใช้แค่ในการรับผลิตอาหารเสริมเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้ในการผลิตเครื่องสำอางได้อีกด้วย ดังนั้นเจ้าของแบรนด์ที่อยากมีสินค้าเครื่องสำอางเป็นของตัวเอง สารสกัดเหล่านี้ก็เป็นตัวเลือกที่ไม่แย่เลย

รวมอาหารทานก่อนนอนแล้วหน้าบวม

รวมอาหารทานก่อนนอนแล้วหน้าบวม

สาว ๆ เคยสังเกตกันหรือไม่ว่า ทำไมหน้าของเรานั้นถึงบวมขึ้นในตอนเช้า ซึ่งจริง ๆ แล้ว อาการเหล่านี้มีได้หลายสาเหตุมาก แต่สาเหตุหนึ่งที่เรามาพูดถึงกันในวันนี้ก็คือ อาหารที่เราทานก่อนนอนนั้นเอง ใครจะไปคิดล่ะว่าอาหารบางอย่างถ้าเราทานก่อนจะนอนนั้น มันจะส่งผลให้หน้าบวมในตอนเช้าได้ โดยในวันนี้เราจะพาสาว ๆ ไปดูกันว่าอาหารอะไรบ้างที่ทานตอนก่อนนอนแล้วหน้าบวมในตอนเช้า ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

อาหารคู่บ้านคู่เมืองของคนไทย ไม่ว่าบ้านไหนก็ต้องมีติดบ้านเอาไว้ แต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเนี่ยแหละที่ทำให้เราหน้าบวมได้ในตอนเช้า เพราะในเส้นรวมถึงเครื่องปรุงที่เราใส่ลงไปนั้น มีโซเดียมในปริมาณสูง  ซึ่งพอเราทานจนอิ่มแล้วนอนต่อทันที จะทำให้เกลือเหล่านั้นไม่สามารถขับออกจากร่างกายได้ เลยส่งผลให้ใบหน้าของเราดูบวมขึ้น

ขนมขบเคี้ยว

เจ้าพวกขนมขบเขี้ยวต่าง ๆ ที่มีรสหวาน ๆ เค็ม ๆ รสชาติถูกปากนั้น ถ้าหากทานเข้าไปมาก ๆ โดยเฉพาะช่วงก่อนนอน ก็สามารถทำให้หน้าของเรานั้นบวมได้ เพราะว่าในขนมขบเคี้ยวทั้งหลายเหล่านั้นก็มีส่วนประกอบของเกลือและโซเดียมสูงไม่แพ้บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเลย อีกทั้งพอทานเข้าไปเยอะ ๆ ก็จะยิ่งทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำเอาไว้มากกว่าปกติ เป็นเหตุให้ตัวบวม หน้าบวมได้ง่าย

อาหารฟาสต์ฟู้ด

หนึ่งในอาหารสุดโปรดปราดของใครหลายคน ก็คงหนีไม่พ้นอาหารฟาสต์ฟู้ด ซึ่งเราจะต้องขอเตือนเอาไว้ตรงนี้เลยว่าอาหารฟาสต์ฟู้ดเหล่านี้ ขนาดทานตอนกลางวันยังทำให้อ้วน น้ำหนักขึ้นได้ง่าย ๆ แล้วไหนจะมีส่วนประกอบของน้ำมัน ทั้งเกลือ ทั้งโซเดียมในปริมาณมาก ซึ่งถ้าทานก่อนนอนล่ะก็ หน้าไม่บวมก็แปลกแล้ว

อาหารสำเร็จรูป / อาหารแช่แข็ง

สาว ๆ ที่มักจะขี้เกียจทำอาหารนั้น อาหารสำเร็จรูปหรืออาหารแช่แข็งจะตอบโจทย์ความต้องการอย่างมาก แต่ต้องแลกกับสุขภาพแย่ ๆ กันนะ เพราะเมนูเหล่านี้พอผ่านการแช่แข็งแล้วถูกนำมาเวฟ ทำให้สูญเสียวิตามินและคุณค่าทางอาหารออกไปได้ ที่สำคัญเมนูอาหารสำเร็จรูปแต่ละอย่าง มักมาพร้อมกับโซเดียมในปริมาณที่สูงกว่าอาหารปรุงสดทั่วไป ถ้าทานมากเกินไปอาจจะไม่แค่หน้านะที่บวม

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้น ไม่ว่าจะเป็น เบียร์, ไวน์, เหล้าหรือคอกเทล ถ้าดื่มเยอะ ๆ ก็มีแต่จะทำให้สุขภาพของตัวเองแย่ลงเท่านั้น นอกจากนี้การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ติดต่อกันเกือบทุกคืนยังเป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวของเราขาดน้ำ ส่งผลให้ผิวต้องดึงน้ำขึ้นมากักเก็บไว้ จนหน้าให้บวมในตอนเช้านั่นเอง ดังนั้น ลด ละ เลิกได้ก็ดีนะ

แหล่งที่มา : https://sistacafe.com

 

