สุขภาพ

ต้องกินอะไรบ้าง ให้ฮอร์โมนอารมณ์ดีทำงาน

ต้องกินอะไรบ้าง ให้ฮอร์โมนอารมณ์ดีทำงาน

ใครเคยสังเกตบ้างหรือป่าวว่าบางครั้งเราก็รู้สึกมีความสุขและสบายใจสุด ๆ แต่ในบางครั้งนั้นก็แอบรู้สึกเศร้าเหงาหงอยแบบไม่มีสาเหตุ นั่นอาจจะเป็นเพราะระดับฮอร์โมนในร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงก็ได้นะ โดยฮอร์โมนนั้นมีหลากหลายบทบาทที่แตกต่างกันเช่น ฮอร์โมนเพศ ฮอร์โมนความเครียด ฮอร์โมนแห่งความสุขเป็นต้น ซึ่งในวันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับ ฮอร์โมนอารมณ์ดี ที่จะทำให้เราอารมณ์ดีอยู่สม่ำเสมอ และต้องกินอะไรบ้างถึงจะให้ฮอร์โมนนี้ทำงาน

ฮอร์โมนอารมณ์ดีมีอะไรบ้าง

  • โดพามี (Dopamine) : ฮอร์โมนรู้สึกดีทีบทบาทสำคัญเกี่ยวกับระบบการให้รางวัลของสมอง แล้วยังเกี่ยวข้องกับความรู้สึกพึงพอใจ การเรียนรู้ ความจำ และการเคลื่อนไหวของร่างกาย
  • เซโรโทนิน (Serotonin) : ฮอร์โมนต้านความเครียด ที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและจิตใจเบิกบาน แล้วยังมีความเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการนอนหลับ ความอยากอาหาร ระบบย่อยอาหาร การเรียนรู้ และความจำ
  • ออกซิโทซิน (Oxytocin) : ฮอร์โมนแห่งความรัก มีความสำคัญและเกี่ยวข้องกับการคลอดลูก การให้นมบุตรและทให้เกิดสายสัมพันธ์ระหว่างแม่และเด็ก
  • เอ็นดอร์ฟิน (Endorphins) : ฮอร์โมนแห่งความสุข ทำหน้าที่เป็นตัวช่วยบรรเทาความเจ็บปวดตามธรรมชาติที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความเครียดและความรู้สึกไม่สบาย

อาหารที่ช่วยกระตุ้นให้ฮอร์โมนอารมณ์ดีทำงาน

  • ไข่ไก่ : อาหารซูเปอร์ฟู้ดที่อุดมไปด้วยกรดอะมิโนและแร่ธาตุต่าง ๆ ที่ช่วยกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนโดพามีน
  • ผลิตภัณฑ์นม : ไม่ว่าจะเป็นนมสด ชีส หรือโยเกิร์ต เป็นแหล่งอาหารชั้นดีที่อุดมไปด้วยกรดอะมิโนช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนอารมณ์ดีภายในร่างกายได้หลายชนิด
  • ผักและผลไม้ : เป็นอาหารที่กินแล้วช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น โดยเฉพาะผักใบเขียวเช่น ผักโขม ผักคะน้า ผักเคล บรอกโคลี ฯลฯ ก็เป็นเมนูผักที่ช่วยเพิ่มระดับโดพามีนรวมทั้งผลไม้อย่างสตรอว์เบอร์รีก็ช่วยกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนโดพามีนและเซโรโทนิน
  • ปลาแซลมอน : อุดมไปด้วยทริปโตเฟน กรดอะมิโนจำเป็นที่ร่างกายนำไปใช้สร้างฮอร์โมนเซโรโทนินได้
  • ถั่วและธัญพืช : อาหารที่อุดมไปด้วยกรดอะมิโนและสารอาหารหลายชนิด ใครอยากเพิ่มระดับฮอร์โมนอารมณ์ดีด้วยวิธีธรรมชาติ ต้องกินถั่วและธัญพืชให้มากขึ้น

อยากเพิ่มฮอร์โมนอารมณ์ดีต้องทำอย่างไร

  • ออกไปทำกิจกรรมรับแสงแดดนอกบ้าน : เดินเล่นรับแสงแดดวันละ 10 -15 นาที สามารถช่วยกระตุ้นฮอร์โมนเอ็นดอร์ฟิน และเซโรโทนินได้
  • หาเวลาออกกำลังกายสม่ำเสมอ : ฮอร์โมนเอ็นดอร์ฟินเป็นสารที่หลังออกมาขณะออกกำลังกาย แถมการเคลื่อนไหวร่างกายยังช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมน โดพามีน และเซโรโทนินด้วย
  • ฟังเพลงโปรด : การฟังเพลงโปรดจะช่วยกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนโดพามีน เอ็นดอร์ฟินและเซโรโทนิน ให้รู้สึกมีความสุขและผ่อนคลายมากขึ้น
  • นั่งสมาธิช่วยลดความเครียด : ระหว่างฝึกสมาธิจะกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนโดพามีน และเอ็นดอร์ฟิน ช่วยลดระดับความเครียด ทำให้หลับง่ายและนอนหลับสนิท
  • นอนหลับพักผ่อนเต็มที่ : การนอนหลับวันละ 7-9 ชั่วโมงจะชวยปรับสมดุลฮอร์โมนในร่างกายและช่วยให้รู้สึกสดชื่นแจ่มใสขึ้นด้วยนะ

แหล่งที่มา : sistacafe.com

6 วิธีออกกำลังกายในพื้นที่จำกัด

6 วิธีออกกำลังกายในพื้นที่จำกัด

เชื่อว่ามีหลายคนที่อยากออกกำลังกาย แต่ติดตรงที่ไม่มีพื้นที่มากพอให้ได้ออกกำลังกายตามที่หวังไว้ วันนี้เราจึงรวบรวม 6 วิธีออกกำลังกายที่สามารถทำในพื้นที่จำกัดได้อย่างสบาย ๆ แถมยังเป็นวิธีการออกกำลังกายที่ช่วยให้หุ่นฟิตปังได้อีกด้วย มาดูกันดีกว่าว่าวิธีออกกำลังกายในพื้นที่จำกัดมีอะไรกันบ้าง

กระโดดเชือก

การกระโดดเชือก เป็นหนึ่งในการออกกำลังกายที่ช่วยสร้างความเฟรชได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเป็นการออกกำลังกายที่ช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง ช่วยฝึกการทรงตัว ฝึกสมาธิ และสามารถพัฒนาระบบประสาทได้ เนื่องจากการกระโดดเชือกจะต้องควบคุมทั้งสายตา แขน ขา ข้อมือ และเท้า ให้มีความสัมพันธ์กัน นอกจากนี้ยังช่วยฟื้นฟูหัวใจให้แข็งแรง ส่งผลให้ระบบเลือดสูบฉีดดี และยังช่วยเร่งการเผาผลาญได้ไม่แพ้การออกกำลังกายในรูปแบบอื่น ๆ อีกด้วย