เมนูคลีนไม่มีเบื่อฉบับสาวขี้เกียจ

เมนูคลีนไม่มีเบื่อฉบับสาวขี้เกียจ

อย่างที่รู้กันว่าสาวที่ต้องการลดน้ำหนักนั้น จะต้องทานอาหารคลีน และจะต้องเป็นคนที่มีระเบียบวินัยอย่างมาก แต่ก็จะมีสาว ๆ บางส่วนที่เป็นสาวที่ขี้เกียจแต่อยากจะลดน้ำหนักโดยการทานอาหารคลีน ซึ่งสาว ๆ อาจจะไม่รู้ว่าจะทำอาหารคลีนอะไรดี จะทำได้ไหม จะยุ่งยากหรือป่าว มาทางนี้เลยเพราะในวันนี้เราจะพาไปดูอาหารคลีนฉบับสาวขี้เกียจกัน ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลย

สเต็กอกไก่

ส่วนผสม

  • อกไก่ลอกหนัง
  • มันฝรั่ง
  • เกลือ
  • พริกไทยบ่น

วิธีทำ

เริ่มจากนำอกไก่คลุกกับพริกไทยและเกลือเล็กน้อย จากนั้นใส่ลงจานหรือถ้วย เติมน้ำนิดหน่อย บั้งให้เนื้อไก่บางลง แล้วจากนั้นนำเข้าไมโครเวฟประมาณ 2 – 3 นาทีหรืออจนกว่าไก่จะสุก

ผักกาดม้วนไก่สับ

ส่วนผสม

  • อกไก่สับ
  • รากผักชี
  • พริกไทย
  • กระเทียมไทย
  • ผักกาดขาวนึ่ง
  • น้ำจิ้มสุกี้ Low Sodium

วิธีทำ

  • นำรากผักชี กระเทียม พริกไทย โขลกให้ละเอียด คลุกกับไก่ที่สับไว้
  • นำผักกาดขาวไปลวกให้ใบนิ่มพอที่จะม้วนไก่ได้
  • นำไก่มาม้วน แล้วเอาไม้จิ้มฟันกลัดไว้ นำลงไปต้มจนสุก
  • ยกขึ้นจากพร้อมรับประทาน

สลัดไข่อะโวคาโด

ส่วนผสม

  • ไข่ต้มสุก 2 ฟองสสับ
  • ไข่ขาวต้มสุก 2 ฟองสับ
  • อะโวคาโดผลเล็ก 2 ผล (เอาเมล็ดและปอกเปลือก)
  • โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาวคั้นสด 1 ช้อนโต๊ะ
  • ต้นหอมสับ 2 ช้อนโต๊ะ
  • มัสตาร์ด ¼ ช้อนโต๊ะ
  • เกลือและพริกไทยดำบด

วิธีทำ

นำไข่ต้มสุก ไข่ขาวต้มสุก อะโวคาโด โยเกิร์ต น้ำมะนาว ต้นหอมสับและมัสตาร์ดลงไปผสมในชามผสม ใช้ส้อมบดให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย ชิมรสตามใจชอบ

คำแนะนำในการทาน ใช้ทาขนมปัง ทำเป็นแซนด์วิชสลัดไข่อะโวคาโด หรือรับประทานกับแครกเกอร์

สลัดไข่ม้วน

ส่วนผสม

  • ไข่ไก่ 3 ฟอง
  • แครอท 1 หัวกลาง
  • เกลือ 1 หยิบมือ
  • ชีสขูด 1 ช้อนโต๊ะ
  • สเปรย์น้ำมันมะกอก
  • พริกไทย
  • ผักกาดแก้ว 2 ก้านใหญ่
  • ปูอัด 4 ชิ้น

วิธีทำ

  • ผสมไข่กับแครอทหั่นซอยและปรุงรส
  • เทไข่ทีละเล็กน้อย แนะนำให้ใช้กระทะเล็ก ๆ และแบน
  • ชั้นแรกใส่ชีสลงไปตรงกลาง
  • ใช้ไฟอ่อน เทซ้ำไป – มา ประมาณ 3 – 4 รอบ
  • หั่นผักและปูอัดจัดจาน

มักกะโรนีโฮลวีท อกไก่บอล

ส่วนผสม

  • มักกะโรนีโฮลวีท 100 กรัม
  • น้ำซอสมะเขือเทศ (ไม่มีน้ำตาล) 1 ถ้วย
  • แตงกวา 1 ลูกกลาง
  • น้ำดื่ม 1 ถ้วย
  • ข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะ
  • มะเขือเทศ 1 ลูกกลาง
  • เกลือ 1 ช้อนชา
  • พริกไทย
  • พริกไทยป่น

วิธีทำ

  • หั่นมะเขือเทศให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ พร้อมกับหั่นผักทุกอย่างให้เป็นชิ้นเล็ก
  • สับอกไก่ให้ละเอียด คลุกเคล้ากับพริกไทยและเกลือ
  • ต้มเส้นมักกะโรนี 10 – 15 นาที (น้ำเดือดแล้วค่อยใส่เส้น)
  • ใส่ผักต่าง ๆ ผัดด้วยซอสมะเขือเทศและน้ำ
  • ปั้นอกไก่ให้เป็นก้อนกลม และเอาลงไปในน้ำซอสมะเขือเทศ
  • ตักเส้นใส่จานและเทน้ำซอสที่ทำไว้

แหล่งที่มา : https://sistacafe.com

สารอันตรายที่แอบใส่ลงในอาหารเสริม

สารอันตรายที่แอบใส่ลงในอาหารเสริม

อาหารเสริมในตลาดปัจจุบันนั้น เราสามารถมั่นใจได้แค่ว่าปลอดภัยไม่มีการสารอันตรายลงไป เพราะทุกวันนี้อาหารเสริมในท้องตลาดนั้นมีจำนวนมากกว่าเมื่อก่อนมาก ซึ่งมีทั้งอาหารเสริมที่ปลอดภัย และอาหารเสริมที่มีการแอบใส่สารอันตรายลงไป ซึ่งการในสารอันตรายนั้นอาจจะเกิดจากเจ้าของแบรนด์อาหารเสริมแอบใส่เพื่อให้เห็นผลดียิ่งขึ้น หรือไม่ก็เกิดจากโรงงานผลิตอาหารเสริมที่ไม่ได้มาตรฐานแอบใส่ลงไปโดยที่เจ้าของแบรนด์ไม่รู้ โดยสารอันตรายที่มักอยู่ในอาหารเสริมมีดังต่อไปนี้

ไซบูทรามีน

ไซบูทรามีน เป็นสารเคมีอินทรีย์ ลักษณะเป็นผงสีขาวคล้ายเกลือหรือน้ำตาล ไม่มีกลิ่น โดยออกฤทธิ์กับระบบประสาทส่วนกลาง ซึ่งจะส่งผลให้เรานั้นไม่รู้สึกหิวหรืออิ่มไวขึ้น ซึ่งไซบูทรามีนนั้นจะส่งผลทำให้เกิดภาวะไตวาย ความผิดปกติเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร มีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดโรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดตีบตัน และอาจทำให้ถึงขั้นเสียชีวิตได้

ออริสแตท

ออริสแตทหรือชื่อทางการค้าคือ ยาเซนิคอล (Xenical) หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ ยาดักไขมัน ซึ่งยาชนิดนี้จะช่วยดักไขมันได้ส่วนหนึ่งของไขมันที่ทานไป ส่งผลให้น้ำหนักลงได้และมีผลข้างเคียงค่อนข้างน้อย ซึ่งในปัจจุบันพบว่าออริสแตทนั้นได้ถูกลักลอบนำมาผสมในอาหารเสริมลดน้ำหนัก โดยทาง อย. นั้นยังไม่ได้มีการอนุญาตอย่างเป็นทางการเพราะยังมีผลข้างเคียงที่ต้องการดูแลจากแพทย์โดยเฉพาะได้แก่ อุจจาระเยิ้มจากการมีน้ำมันหรือไขมันปน มีแก๊สในทางเดินอาหารมาก กลั้นอุจจาระยากขึ้น ถ่ายบ่อย ถ่ายเหลว รู้สึกไม่สบายช่องท้องหรือปวดท้อง ที่สำคัญทำให้วิตามินชนิดที่ละลายด้วยไขมันนั้นมีประสิทธิภาพลดลง

เฟนเทอร์มีน

เทอร์มีนเป็นอาหารเสริมลดน้ำหนักที่มีสูตรโครงสร้างคล้ายคลึงกับยาแอมเฟตามีน โดยเป็นยาที่ออกฤทธิ์กับสมอง โดยจะต้านความหิวในสมองของเรา ทำให้ร่างกายของเรารู้สึกไม่อยากอาหาร เฟนเทอร์มีนนั้นมีผลข้างเคียงค่อนข้างมากคือ กระวนกระวาย ปากแห้ง วิงเวียนศีรษะ ตัวสั่น ใจเต้นผิดปกติ อ่อนเพลีย ความดันโลหิตสูง เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ชัก จิตหลอนจนไปถึงการเกิดภาพหลอนได้

ยาขับปัสสาวะ

เป็นยาที่ขับน้ำและเกลือออกจากร่างกาย โดยการขับโซเดียมคลอไรด์ออกทางไต ทำให้ปริมาณน้ำในโซเดียมคลอไรด์นั้นลดลง ผลเสียที่ใช้ยาขับปัสสาวะในการลดน้ำหนักคือร่ายกายของเรานั้นจะสูญเสียแร่ธาตุที่จำเป็นออกไปกับปัสสาวะ ส่งผลให้เกิดอาการผิดปกติของหัวใจและสมอง อาจเกิดหัวใจวายหรือหมดสติได้

จากที่เห็นว่าสารอันตรายส่วนใหญ่นั้นจะนิยมแฝงอยู่อาหารเสริมลดน้ำหนัก เพราะฉะนั้นสำหรับผู้บริโภคที่อยากทานอาหารเสริมเพื่อลดน้ำหนัก ควรที่ตรวจสอบความปลอดภัยของอาหารเสริมเหล่านั้นให้ดี เพื่อความปลอดภัยของร่างกาย และสำหรับเจ้าของแบรนด์ที่อยากมีผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเป็นของตัวเอง ควรเลือกโรงงานรับผลิตอาหารเสริมที่ได้มาตรฐาน ปลอดภัย มีโรงงานที่รับผลิตอาหารเสริมตั้งอยู่จริง สามารถตรวจสอบได้ เพราะอาหารเสริมที่ดีมักจะมาจากโรงงานผลิตที่ดี