คาร์ดิโอ

การออกกำลังกายด้วยการคาร์ดิโอเป็นการออกกำลังกายที่เน้นการเผาผลาญไขมัน ซึ่งจะใช้วิธีการขยับร่างกายอย่างต่อเนื่อง โดยปกติแล้วการคาร์ดิโอ 1 ท่า จะใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 1 นาที และจะหยุดพัก 10 วินาที แล้วก็ต่อด้วยท่าอื่น ๆ อีกท่าละ 1 นาที

เล่นเวท

การเล่นเวทคือการออกกำลังกายที่เน้นสร้างกล้ามเนื้อ กระดูก และข้อต่อให้มีความแข็งแรง แถมยังช่วยเผาผลาญแคลอรี พร้อมทั้งช่วยรักษาความแข็งแรงของร่างกายได้ดีอีกด้วย

โยคะ

การเล่นโยคะเป็นการออกกำลังกายที่สามารถทำได้สบายในพื้นที่จำกัด ซึ่งการเล่นโยคะมีส่วนช่วยยืดเส้นต่าง ๆ ในร่างกายได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเป็นรูปแบบการออกกำลังกายที่ช่วยฝึกสมาธิ ช่วยให้เกิดการผ่อนคลาย และยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กล้ามเนื้อ ที่สำคัญช่วยให้ร่างกายเกิดการเผาผลาญ ช่วยกระชับสัดส่วน และช่วยปรับบุคลิกของเราให้ดียิ่งขึ้น

เต้น

การเต้นก็จัดเป็นหนึ่งในรูปแบบการออกกำลังกายที่สามารถทำได้ในพื้นที่จำกัด และเป็นรูปแบบการออกกำลังกายที่ช่วยให้ร่างกายได้เกิดการเคลื่อนไหว ช่วยให้กล้ามเนื้อยืดหยุ่น และยังช่วยฝึกความสมดุลของร่างกายได้เป็นอย่างดี

ฮูลาฮูป

การเล่นฮูลาฮูป เป็นหนึ่งในการออกกำลังกายที่เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย และยังสามารถทำได้ในพื้นที่จำกัด ทั้งนี้การเล่นฮูลาฮูปมีส่วนช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อส่วนท้องและแกนกลางลำตัว อีกทั้งยังช่วยฝึกการควบคุมร่างกายได้ดีมาก ๆ เลยทีเดียว

แหล่งที่มา : www.sanook.com

4 แหล่งโปรตีนสกัดจากพืช ไขมันต่ำทานแทนเนื้อสัตว์ได้

4 แหล่งโปรตีนสกัดจากพืช ไขมันต่ำทานแทนเนื้อสัตว์ได้

โปรตีน (Protein) เป็นสารอาหารที่เป็นองค์ประกอบหลักของเซลล์ทุกเซลล์ในร่างกาย ประกอบด้วยกรดอะมิโนที่เชื่อมเข้าด้วยกัน เป็นสารอาหารที่มีความจำเป็นอย่างมากต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ และสามารถหาได้จาก 2 แหล่งใหญ่ ๆ ได้แก่จากพืชและจากสัตว์

โปรตีนจากพืช (Plant-based Protein) เป็นโปรตีนที่กำลังได้รับความนิยมในการบริโภคเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามกระแสที่ผู้คนหันมาใส่ใจกับอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ และบริโภคอาหารที่ผลิตจากพืชแทนเนื้อสัตว์ มีไขมันชนิดอิ่มตัวต่ำ ปราศจากคอเลสเตอรอล แต่อุดมไปด้วยวิตามินและเกลือแร่ มีใยอาหารสูง และให้พลังงานต่ำกว่าเนื้อสัตว์

ด้วยเหตุนี้ผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนัก รักสุขภาพและผู้ที่ทานมังสวิรัติเป็นประจำ จึงมักจะหันไปทานโปรตีนที่สกัดจากพืชแทน ซึ่งโปรตีนจากพืชนั้นก็ไม่ใช่สิ่งที่หายากจนเกินไป เพราะในวันนี้เราจะมาบอกถึง 4 แหล่งโปรตีนสกัดจากพืช ไขมันต่ำทานแทนเนื้อสัตว์ได้ จะมีอะไรบ้างนั้นเราไปดูกันเลย

โปรตีนจากถั่วเหลือง (Isolated Soy Protein)

โปรตีนจากถั่วเหลือง ประกอบด้วยกรดอะมิโนจำเป็นหลายชนิด ทั้งยังมีสารไฟโตเอสโตรเจน (Phytoestrogen) ซึ่งมีคุณสมบัติดังนี้

  • ช่วยบำรุงผิวพรรณ บำรุงกระดูก และบรรเทาอาการของผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน
  • ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งชนิดต่าง ๆ และช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล บำรุงหลอดเลือดและหัวใจ
  • ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และช่วยควบคุมน้ำหนัก

โปรตีนจากข้าวกล้อง (Brown Rice Protein)

โปรตีนจากข้าวกล้อง เป็นโปรตีนที่อุดมไปด้วยเส้นใยอาหาร ช่วยเพิ่มมวลอุจจาระ ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้เป็นปกติ ช่วยป้องกันการเกิดอาการท้องผูกได้ นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยพบว่าโปรตีนข้าวกล้องช่วยความคุมความอยากอาหารได้ ทำให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น ทำให้ระบบเผาผลาญทำงานได้อย่างดีเยี่ยม ช่วยเพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกาย ป้องกันอาการอ่อนล้า

โปรตีนจากถั่วลันเตา (Pea Protein)

โปรตีนจากถั่วลันเตา มีโปรตีนและใยอาหารสูง ซึ่งมีส่วนช่วยยับยั้งปริมาณฮอร์โมนเกรลิน ซึ่งทำให้เกิดอาการหิว ทำให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น ที่สำคัญมีการวิจัยพบว่าโปรตีนจากถั่วลันเตาสามารถเสริมสร้างกล้ามเนื้อได้เทียบเท่าโปรตีนจากสัตว์ เนื่องจากมีกรดอะมิโนต่าง ๆ ที่จำเป็นช่วยกระตุ้นการสร้างมวลกล้ามเนื้อ จึงช่วยเพิ่มระดับการเผาผลาญพลังงาน ทำให้ลดน้ำหนักได้ง่าย

โปรตีนจากเมล็ดทานตะวัน (Sun Flower Seed Protein)

โปรตีนจากเมล็ดทานตะวัน เป็นโปรตีนที่มีกรดอะมิโนจำเป็นชนิดเมทไธโอนีนและอาร์จินีนสูง มีส่วนช่วยย่อยสลายไขมันที่สะสมในร่างกาย และช่วยให้กล้ามเนื้อกระชับขึ้น มีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและเชิงซ้อน ซึ่งมีส่วนช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีอย่าง LDL ได้

โปรตีนเมล็ดทานตะวันยังมีไฟเบอร์สูง ประมาณ 20 – 22% ซึ่งช่วยส่งเสริมการลดน้ำหนัก และยังเป็นแหล่งรวมของวิตามินและเกลือแร่ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างวิตามิน A, E, B1, B3, B6 และโฟเลต, ธาตุเหล็ก แคลเซียม และฟอสฟอรัส ทั้งยังมีวิตามินอีมากกว่าถั่วเหลือกและข้าวโพดถึง 3 เท่า

แหล่งที่มา : www.interpharma.co.th

7 น้ำมันปลาสำหรับคนท้อง

7 น้ำมันปลาสำหรับคนท้อง

คุณแม่ตั้งครรภ์ที่กำลังมองหาอาหารเสริมคงเคยได้ยินสรรพคุณของน้ำมันปลาว่า DHA ในน้ำมันปลานั้นสามารถบำรุงสมองให้ลูกในท้องได้ จึงมีความสนใจอยากหามาบำรุงครรภ์เพิ่มเติม วันนี้เราจึงได้รวบรวม 7 น้ำมันปลาสำหรับคนท้องมาฝากกัน จะมีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลย

น้ำมันปลา Blackmores 9 Plus Formula + Calcium

วิตามินรวมที่เหมาะกับหญิงตั้งครรภ์โดยเฉพาะ มีน้ำมันปลาให้กรดไขมันกลุ่มโอเมก้า 3 นอกจากนี้ยังมีวิตามิน 9 ชนิด และแร่ธาตุอย่างไอโอดีน เหล็ก กรดโฟลิก สังกะสี และแคลเซียม เหมาะสำหรับผู้หญิงมาก ๆ แถมกินง่าย ไม่มีกลิ่นคาวด้วย

น้ำมันปลา Vistra Odorless Fish Oil 1000 mg

ตัวนี้เป็นน้ำมันปลา 1,000 มิลลิกรัม ที่ประกอบไปด้วยโอเมก้า 3 EPA และ DHA เต็ม ๆ และผสมวิตามินอีเล็กน้อย สูตรนี้กินง่าย ไม่มีกลิ่นคาว ช่วยควบคุมระดับไตรกลีเซอไรด์และคอเลสเตอรอล แม่ท้องกินได้ แต่ควรกินหลังอายุครรภ์ 3 เดือนไปแล้ว

น้ำมันปลา Nutrilite Fish Oil

อีกหนึ่งน้ำมันปลาที่คนท้องหลายคนนิยมกิน ให้กรดไขมันโอเมก้า 3 EPA และ DHA รวมถึงวิตามินอีตามมาตรฐาน โดยเป็นแคปซูลเจล กินง่าย ปลอดภัย เพราะไม่ใช้วัตถุแต่งกลิ่นและวัตถุกันเสีย

น้ำมันปลา Nordic Naturals Prenatal DHA

เป็นน้ำมันปลาที่สกัดจากปลาทะเลน้ำลึก มีปริมาณกรดโอเมก้า 3 สูงถึง 830 มิลลิกรัม และปริมาณ DHA มากถึง 480 มิลลิกรัม ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายคุณแม่มาก ๆ สามารถกินเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ ระหว่างการตั้งครรภ์ และระหว่างการให้นมบุตร ได้รับการรับรองจากสหรัฐอเมริกาว่าปลอดภัย ไร้สารตกค้าง

น้ำมันปลา Mega We Care Fish Oil 1000 mg

อีกหนึ่งอาหารเสริมแบรนด์ดังที่มีอาหารเสริมให้เลือกหลากหลาย หนึ่งในนั้นคือน้ำมันปลาที่ประกอบไปด้วยโอเมก้า 3 EPA และ DHA รวมแล้วถึง 1,000 มิลลิกรัม มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว ช่วยดูแลเรื่องระบบประสาทและสมอง ทั้งยังควบคุมคอเลสเตอรอลได้ด้วย เม็ดใหญ่ไปนิด แต่กินแล้วดี

น้ำมันปลา Nutrakal Fish Oil: Salmon Omega 3

ตัวนี้เป็นน้ำมันปลาที่สกัดจากปลาแซลมอนจากนอร์เวย์ อุดมไปด้วยโอเมก้า 3 กรดไขมันไม่อิ่มตัว ช่วยลดไขมันไตรกลีเซอไรด์ ป้องกันการอักเสบ ช่วยบำรุงสมอง เป็นเม็ดเจล กินง่าย ไม่มีกลิ่นคาวปลา คนท้องควรกินหลังอายุครรภ์ 3 เดือนไปแล้ว

น้ำมันปลา Piping Rock Ultra Prenatal + DHA

อีกหนึ่งวิตามินรวมสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์โดยเฉพาะ มีส่วนประกอบเป็นน้ำมันปลาซึ่งมีโอเมก้า DHA และ EPA นอกจากนี้ยังมีสารอาหารอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น วิตามินรวม โฟเลต ไบโอติน ธาตุเหล็ก สังกะสี กระปุกเดียวครบสำหรับคนที่ไม่อยากกินอาหารเสริมหลายตัว

แหล่งที่มา : baby.kapook.com

พฤติกรรมที่ถูกมองข้าม ที่ทำให้ไดเอทไม่ได้ผล

พฤติกรรมที่ถูกมองข้าม ที่ทำให้ไดเอทไม่ได้ผล

ไม่ว่าใครก็อยากจะมีรูปร่างที่ดีทั้งนั้น ดังนั้นการลดน้ำหนักจึงเป็นวิธีที่ช่วยให้น้ำหนักในร่างกายลดลง แต่เคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมการลดน้ำหนักที่เน้นการมีวินัยในการออกกำลังกายหรือเลือกกินอาหารเป็นอย่างดี จึงไม่ทำให้เกิดผลลัพธ์ตามที่วางไว้ วันนี้เราจะชวนให้สาว ๆ มาทำความเข้าใจกับพฤติกรรมต่าง ๆ ที่หลายคนมักมองข้ามในช่วงที่กำลังลดน้ำหนัก ซึ่งแต่ละพฤติกรรมจัดเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้การไดเอทไม่เกิดผลตามมานั่นเอง จะมีพฤติกรรมไหนบ้างนั้นไปดูกันเลย

ดื่มน้ำน้อย

การลดน้ำหนักให้ได้ผล ควรมาพร้อมกับการดื่มน้ำให้มาก ๆ ในขณะเดียวกันพฤติกรรมการดื่มน้ำน้อยในช่วงลดน้ำหนักกลับทำให้เกิดอาการกระหาย ซึ่งหลายครั้งจะทำให้สาว ๆ เข้าใจผิดได้ว่าอาการกระหายดังกล่าวอาจหมายถึงอาการหิว นั่นจึงทำให้สาว ๆ เลือกกินจุบจิบทั้งที่ไม่ได้หิวแต่อย่างใด ที่สำคัญการดื่มน้ำน้อยยังส่งผลให้เกิดภาวะขาดน้ำ ทำให้ผิวแห้ง ปากแห้ง ตาแห้ง และเกิดอาการง่วงซึมหรือไม่มีแรงอีกด้วย

นอนดึก

อย่างที่สาว ๆ รู้กันอยู่แล้วว่าการลดน้ำหนักที่มีประสิทธิภาพ ควรมาพร้อมกับการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ดังนั้นถ้ามีความตั้งใจจะลดน้ำหนัก แต่ยังคงไม่ละทิ้งพฤติกรรมการนอนดึก รับรองว่าการไดเอทไม่เกิดผลอย่างแน่นอน เพราะการนอนดึกไม่เพียงแต่ส่งผลให้เกิดอาการสมองตื้อหรืออ่อนเพลียเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อระบบย่อยอาหารอีกเช่นกัน