ข้อมูลอ้างอิง

www.kovic.co.th

ผลไม้ที่ช่วยเรื่องผิวขาวใสในอาหารเสริม

ผลไม้ที่ช่วยเรื่องผิวขาวใสในอาหารเสริม

มีผู้คนจำนวนไม่น้อยเลยที่อยากมีผิวที่ขาว กระจ่างใส น่าสัมผัส ทำให้มีผู้คนมากมายต่างพากันหาซื้ออาหารเสริมที่ช่วยเรื่องผิวขาวใส หรือไม่ก็ผันตัวไปเปลี่ยนเจ้าของแบรนด์อาหารเสริมผิวขาวใสแทน ซึ่งในการผลิตอาหารเสริมนั้นจะต้องมีการใส่สารสกัดต่าง ๆ ที่จะช่วยในเรื่องที่เจ้าแบรนด์นั้นต้องการลงไป อาหารเสริมเพื่อผิวขาวใสก็เช่น โดยส่วนโรงงานอาหารเสริมที่รับผลิตอาหารเสริมประเภทนี้เน้น จะแนะนำให้ใช้เป็นสารสกัดผลไม้ลงไปในอาหารเสริม ซึ่งสำหรับผู้ที่กำลังจะริเริ่มทำอาหารเสริมผิวขาวใส แล้วยังไม่รู้จะใช้สารสกัดอะไรดี วันนี้เรามีผลไม้ที่ช่วยเรื่องผิวขาวใสมาให้พิจารณากัน โดยมีดังต่อไปนี้

ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่

ผลไม้ที่ผู้หญิงหลายคนรู้จักกันดี เพราะเป็นผลไม้ที่ขึ้นเรื่องช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใส เนื่องจากเป็นผลไม้ที่รวบรวมเบอร์เมืองหนาวเอาไว้หลากหลายชนิด อาทิ สตรอว์เบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่เป็นต้น ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่นั้นอุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหารที่สำคัญมากมายหลายชนิด ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าในผลไม้ตระกูลเบอร์รี่นั้น มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระและวิตามินซีในปริมาณที่สูงได้แก่ แอนโทไซยานิน, เคอชิติน, เคมเพอรอล  ซึ่งเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระชั้นยอดที่จะทำให้ผิวพรรณสว่างกระจ่างใส ยืดหยุ่นและมีสุขภาพดี

มะเขือเทศ

ผลไม้ทรงกลมสีแดงที่นิยมบริโภคกันทั่วโลก ในมะเขือเทศนั้นมีสารอาหารที่สำคัญต่อผิวพรรณของสุขภาพของเราอย่าง เบต้าแคโรทีน ที่มีส่วนสำคัญในการต่อต้านอนุมูลอิสระช่วยลดและชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย นอกจากนี้ยังประกอบไปด้วยวิตามินต่าง ๆ โดยเฉพาะวิตามินซีและอี ที่มีส่วนช่วยทำให้ผิวพรรณกระจ่างใสและชุ่มชื่นแก่ผิว

แอปเปิ้ล

ผลไม้ทดลองแรงโน้มถ่วง ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพที่หลายคนรู้จักกันดีอย่าง แอปเปิ้ล  เพราะว่าแอปเปิ้ลนั้นไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ นานาชนิด นอกจากนี้แอปเปิ้ลยังเป็นผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระมากที่สุดในบรรดาผลไม้ทั้งหมด โดยมีส่วนช่วยในการชะลอริ้วรอยแห่งวัยต่าง ๆ ทำให้ผิวหนังนั้นสามารถโอบอุ้มน้ำได้ดี และยังมีส่วนสำคัญในการช่วยทำให้ผิวพรรณกระจ่างใส ซึ่งแอปเปิ้ลนั้นจะถูกใช้กับผลิตอาหารเสริมผิวขาวที่ต้องการความขาวแบบเร่งด่วน

ส้มยูชุ

ส้มสายพันธุ์ขึ้นชื่อของประเทศญี่ปุ่น ที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์และวิตามินต่าง ๆ มากมาย แต่สารอาหารที่สำคัญที่สุดในส้มยูสุก็คงหนีไม่พ้น เบต้าแคโรทีนและวิตามินซี ซึ่งมีบทบาทที่สำคัญในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย ทำให้ผิวหนังยืดหยุ่น ยกกระชับ สว่างกระจ่างใส และมีส่วนสำคัญในการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวหนัง

ทั้งหมดนี้คือผลไม้ที่นำมาผลิตเป็นอาหารเสริมผิวขาวใส แต่ไม่ใช่แค่นั้น ผลไม้เหล่านี้ยังสามารถใช้ในการผลิตเครื่องสำอางได้อีกด้วย ซึ่งโรงงานรับผลิตเครื่องสำอางก็นิยมใช้ผลไม้เหล่านี้เช่นกัน แต่ถึงแม้ว่าสารสกัดจากผลไม้เหล่านี้จะดีแค่ไหน แต่ถ้าผลิตจากโรงงานที่ไม่ได้มาตรฐานก็เหมือนเอาผลิตภัณฑ์ไปวางไว้บนเส้นด้าย เพราะไม่มีทางรู้ได้เลยว่าทางโรงงานจะสารสกัดจาผลไม้เหล่านั้นจริง ๆ หรือแอบใส่สารอันตรายเข้าไปด้วยหรือไม่

เพิ่มความฟิตให้คุณผู้ชายด้วยวิตามิน

เพิ่มความฟิตให้คุณผู้ชายด้วยวิตามิน

สำหรับคุณผู้ชายนั้นนอกจากออกกำลังกายและรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพที่มีประโยชน์นั้น แต่ก็อยากมีสุขภาพและรูปร่างที่ดีแบบสมบูรณ์ ดังนั้นอาหารเสริมอย่างพวกวิตามินจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ชายที่ต้องการมีหุ่นและรูปร่างที่ฟิตเฟิร์ม ซึ่งในวันนี้เราจะมาแนะนำวิตามินสำหรับผู้ชายที่ต้องการมีหุ่นที่ฟิตเฟิร์มกัน

วิตามินซี

วิตามินซีนั้นนอกจากจะช่วยให้หายจากการเป็นหวัดเร็วเมื่อทานติดต่อกันแล้ว ยังสามารถช่วยให้ผิวของเรานั้นเปล่งปลั่ง ดูเป็นผู้ชายสุขภาพดี ซึ่งแน่นอนว่าหลายคนอยากจะเป็นผู้ชายที่ดูดี ลุคเกาหลีหน่อย ๆ วิตามินซีช่วยได้อย่างแน่นอน ที่สำคัญวิตามินซีนั้นสามารถหาได้ง่ายในธรรมชาติ เพราะผลไม้ส่วนใหญ่ที่เราทานอุดมไปด้วยวิตามินซีอยู่แล้ว หากอยากเป็นผู้ชายผิวดีแล้ว ควรรีบทานผลไม้ที่มีวิตามินซีให้ไวเลยจะดีกว่า

วิตามินดี

วิตามินดี จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายของเราสร้างแคลเซียมได้ดีขึ้น โดยปกติแล้วร่างกายของเราจะสังเคราะห์วิตามินดีจากการตากแดดอ่อน ๆ ในระหว่างวัน ซึ่งถ้าหากเป็นผู้ชายเจ้าสำอางหรือต้องทำงานในที่ที่ไม่โดนแสงแดดเลย การทานวิตามินดีเสริมจึงเป็นจึงเป็นตัวเลือกที่ดีทีเดียว เพราะจะช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมแคลเซียมได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และช่วยลดโอกาสในการเกิดโรคกระดูกพรุนในผู้ชายวัยทองอีกด้วย

แคลเซียม

ผู้ชายส่วนใหญ่มักจะใช้งานร่างกายของตัวเองอย่างหนักไม่ว่าจะเป็นการทำงาน หรือการออกกำลังกาย โดยเฉพาะพวกที่ชอบใช้แรง กระดูกในร่างกายจะสึกหรอไปบ้างก็ไม่แปลกใจ ดังนั้นควรเสริมแคลเซียมให้กับร่างกายอยู่สม่ำเสมอ ซึ่งการทานแคลเซียมจะช่วยรักษากระดูกได้ดี โดยเฉพาะผู้ที่ประสบอุบัติเหตุจนต้องผ่าตัดกระดูกด้วยแล้ว แคลเซียมเสริมจึงสำคัญในการสมานเข้ากันได้เร็วขึ้น

วิตามินบีรวม

วิตามินบีรวมมีผลอย่างมากในการช่วยบำรุงระบบประสาทและสมอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากเป็นคนที่ต้องทำงานใช้สมองอยู่ตลอดเวลา การทานอาหารที่มีประโยชน์และการผ่อนคลายนั้นอาจจะไม่ได้ทำได้มากกับคนที่พักผ่อนอย่างสม่ำเสมอ ดังนั้นจะต้องทานอาหารหรือวิตามินเสริมที่บำรุงสมองอยู่เสมอ โดยเฉพาะวิตามินบีรวม เพราะนอกจากจะช่วยให้สมองของเราสดชื่นแล้ว ยังช่วยลดโอกาสในการเกิดอาการปลายประสาทอักเสบอีกด้วย

แมงกานีส

ถ้าหากอยากเป็นผู้ชายที่หุ่นดี ที่ทานยังไงก็ไม่อ้วนควรมองหาอาหารเสริมหรือวิตามินเสริมที่มีส่วนประกอบของแมงกานีส เพราะแมงกานีสจะช่วยให้ระบบเผาผลาญไขมันของร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมกับช่วยให้สารสื่อประสาทในร่างกายทำงานได้อย่างปกติ ซึ่งสามารถพบแมงกานีสได้ในผักใบเขียว ธัญพืชต่าง ๆ และเครื่องในสัตว์ จำพวกตับอ่อน ม้ามเป็นต้น นอกเหนือจากนั้นคนที่มีอาการของโรคไทรอยด์ยิ่งจำเป็นจะต้องได้รับสารอาหารตัวนี้ เพราะอาการของโรคจะส่งผลโดยตรงกับระบบเผาผลาญในร่างกาย หากไม่รักษาสมดุลเอาไว้ อาจจะก่อเกิดอันตรายกับร่างกายได้