กินตามอารมณ์

พฤติกรรมกินตามอารมณ์มักเกิดขึ้นในช่วงที่มีความเครียด ซึ่งจะทำให้สาว ๆ ติดนิสัยกินตามอารมณ์ ซึ่งจะไม่เน้นกินแค่เพียงมื้อหลัก 3 มื้อเท่านั้น ดังนั้นถ้ารู้ว่าตัวเองชอบกินตามอารมณ์ในช่วงลดน้ำหนัก ต่อให้กินแค่เพียงน้อยนิดก็ควรห้ามใจให้ทัน เพื่อให้การไดเอทได้ผลตามที่วางไว้นั่นเอง

กินอาหารพร้อมดูหน้าจอ

ถ้าอยู่ในช่วงของการลดน้ำหนัก สิ่งหนึ่งที่ควรห้ามใจตัวเองไว้ให้ได้ก็คือ ห้ามกินอาหารในขณะที่กำลังนั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือแม้แต่ในช่วงที่กำลังดูหนังดูซีรีส์หรือไถมือถือก็ไม่ควรทำเด็ดขาด เพราะพฤติกรรมเช่นนี้จะทำให้เผลอกินอาหารในปริมาณที่มากเกินพอดี

เคี้ยวอาหารไม่ละเอียด

สาว ๆ คนไหนที่ชอบกินอาหารเร็ว ๆ หรือเคี้ยวไม่ละเอียด บอกเลยว่าพฤติกรรมนี้จะทำให้การลดน้ำหนักไม่ได้ผลเท่าที่ควร เพราะการเคี้ยวอาหารไม่ละเอียดจะทำให้สมองไม่มีเวลาประมวลผลและสั่งการไปยังกระเพาะอาหารให้รู้สึกอิ่มได้ทันเวลา เพราะโดยปกติแล้วสมองจะใช้เวลาประมาณ 15-20 นาทีกว่าที่สมองจะส่งสัญญาณให้รู้สึกอิ่ม

ไม่กินมื้อเช้าเป็นประจำ

การอดอาหารมื้อเช้าเป็นประจำจะทำให้การลดน้ำหนักไม่ได้ผล เพราะจะส่งผลให้ระบบเผาผลาญในร่างกายทำงานได้ช้าลง และยังทำให้เกิดอาการหิวอาหารมากขึ้นอีกด้วย

งดมื้อใหญ่แต่กินมื้อย่อยไม่หยุด

สำหรับสาว ๆ ที่ลดน้ำหนักแล้วชอบงดการกินมื้อใหญ่ เพื่อกินมื้อย่อยหลาย ๆ มื้อ บอกเลยว่าพฤติกรรมนี้จะทำให้การลดน้ำหนักสูญเปล่า ยิ่งถ้ามื้อย่อยเป็นอาหารจำพวกขนมขบเคี้ยว ของหวาน ของมัน รวมทั้งน้ำหวานชนิดต่างๆ จะยิ่งทำให้ร่างกายอ้วนแทนที่น้ำหนักจะลดลงอย่างที่ต้องการ

แหล่งที่มา : www.sanook.com

อาหารคลีนสำหรับผู้ชาย กินอะไรลดน้ำหนักได้

อาหารคลีนสำหรับผู้ชาย กินอะไรลดน้ำหนักได้

หนุ่ม ๆ แทบทุกคนก็อยากจะมีร่างกายที่แข็งแรง สุขภาพดี และหุ่นฟิตเฟิร์มให้สาว ๆ ได้หลงเสน่ห์กันทั้งนั้น แต่หลายคนก็ประสบปัญหารูปร่างและน้ำหนักจนกลายเป็นพ่อหนุ่มเจ้าเนื้อ ตัวอวบตุ้ยนุ้ย ต้องหาวิธีการต่าง ๆ มาลดน้ำหนัก ปั้นหุ่นให้หล่อเท่ ซึ่งนอกจากการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอแล้ว พฤติกรรมการกินอาหารที่มีประโยชน์และดีต่อสุขภาพ ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ควรให้ความสำคัญและเอาใจใส่

ปัจจุบันมีเมนูอาหารเพื่อสุขภาพมากมายให้เลือกกิน และหนึ่งในนั้นคือเมนู “อาหารคลีน” แต่อย่างที่รู้ว่าอาหารคลีนนั้นส่วนใหญ่ผู้หญิงจะนิยมทานมากกว่า ทีนี้จะเกิดความสงสัยแล้วใช่ไหมว่า แล้วผู้ชายล่ะ สามารถกินอาหารคลีนได้หรือไม่ และกินอะไรลดน้ำหนักได้ เราไปดูกันเลย

อาหารคลีนที่ผู้ชายควรกิน

มาดูกันว่า มีวัตถุดิบอะไรที่ควรนำไปทำเป็นอาหารคลีนสำหรับผู้ชายที่กำลังควบคุมหรือต้องการลดน้ำหนักกันบ้าง

  • ผัก โดยเฉพาะผักใบเขียวทั้งหลาย เพราะเป็นแหล่งอุดมไปด้วยไฟเบอร์ หรือใครจะนำผักแช่แข็งมาปรุงอาหารก็ได้
  • ผลไม้ เลือกใช้ผลไม้สดหรือแช่แข็งเป็นหลัก ไม่ควรใช้ผลไม้กระป๋องเพราะมักจะมีน้ำเชื่อมหรือน้ำตาลเป็นส่วนผสม
  • เมล็ดธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ขนมปังโฮลเกรน ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์ ถั่ว ถั่วเลนทิล และควินัว
  • ถั่วและเมล็ดพืช พยายามเลือกที่เป็นธรรมชาติแท้ จะเป็นแบบคั่วแล้ว หรือเติมเกลือเล็กน้อยก็ได้ แต่ให้หลีกเลี่ยงรสชาติที่ปรุงแต่งมาแล้ว เช่น น้ำผึ้ง หรือน้ำเชื่อม
  • ไขมันที่ดีต่อสุขภาพ เช่น ปลาแซลมอน น้ำมันมะกอก และอะโวคาโด
  • โปรตีนลีน ควรเลือกเนื้อสัตว์ที่อุดมไปด้วยโปรตีน แต่มีไขมันน้อย เช่น เนื้ออกไก่ ไก่งวง ปลา หรือกรีกโยเกิร์ตและพืชตระกูลถั่วต่าง ๆ
  • ผลิตภัณฑ์จากนม เช่น ชีส นมสด โยเกิร์ตรสธรรมชาติ

อาหารคลีน ลดน้ำหนัก กินอะไรดี

สำหรับหนุ่ม ๆ ที่กำลังอยากกินอาหารคลีน แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหน เราขอแนะนำให้ปรับอาหารเป็นมื้อ ๆ โดยเริ่มต้นตั้งแต่มื้อเช้า มื้อกลางวัน มื้อเย็น และมื้อเล็ก ๆ ระหว่างวัน ดังนี้

มื้อเช้า

นับว่าเป็นมื้ออาหารที่สำคัญที่สุดในแต่ละวัน ควรเน้นหนักไปที่การเพิ่มโปรตีนให้ร่างกาย เพื่อส่งเสริมการฟื้นฟูและซ่อมแซมกล้ามเนื้อ โดยไข่เป็นตัวเลือกที่ดีเพราะให้โปรตีนและไขมันที่มีคุณภาพสมดุล รวมถึงแฮมไม่ติดมัน ปลาแซลมอน และผลิตภัณฑ์จากนมที่มีไขมันต่ำหรือปราศจากไขมัน ซึ่งอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีนเหล่านี้จะช่วยทำให้อิ่มท้องได้นานขึ้น ไม่โหยระหว่างวัน และทำให้มีแนวโน้มในการกินอาหารในมื้ออื่น ๆ น้อยลงตามไปด้วย

ตัวอย่างเมนูอาหารคลีนสำหรับมื้อเช้า ได้แก่ ขนมปังโฮลวีตปิ้ง กินคู่กับแซลมอนรมควัน 2-3 ชิ้น แฮมไม่ติดมัน ไข่คน ไข่กระทะ เห็ดย่าง นมสด หรือโยเกิร์ตธรรมชาติ

ของว่างช่วงสาย

มื้ออาหารในช่วงสายของวัน จะช่วยปรับสมดุลระดับพลังงานในร่างกายของผู้ชายได้ จึงควรกำหนดปริมาณอาหารในแต่ละมื้อให้น้อยกว่าปกติ แต่กินให้บ่อยขึ้น โดยเลือกกินของว่างที่ตอบโจทย์กับความต้องการของร่างกาย และจะไม่ทำให้อิ่มท้องจนเกินไป

ตัวอย่างเมนูอาหารคลีนสำหรับของว่างช่วงสาย ได้แก่ แครกเกอร์รสธรรมชาติกับเนยถั่วและกล้วย ขนมปังปิ้งกับอะโวคาโดสเปรดและเนื้ออกไก่ แอปเปิลขนาดกลาง กาแฟดำ หรือกาแฟใส่นม

มื้อเที่ยง

เน้นหนักไปที่โปรตีนลีนและคาร์โบไฮเดรตเพื่อเพิ่มพลังงานให้ร่างกายได้ใช้ในช่วงครึ่งวันบ่าย ไม่ควรงดแป้ง แต่ควรเลือกกินข้าวหรือขนมปังที่มีน้ำตาลสูงและธัญพืชที่มีเส้นใยสูง เช่น ข้าวไรย์ ข้าวบาร์เลย์ ข้าวกล้อง และขนมปังโฮลวีต กับเนื้อสัตว์ที่ไม่มีไขมัน เช่น เนื้อไก่ และปลา

ตัวอย่างเมนูอาหารคลีนสำหรับมื้อเที่ยง ได้แก่ แซนวิชเนื้ออกไก่กับผักสลัด แซนวิชเนื้อไก่งวงกับผักกาดและมะเขือเทศ ขนมปังปิ้งโฮลเกรนกับปลาแซลมอนรมควัน แซนวิชโฮลเกรนกับเนื้อย่างไม่ติดมัน ชีสไขมันต่ำ และสลัดผักกับน้ำสลัดไร้ไขมัน

ของว่างช่วงบ่าย

หลายคนพอเข้าช่วงบ่ายก็เกิดอยากของว่างหรือขนมจุบจิบมาเคี้ยวกรุบกรอบให้หายง่วงกัน เปลี่ยนจากมันฝรั่งทอดกรอบที่เต็มไปด้วยไขมันและเกลือ มาเป็นถั่วหรือป๊อปคอร์นรสธรรมชาติดู หรือใครอยากจะเพิ่มพลังงานให้ร่างกายก็กินเป็นแครกเกอร์กับครีมชีสไขมันต่ำก็ได้

มื้อเย็น

ไม่ควรงดอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต เช่น ข้าวหรือขนมปัง เพราะมีไขมันต่ำ อุดมด้วยไฟเบอร์ ซึ่งคาร์โบไฮเดรตนี่เองจะไปผสมผสานกับไขมันที่จำเป็นในร่างกายและโปรตีน ทำการซ่อมแซมและฟื้นฟูการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย ดังนั้นจึงควรเลือกกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ในมื้อเย็น โดยเน้นหนักไปที่ไขมัน โปรตีน และคาร์โบไฮเดรต

ตัวอย่างเมนูอาหารคลีนสำหรับมื้อเย็น ได้แก่ ปลาแซลมอลรมควัน สลัดผลไม้ สลัดผักกับน้ำสลัดที่ทำจากเมล็ดธัญพืช ข้าวกล้อง ควินัว พาสตา เนื้ออกไก่ ยำปลาแซลมอน ยำปลาทูน่า และโยเกิร์ตไขมันต่ำ

แหล่งที่มา : men.kapook.com

4 อาหารที่จะหยุดระบบเผาผลาญไขมันทันที

4 อาหารที่จะหยุดระบบเผาผลาญไขมันทันที

การดูแลรูปร่างให้ผอมเพรียวสุขภาพดีไม่อ้วนแล้ว การมีระบบเผาผลาญไขมันในร่างกายที่ดี ยังช่วยลดความเสี่ยงโรคอันตรายอื่น ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น โรคหลอดเลือด หรือไขมันเกาะตับ แต่ถ้าหากกินอาหารที่ไม่เหมาะสมก็อาจทำให้ระบบเผาผลาญไขมันทำงานด้อยประสิทธิภาพลงได้เช่นกัน และนี่คืออาหาร 4 ชนิดที่ นพ.นันทพล พงศ์รัตนามาน อาจารย์ที่ปรึกษา แผนกศัลยศาสตร์หลอดเลือด ร.พ.พระมงกุฎเกล้า หรือ หมอท็อป แนะนำว่า กินปุ๊ป ระบบเผาผลาญไขมันในร่างกายจะหยุดทำงานทันที แม้ว่าจะกินไปแค่คำเดียวเท่านั้น

ชานมไข่มุก และเครื่องดื่มรสหวานทั้งหมด

ส่วนประกอบของชานม มีชาอยู่ในปริมาณไม่มาก นอกนั้นเป็นนม ที่อาจมาจากนมสด หรือผสมครีมเทียม ซึ่งอาจมีน้ำตาลสูงได้ เมื่อไรก็ตามที่ร่างกายได้รับคาร์โบไฮเดรตที่กินมาก ๆ อาจไม่ดีต่อร่างกาย เช่น น้ำตาลทรายขาว หรือแป้งที่ผ่านกระบวนการต่าง ๆ เช่น ไข่มุก เป็นแป้งที่ผ่านการปรุงแต่งมาก รวมถึงครีมเทียมเพิ่มความหอมมันให้กับร่างกาย หากกินเข้าไปจะทำให้ระบบเผาผลาญไขมันในร่างกายหยุดชะงักทันที เพราะเมื่อไรก็ตามที่ร่างกายได้รับคาร์โบไฮเดรต แป้งและน้ำตาลสูง โดยเฉพาะแป้งและน้ำตาลที่ไม่ค่อยดีต่อร่างกาย จะทำให้ร่างกายมีอินซูลินที่พุ่งสูงขึ้น