อาหารที่ทานแล้วทำให้หลับยาก

อาหารที่ทานแล้วทำให้หลับยาก

อาหารต่าง ๆ จะช่วยให้เราอิ่มนั้น โดยส่วนมากเราจะเห็นแต่ทานแล้วช่วยให้เราหลับสบายขึ้น แต่ก็มีอาหารบางอย่างที่ทานแล้วทำให้เราหลับยากขึ้นเหมือนกันนะ สาว ๆ อาจจะไม่รู้กันใช่มั้ยล่ะว่ามีอาหารอะไรบ้าง วันนี้เราจะพาไปดูกันว่าอาหารอะไรบ้างที่ทานแล้วทำให้หลับไม่สนิทหรือหลับยากกัน

ชาและกาแฟ

เครื่องดื่มแรกที่เราจะนึกถึงในช่วงเวลาที่ทำให้นอนหลับยาก หรือยังไม่ต้องการที่จะนอนก็คือ ชาหรือกาแฟ เพราะว่าในชาหรือกาแฟนั้นมีคาเฟอีน ซึ่งคาเฟอีนนั้นเหมาะสมกับการเริ่มต้นวันใหม่มากกว่าดื่นในตอนกลางคืนนะ เพราะคาเฟอีนเป็นสารกระตุ้นในตื่น ทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า สมองปลอดโปร่ง จึงไม่เหมาะกับการดื่มช่วงเย็น ๆ หรือช่วงกลางคืนนะ

ดาร์กช็อกโกแลต

แม้ว่าดาร์กช็อกโกแลตจะมีประโยชน์หลายอย่างไม่ว่าจะเป็นช่วยให้ความจำดีขึ้น ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ บำรุงเลือด ทำให้อารมณ์ดี แต่รู้หรือไม่ว่าในดาร์กช็อกโกแลตก็แอบมีคาเฟอีนอยู่เหมือนกัน ก็เหมือนกับข้อข้างบนว่าเป็นสารกระตุ้นชั้นดีที่ทำให้เรานอนไม่หลับไง ดังนั้นถ้าหากทานช็อกโกแลต แนะนำให้ทานช่วงกลางวันจะดีที่สุด

ไอศกรีม

ไอศกรีม มันเป็นของหวานจะทำให้เราหลับไม่สนิทได้ยังไง แต่รู้หรือไม่ว่าขนมหวานหรือของว่างยามดึก จะทำให้ร่างกายตื่นตัวเป็นเวลาหลายชั่วโมง ด้วยระดับน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตที่สูงขึ้น ซึ่งเจ้านี่แหละจะไปช่วยกระตุ้นสมองของเรา ที่สำคัญไอศกรีมนั้นอุดมไปด้วยไขมันของครีม ไหนจะมีน้ำตาลที่สูงมาก ๆ ซึ่งไขมันพวกนี้ย่อยยากมาก ๆ กว่าร่างกายจะเผาผลาญออกไปได้

อาหารรสจัด

สำหรับสายทานเผ็ด ระวังจะหลับไม่สนิทเอานะ เพราะความเผ็ดร้อนของเครื่องเทศต่าง ๆ จะไปกระตุ้นให้ระบบย่อยอาหาร ระบบขับถ่ายและระบบหายใจตื่นตัว แถมรสชาติเผ็ดของพริกอาจจะทำให้เราเกิดอาการเสียดท้องและส่งผลทำให้เรานอนหลับไม่สนิทอีกด้วย

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

ของโปรดของใครหลาย ๆ คนก็คงไม่พ้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหรือมาม่านั้นแหละ แต่เดี๋ยวก่อนนะ พาสต้าหรือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นอีกหนึ่งมี่ไม่ควรทานในตอนดึก แม้ว่ามันจะอร่อยแค่ไหนก็ตาม ที่สำคัญรู้หรือไม่ว่าพาสต้าและบะหมี่กึ่งก็เป็นแป้ง นอกจากนี้ยังมีผงชูรสมากด้วย อาจจะทำให้เรารู้สึกวงเวียนศีรษะ ทั้งยังเป็นอาหารที่ย่อยยากและมีผลต่อระบบลำไส้และระบบย่อยอาหารอีกด้วย

เนื้อแดง

เนื่องจากในเนื้อแดงนั้นมีทั้งโปรตีนและไขมัน ซึ่งสารอาหารเหล่านี้ล้วนเป็นสารอาหารที่ย่อยยากมาก และถ้าเราทานในตอนกลางคืนก็จะดูไม่เหมาะสมเท่าไหร่ เพราะอาหารพวกเนื้อ ๆ นั้นย่อยยาก ทำให้ร่างกายของเราจึงใช้แรงทั้งหมดเพื่อพยายามจะย่อยมัน แต่ถ้าเกิดการย่อยช้าหรือย่อยไม่ได้มันก็จะอยู่ในท้องของเราตลอดทั้งคืน ส่งผลให้เรารู้สึกแน่นท้องไปจนถึงขั้นปวดท้องอย่างหนักได้เลย