ระบบการเผาผลาญจะหยุดทำงาน ร่างกายจะพยายามเผาผลาญแต่น้ำตาลที่กินเข้าไปจำนวนมาก โดยไม่ได้เผาผลาญไขมัน และเมื่อร่างกายเผาผลาญพลังงานจากน้ำตาลได้ไม่หมด ก็จะกลับไปสะสมในรูปแบบของไขมันส่วนเกินตามอวัยวะต่าง ๆ นั่นเอง

ขนมถุง

ไม่ว่าจะเป็นขนมถุงชนิดใด ๆ ก็ตาม เช่น มันฝรั่งอบกรอบ และอื่น ๆ ขนมถุงมักมีส่วนประกอบเป็นคาร์โบไฮเดรตที่ดูดซึมได้เร็วมาก ซึ่งเป็นแป้งที่กลายเป็นน้ำตาลได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ระดับอินซูลินในร่างกายพุ่งสูงขึ้น นอกจากนี้ขนมถุงยังมีสารปรุงแต่งจำนวนมาก ซึ่งกระตุ้นอินซูลินในร่างกายเพิ่มมากขึ้น และร่างกายหยุดการทำงานของระบบเผาผลาญไขมันด้วยเช่นกัน

น้ำอัดลมปราศจากน้ำตาล

เครื่องดื่มปราศจากน้ำตาลที่ให้พลังงาน 0 กิโลแคลอรี่ ดูเหมือนจะดีต่อสุขภาพ แต่จริง ๆ แล้วมักใส่สารให้ความหวาน หรือ แอสปาร์แตม กับซูคราโลส โดยสารทั้งสองตัวนี้กระตุ้นการทำงานของอินซูลินได้เป็นอย่างดี ร่างกายหยุดเผาผลาญไขมันทันทีที่กินเข้าไป

แต่ก็มีเครื่องมือปราศจากน้ำตาลบางประเภทที่ผสมสารให้ความหวานแทนน้ำตาลที่ไม่กระตุ้นการทำงานของอินซูลิน นั่นคือ อัลลูโลส อินนูลิน อิริทริคอล หล่อฮังก้วย และสตีเวีย แต่หากเลือกที่จะไม่กินได้ก็จะดีที่สุด เพราะอย่างไรก็ยังทำให้เราเป็นคนติดรสหวานอยู่ดี

น้ำผลไม้

แม้จะเป็นน้ำผลไม้ 100% หรือน้อยกว่า ก็มีปริมาณน้ำตาลสูงเช่นเดียวกัน โดยน้ำผลไม้ 1 แก้ว มีน้ำตาลใกล้เคียงกันกับน้ำอัดลม 1 แก้วเลยทีเดียว (น้ำตาลประมาณ 5-6 ช้อนชา) แนะนำให้กินน้ำผลไม้สดเพื่อให้ได้กากใยอาหารด้วยจะดีกว่า และควรกินพร้อมมื้ออาหาร และกินในปริมาณที่เหมาะสม ไม่กินมากเกินไปเช่นเดียวกัน

อาหารเหล่านี้ใช่ว่าจะห้ามไม่ให้กินเลย แต่ควรนาน ๆ กินที และกินในปริมาณที่ไม่มากเกินไป รวมถึงออกกำลังกายมากกว่า 30 นาที 3 – 5 วันต่อสัปดาห์ จะช่วยให้ระบบเผาผลาญพลังงานยังคงทำงานได้อย่างขยันขันแข็งเช่นเคย

แหล่งที่มา : www.sanook.com

6 อาหารแหล่งโปรตีนสำคัญที่คนกินมังสวิรัติต้องลิสต์ไว้

6 อาหารแหล่งโปรตีนสำคัญที่คนกินมังสวิรัติต้องลิสต์ไว้

โปรตีนคือสารอาหาราสำคัญของร่างกาย ซึ่งเราจะได้รับสารอาหารชนิดนี้ได้ทั้งจากการกินเนื้อสัตว์และผัก แต่สำหรับคนที่กินมังสวิรัติ ย่อมไม่สามารถรับโปรตีนจากเนื้อสัตว์ต่าง ๆ ได้ วันนี้เราจึงนำอาหารทั้ง 6 ชนิดที่ถือเป็นแหล่งโปรตีนสำคัญ และเหมาะสำหรับทุกคนที่กินมังสวิรัติอย่างมากมาแชร์กัน

อัลมอนด์

การกินอัลมอนด์ปริมาณ 1 กำมือในแต่ละวัน จะช่วยให้ร่างกายได้รับโปรตีนได้อย่างเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ทั้งนี้สามารถกินเนยถั่วอัลมอนด์แทนได้เช่นกัน เพราะเนยชนิดนี้ไม่เพียงแต่ให้ประโยชน์แก่ร่างกายเท่านั้น แต่ยังเป็นเนยที่มีสารพิษน้อยกว่าเนยถั่วธรรมดาทั่วไปอีกด้วย นอกจากนี้ยังสามารถใช้น้ำมันจากอัลมอนด์มาปรุงอาหารได้อีกเช่นกัน ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายได้รับโปรตีนไม่ต่างไปจากการกินอัลมอนด์หรือเนยถั่วอัลมอนด์เลย

ถั่วเลนทิล

เมื่อกินถั่วเลนทิล 1 ถ้วย จะช่วยให้ร่างกายได้รับโปรตีนที่มากกว่ากินเนื้อวัวปริมาณ 3 ออนซ์ ซึ่งการกินถั่วเลนทิลสามารถกินได้ทั้งแบบดิบ แบบลวก หรือนำมาปรุงเป็นอาหารได้ตามสะดวก ทั้งนี้หากไม่สามารถหาถั่วชนิดนี้ได้ แนะนำให้กินถั่วแดงหรือถั่วดำแทนได้เช่นกัน เพราะถั่วทั้งสองชนิดนี้ก็ให้โปรตีนแก่ร่างกายสูง อีกทั้งยังสามารถกินทุกวัน

ควินัว

ควินัวคือธัญพืชที่มีขนาดเล็กมาก ๆ แต่ในทางตรงกันข้ามกลับให้โปรตีนแก่ร่างกายสูง โดยเฉลี่ยควินัวปริมาณ 185 กรัม ให้โปรตีนแก่ร่างกายประมาณ 8.14 กรัมเลยทีเดียว ที่สำคัญธัญพืชชนิดนี้ยังสามารถนำเอามาทำเป็นอาหารได้หลากหลายชนิดอีกด้วย

ไข่

ไข่อุดมไปด้วยโปรตีน และถือเป็นแหล่งโปรตีนที่หากินได้ง่านมาก ๆ แถมยังเอามาทำได้หลากหลายเมนู นอกจากโยเกิร์ตรสธรรมชาติที่ไม่มีส่วนผสมใด ๆ ก็คือเป็นแหล่งโปรตีนด้วยเช่นกัน ดังนั้นหากใครที่กำลังกินมังสวิรัติแต่ไม่ชอบกินไข่ แนะนำให้หาโยเกิร์ตมากินแทนก็ได้รับโปรตีนสูงไม่แพ้กัน

ผักโขม

ผักโขมเป็นผักที่ให้โปรตีนแก่ร่างกายสูงมาก ทั้งนี้เพื่อให้ร่างกายได้รับโปรตีนอย่างเพียงพอ แนะนำให้นำมาลวกกินทุกวัน ช่วยเพิ่มโปรตีนแก่ร่างกายได้เป็นอย่างดี

เตมเป

เตมเป คือผลิตภัณฑ์ถั่วเหลืองแบบพื้นเมืองของอินโดนีเซีย เป็นอาหารที่ได้จากการหมักถั่วเหลืองจนเป็นแท่ง ซึ่งอาหารชนิดนี้อุดมไปด้วยโปรตีน จัดเป็นอีกหนึ่งอาหารที่เหมาะสำหรับคนกินมังสวิรัติอย่างมาก ทั้งนี้เตมเปปริมาณ 1 ถ้วย ให้โปรตีนแก่ร่างกายประมาณ 15 กรัม แถมยังให้สารอาหารประเภทใยอาหารที่สามารถทำให้ย่อยง่ายอีกด้วย

แหล่งที่มา : www.sanook.com

เสริมสร้างสภาพจิตใจ ด้วย 7 สิ่งที่พ่อแม่ต้องสอนลูก

เสริมสร้างสภาพจิตใจ ด้วย 7 สิ่งที่พ่อแม่ต้องสอนลูก

การเสริมสร้างสภาพจิตใจให้แข็งแกร่งตั้งแต่วัยเด็กจึงเป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็น โดยพ่อแม่ผู้ปกครองต้องสอน ฝึกฝน และอดทนอย่างมาก เพื่อให้เด็ก ๆ สามารถพัฒนาสภาพจิตใจให้แข็งแกร่งและดำเนินชีวิตได้อย่างเป็นธรรมชาติ เด็ก ๆ ที่เติบโตขึ้นมาอยู่ในวัยหนุ่มสาวและประสบความสำเร็จ พวกเขามีพื้นฐานจิตใจที่เข้มแข็ง และมีสิ่งที่พวกเขามักจะทำอยู่เสมอ หากคุณต้องการเสริมสร้างสภาพจิตใจที่แข็งแกร่งให้กับบุตรหลาน คุณควรสอนอะไรพวกเขาบ้าง วันนี้เรามี 7 สิ่งที่พ่อแม่ต้องสอนลูกเพื่อเสริมสร้างสภาพจิตใจ ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

สอนให้พวกเขาเชื่อมั่นในความสามารถของตัวเอง

ไม่ว่าลูกของคุณจะต้องทำงานกับใครในสังคม สอนให้พวกเขารับผิดชอบในหน้าที่ของตัวเอง ด้วยความสามารถที่ดีที่สุดของตัวเองก็พอ ไม่ต้องเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับใครทั้งนั้น เช่น “ฉันทำได้” “ฉันกำลังพยายามอย่างหนักอยู่” “ฉันมั่นใจ” “ฉันจะสนุก” เสียงความเชื่อมั่นในความสามารถของตัวเองนี้ จะกลบความรู้สึกเชิงลบที่อาจจะเกิดขึ้นมาด้อยค่าด้อยศักยภาพของตัวเด็กเองได้ พวกเขาจะเห็นคุณค่าและนับถือตัวเอง และทำสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างมั่นใจ

สอนให้พวกเขาปรับตัวให้เข้ากับสิ่งที่เปลี่ยนแปลง

การที่คนเราต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลง เราจำเป็นต้องใช้เวลาสักพักในการปรับตัว อย่างเด็ก ๆ ที่ต้องย้ายโรงเรียน สำหรับเด็กบางคนมันก็ไม่ใช่เรื่องยาก เดี๋ยวเดียวก็ปรับตัวเข้ากับเพื่อนใหม่ ครูใหม่ โรงเรียนใหม่ได้ แต่กับเด็กอีกหลาย ๆ คน มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลง พวกเขาอาจกังวลในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น ว่าจะทำให้ชีวิตของพวกเขาแย่ลง คุณต้องสอนให้ลูกของคุณรู้จักกับอารมณ์ของตัวเอง ณ เวลานั้น การเปลี่ยนแปลงทำให้รู้สึกไม่สบายใจอย่างไร การรับรู้ความรู้สึกที่เกิดขึ้น จะบรรเทาความกังวลลงได้

สอนให้พวกเขาพูดปฏิเสธเมื่อถึงคราวจำเป็น

หลายคนมีปัญหาในการปฏิเสธคนอื่นไม่เป็น รวมถึงมีปัญหาในการแสดงความรู้สึกเมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่ตนเองไม่พอใจ ไม่เต็มใจ แล้วความหนักหนาทั้งหมดก็มารวมไว้อยู่ที่ตัวเอง ฉะนั้น ต้องสอนให้เด็ก ๆ พูดปฏิเสธให้เป็นขึ้นอยู่กับสถานการณ์ กล้าหาญที่จะพูดว่า “ไม่” จะทำให้พวกเขาแข็งแกร่งขึ้น แรก ๆ พวกเขาอาจรู้สึกว่ามันยากและอึดอัดที่ต้องพูดปฏิเสธ แต่ถ้าคุณฝึกฝนพวกเขาบ่อย ๆ พวกเขาจะรู้สึกว่ามันง่ายขึ้น การที่พวกเขาเลือกที่จะปฏิเสธในสถานการณ์ที่อึดอัดหรือไม่เต็มใจ จะช่วยลดความเครียดจากการผูกมัดจากสิ่งที่พวกเขาไม่ต้องการทำ

สอนให้พวกเขาผิดพลาดเป็น และยอมรับความผิดพลาด

คุณต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้พวกเขาได้เรียนรู้ว่าอะไรดีอะไรไม่ดี ถ้าลูกของคุณเป็นเด็กที่ขี้ลืม ก็เป็นไปได้ว่าจะลืมทำการบ้านอยู่บ่อย ๆ หรือการที่มีขนมกรุบกรอบเต็มบ้าน ก็อาจจะห้ามใจเรื่องการกินขนมได้ยาก ดังนั้นเมื่อเขาผิดพลาด ให้เตือนว่าพวกเขาจะแก้ปัญหานั้นอย่างไรจะได้ไม่ผิดซ้ำสอง ถ้ากลัวจะลืมทำการบ้าน ให้พวกหาสมุดมาจดทันทีที่ครูมอบหมายงาน หรือพยายามไม่ซื้อขนมที่ทำลายสุขภาพเข้าบ้าน อย่างน้อยพวกเขาก็หากินได้ยากขึ้น

สอนให้พวกเขารู้จักชื่นชม ยินดีกับความสำเร็จของคนอื่น

เป็นเรื่องปกติที่เด็ก ๆ จะรู้สึกอิจฉาเมื่อเพื่อนได้ของเล่นชิ้นใหม่เป็นรางวัลที่ประสบความสำเร็จ แต่สิ่งที่คุณควรรู้ก็คือ ความรู้สึกในแง่ลบที่ลูกของคุณมีต่อเพื่อนคนอื่นนั่นแหละที่ทำร้ายตัวลูกของคุณเอง ในขณะที่เพื่อนของพวกเขาไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยเลย คุณจึงต้องสอนให้พวกเขารู้จักการชื่นชม สนับสนุน และยินดีกับความสำเร็จของคนอื่น ๆ เมื่อเห็นว่าเขาสำเร็จได้ก็เพราะพยายามทำงานอย่างหนัก เมื่อถึงเวลาของลูกของคุณ พวกเขาก็จะตั้งใจทำเรื่องของตัวเองให้ดีที่สุด โดยไม่เอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับเพื่อนคนอื่น