แหล่งที่มา : https://sistacafe.com

เมนูอาหารไดเอท ทานยังไงให้น้ำหนักลด

เมนูอาหารไดเอท ทานยังไงให้น้ำหนักลด

ถ้าพูดถึงการลดน้ำหนัก ก็คงหนีไม่พ้นการไดเอท แต่ถ้าไม่กินอะไรเลยโรคกระเพาะก็อาจถามหาได้ ทำให้หลายคนหันไปทานอาหารที่ช่วยทำให้อิ่มท้องแต่ยังสามารถไดเอทได้อยู่กัน แต่เดี๋ยวก่อน เราเคยคิดกันหรือไม่ว่าอาหารที่ทานอยู่นั้นมันช่วยให้น้ำหนักของเราลดลงจริง ๆ เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะพาไปดูอาหารไดเอทพวกนั้นกันว่าต้องทานอย่างไรให้น้ำหนักของเราลดลง

ซีซาร์ สลัด

อาหารอย่างแรกเมื่อจะลดน้ำหนักที่ทุกคนคิดถึงนั้นก็คือ “สลัด” แต่ช้าก่อน เพราะมีนักโภชนาการจากมหาวิทยาลัย พิตต์เบิร์ก ที่ชื่อว่า เลสลี่ย์ บอนซี ได้บอกว่า เจ้าซีซาร์ สลัดเนี่ยแค่ถ้วยเล็กนิดเดียว ยังให้พนักงานถึง 300 – 400 แคลอรีเลยนะ แถมพ่วงมากับไขมัน 30 กรัมอีกด้วย ละเจ้าไขมันมาจากไหนล่ะ ก็มาจากน้ำสกัดที่เราใส่ไง ถ้าที่ดีเราควรทานน้ำสลัดที่เป็นน้ำใสนะ

สมูทตี้

เคยมั้ยที่อยากกินอาหารไดเอทแล้วอร่อยด้วย สมูทตี้นี่ตัวดีเลยล่ะ ถ้าเป็นสมูทตี้เปล่า ๆ เนี่ยอาจจะไม่ค่อยมีอะไร แต่ถ้ามีวิปปิ้งครีมหรือไอศกรีมขึ้นมาละก่อน บอกลาที่จะลดความอ้วนไปเลย

ชูการ์ฟรี

ปราศจากน้ำตาลน่ะดีนะ แต่ต้องดูดี ๆ ด้วยสาปราศจากน้ำตาลจริง ๆ หรือเปล่า เพราะบางทีผู้ผลิตอาจจะใส่สารให้รสหวานลงไปในอาหาร เครื่องดื่มแทน ถ้าเราทานเข้าไปก็ไม่ต่างจากเราทานขนมหวานเลยทีเดียว

นมพร่องมันเนย

นมพร่องมันเนยที่หลาย ๆ คนว่ามีไขมันน้อยกว่านมสด แต่จริง ๆ แล้ว นมพร่องมันเนยที่ว่านั้นก็มีไขมันอิ่มตัวไม่ต่างไปจากนมสดเท่าไหร่  ดังนั้นถ้าเราชอบดื่มนมสดแต่ไม่อยากที่จะได้เจ้าไขมันอิ่มตัวนี้มากเกินไป ก็ลองดื่มแบบผสมกันดู โดยเริ่มจาก นมพร่องมันเนย 2%,1% และนมไขมันต่ำตามลำดับ

มัฟฟิน

หลาย ๆ คนชอบทานมัฟฟินเป็นอาหารเช้า แต่ก็ก็ดูด้วยนะว่าแป้งที่มาทำมัฟินเป็นแป้งอะไรให้แคลอรีเท่าไหร่ ทางที่ดีควรหามัฟฟินที่บอกจำนวนแคลลอรี่ได้ หรือเป็นมัฟฟินโฮลเกรนไปเลยดีกว่า

โยเกิร์ตไขมันต่ำ

รู้หรือไม่ว่าโยเกิร์ตไขมันต่ำบางยี่ห้อเนี่ยเขาแอบเติมน้ำตาลพวกฟรักโตส ซูโครส และน้ำตาลเทียมลงไปมากกว่า 30 กรัมด้วย ซึ่งเราก็ไม่ได้มองกันทุกคนหรอก แค่เห็นว่าไขมันต่ำก็หยิบกันระนาว ขอแนะนำว่าคราวหน้าอ่านส่วนประกอบก่อนเอาเข้าตะกร้านะ

มัลติเกรน

เป็นกันหรือไม่เวลาเดินเข้าร้านสะดวกซื้อเวลาที่เราจะซื้อขนมปังแล้วจะเห็นคำว่า มัลติเกรน บนถุงขนมปัง หรืออื่นๆ ที่ทำมาจากแป้ง แล้วเราเคยพลิกมาอ่านเรื่องสารอาหารที่จะได้รับกันมั้ย ถ้าไม่ให้รีบพลิกดูเลยเพราะบางทีส่วนผสมที่ทำมานั้น อาจจะเป็นธัญพืชที่ผ่านการขัดสีแล้ว ซึ่งมันจะขาดไฟเบอร์และสารอาหารที่ดี ๆ ออกไปหมดแล้ว ดังนั้นคราวหน้าให้ลองมองหาคำว่า โฮลเกรน 100% หรือ อ่านสารอาหารที่ได้รับว่ามีไฟเบอร์หรือเปล่า