สอนพวกเขาว่าถ้าล้มเหลว ก็แค่ลองอีกครั้ง

นิยามของคำว่าล้มเหลวที่พวกเราเข้าใจกันดีก็คือ มันเป็นความเจ็บปวด ทำให้รู้สึกอับอาย ผิดหวัง รู้สึกแย่กับตัวเอง แต่ต้องไม่ลืมว่ากว่าจะประสบความสำเร็จ คนทุกคนเคยล้มเหลวกันมาก่อนแล้วทั้งนั้น เช่นเดียวกัน เด็กที่จิตใจเข้มแข็ง พวกเขาจะสนใจว่าจะแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาด ซึ่งเป็นสาเหตุของความล้มเหลวอย่างไร โดยที่ไม่จมอยู่กับความผิดหวัง พวกเขาจะมีกรอบความคิดที่จะเปลี่ยนความล้มเหลวให้เป็นประสบการณ์และการเรียนรู้เชิงบวก จะช่วยให้เด็ก ๆ มีความมั่นใจ หากพวกเขาได้เกรดวิชาภาษาต่ำ ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่เก่งวิทยาศาสตร์

สอนให้พวกเขารู้จักให้กำลังใจตัวเอง

กว่าจะประสบความสำเร็จได้จำเป็นต้องใช้เวลา ซึ่งระหว่างนั้นก็เป็นเรื่องธรรมดาที่เราจะรู้สึกท้อแท้ เหนื่อย อยากพัก สมองจะเริ่มสั่งการให้เราหยุดพยายามแล้วยอมแพ้ ในขณะที่เด็กที่มีสภาพจิตใจเข้มแข็ง พวกเขาจะยังอดทนอย่างมุ่งมั่นต่อไป แม้ว่าจะรู้สึกเหนื่อยแค่ไหนก็ตาม และเมื่อพวกเขาทำอะไรได้สำเร็จ พวกเขาจะรู้สึกว่าตัวเองเก่งและแข็งแกร่งกว่าที่คิดไว้ในตอนแรก

แหล่งที่มา : www.sanook.com

อาหารที่คนท้องผูกควรกินคู่กัน

อาหารที่คนท้องผูกควรกินคู่กัน

คนไหนบ้างที่ร่างกายสามารถถ่ายคล่องในทุกเช้า ถือเป็นเรื่องดีและน่าอิจฉาเลยทีเดียว แต่สำหรับบางคน นอกจากจะไม่สามารถถ่ายคล่องได้ทุกเช้าแล้ว ยังต้องล่วงเลยไปประมาณ 3-7 วันกว่าจะได้ถ่ายเป็นปกติ และนั่นก็ทำให้เกิดอาการท้องผูกตามมาอย่างปฏิเสธไม่ได้ วันนี้เราจึงขอหยิบ 5 สูตรที่ช่วยระบายท้อง จากการจับคู่อาหารที่มีส่วนช่วยแก้อาการท้องผูกมาให้ได้เอาไปใช้เมื่อมีอาการดังกล่าวกัน ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

น้ำมะนาวกับน้ำอุ่น

เมื่อมีอาการท้องผูกหรือถ่ายไม่ออกหลายวัน แนะนำให้บีบมะนาวสดลงไปในน้ำอุ่น แล้วเอามาดื่มกันดูรับรองว่าอีกไม่กี่นาทีก็ทำให้หลายคนต้องอยากเข้าห้องน้ำแน่นอน เนื่องจากมะนาวมีฤทธิ์ที่ช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ ซึ่งมีส่วนช่วยในเรื่องของการขับถ่าย และในส่วนของน้ำอุ่นหรือน้ำเปล่าก็ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยในเรื่องของการขับถ่ายอยู่แล้ว

มะขามเปียกกับน้ำอุ่น

หากใครได้ลองสูตรน้ำมะนาวกับน้ำอุ่นแล้วยังรู้สึกไม่ค่อยเวิร์ค แนะนำสูตรมะขามเปียกกับน้ำอุ่นกันเลย เพราะสูตรนี้มีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อน ๆ ซึ่งช่วยแก้อาการท้องผูกได้ดี ดังนั้นใครที่มีปัญหาถ่ายไม่ออก ให้เอามะขามเปียกละลายเข้ากับน้ำอุ่น 1 แก้ว ดื่มให้หมดทันที รับรองว่าช่วยให้ถ่ายออกได้อย่างแน่นอน

ลูกพรุนกับนมสด

ทราบหรือไม่ว่าการกินลูกพรุนกับนมสดหรือโยเกิร์ต จะช่วยกระตุ้นระบบขับถ่ายได้เป็นอย่างดี เนื่องจากลูกพรุนมีสรรพคุณช่วยระบายท้อง ดังนั้นเมื่อเอามากินคู่กันกับนมก็จะยิ่งช่วยย่อยอาหารได้ดียิ่งขึ้น

กล้วยน้ำว้ากับนมสด

โดยปกติแล้ว บางคนจะมีอาการปวดท้องถ่ายหลังกินนม ดังนั้นเมื่อนำกล้วยน้ำว้าหั่นผสมลงไปในนมสดหรือโยเกิร์ต จะยิ่งระบายท้องได้ดี เนื่องจากกล้วยน้ำว้ามีสรรพคุณช่วยในการย่อยอาหารและการขับถ่ายนั่นเอง

โยเกิร์ตกับน้ำมะนาว

สูตรนี้เชื่อว่าเป็นสูตรที่ จะต้องหลงรัก เพราะนอกจากจะทำได้ง่ายแล้ว ยังให้รสชาติที่อร่อยอีกด้วย อีกทั้งยังเป็นสูตรระบายท้องที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากโยเกิร์ตมีจุลินทรีย์ที่ดีต่อลำไส้ ส่วนมะนาวมีฤทธิ์ที่ช่วยกระตุ้นการขับถ่ายซึ่งสามารถแก้อาการท้องผูกได้ดี

นอกจาก 5 สูตรที่ช่วยแก้อาการท้องผูกตามที่เราได้แชร์ไปข้างต้นแล้ว ยังมีสูตรอื่นๆ อีกมากมายที่ให้สามารถเอามาใช้เพื่อเป็นการระบายท้องในช่วงที่มีปัญหาถ่ายไม่ออกได้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสูตรเมล็ดเจียกับน้ำเปล่า เม็ดแมงลักกับน้ำเปล่า เมล็ดแฟลกซ์กับโยเกิร์ต หรือแม้แต่การกินซีเรียลข้าวโอ๊ตหรือดื่มน้ำสำรองก็ล้วนช่วยแก้อาการท้องผูกได้เช่นกัน

แหล่งที่มา : www.sanook.com