แซนด์วิชแบบคลีน สำหรับสายเฮลตี้

แซนด์วิชแบบคลีน สำหรับสายเฮลตี้

สาว ๆ เป็นกันบ่ายใช่ไหมล่ะ เวลาที่เช้า ๆ ที่เรานั้นจะต้องเร่งรีบ เตรียมตัวอะไรก็ไม่ทัน รวมไปถึงการทานอาหารเช้าด้วย ซึ่งหลายคนนั้นมักจะละเลย แต่แบบนั้นมันไม่ดีนะ เพราะอาหารเช้าเป็นสิ่งที่เราขาดไม่ได้ โดยเฉพาะสาว ๆ ที่กำลังลดน้ำหนัก หรือรักสุขภาพ เพราะจะทำให้ร่างกายนั้นอ่อนแรง ดังนั้นถึงแม้ว่าชีวิตจะเร่งรีบมากแค่นั้น เราก็ต้องทานอาหารด้วย วันนี้เรามีเมนูแซนด์วิชแบบคลีนที่สามารถทำได้ง่าย ๆ และเหมาะสำหรับผู้หญิงเฮลตี้อีกด้วย ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

แซนด์วิชอกไก่

วัตถุดิบ

  • ขนมปังโฮลวีท 2 แผ่น
  • เนื้ออกไก่
  • พริกไทย
  • เกลือ
  • ผัดกาดหอมหรือผักอื่น ๆ ตามที่ชอบเช่นมะเขือเทศ

วิธีทำ

  • นำอกไก่มาสับ
  • ใส่เกลือและพริกไทยในเนื้อไก่ คลุกเคล้าให้เข้ากับ
  • นำเนื้อไก่มากดให้แบนแล้วย่างในกระทะ
  • ปิ้งขนมปังให้พร้อมเกรียม แต่ถ้าไม่ชอบปิ้งก็สามารถข้ามขั้นนี้ได้
  • นำขนมปังมาวางเป็นฐาน ตามด้วยผักกาดหอมและเนื้อไก่ย่าง และขนมปังอีกแผ่นมาปิด

แซนด์วิชทูน่า

วัตถุดิบ

  • ขนมปังโฮลวีท 2 แผ่น
  • ทูน่าในน้ำแร่หรือนำเกลือ
  • น้ำสกัลป์ไขมันต่ำหรือแบบที่ไม่มีคอเลสเตอรอล
  • ผัดกาดหอมหรือผักอื่น ๆ ตามที่ชอบเช่นมะเขือเทศ

วิธีทำ

  • นำขนมปังมาวางหนึ่งแผ่น (ถ้าชอบทานแบบปิ้งก็นำไปปิ้งก่อนได้)
  • ทาน้ำสลัดบาง ๆ
  • ตักทูน่าตามลงไป
  • ตามด้วยผักกาดหอมหรือผักอื่น ๆ ตามชอบ
  • นำขนมปังอีกแผ่นมาปิด

แซนด์วิชไข่ต้ม

วัตถุดิบ

  • ขนมปังโฮลวีท 2 แผ่น
  • ไข่ต้ม
  • น้ำสลัดไขมันต่ำหรือแบบไม่มีคอเลสเตอรอล
  • พริกไทย
  • ผัดกาดหอมหรือผักอื่น ๆ ตามที่ชอบเช่นมะเขือเทศ

วิธีทำ

  • บดไข่ต้มให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ
  • นำไปคลุกกับน้ำสลัดและพริกไทย
  • นำขนมปังมาวาง 1 แผ่น
  • ตามด้วยผักและปิดด้วยขนมปังอีกแผ่น

แซนด์วิชไข่ดาว

วัตถุดิบ

  • ขนมปังโฮลวีท 2 แผ่น
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง
  • ผัดกาดหอมหรือผักอื่น ๆ ตามที่ชอบเช่นมะเขือเทศ

วิธีทำ

  • นำไข่ไปทอดในกระทะ ควรใช้น้ำมันให้น้อยที่สุด
  • ขำขนมปังมาวาง 1 แผ่น
  • นำไข่ดาวที่ทอดแล้ววางตามลงไป
  • ตามด้วยผักและนำขนมปังอีกแผ่นมาปิด

แซนด์วิชผลไม้

วัตถุดิบ

  • ขนมปังโฮลวีท 2 แผ่น
  • ผลไม้ตามชอบเช่น สตรอว์เบอร์รี่ กีวี่ กล้วย
  • น้ำผึ้ง

วิธีทำ

  • นำขนมปังมาวางหนึ่งแผ่น
  • วางผลไม้ลงไป
  • ราดน้ำผึ้ง
  • นำขนมปังอีกแผ่นมาปิด

แหล่งที่มา : https://sistacafe.com/