สุขภาพ

รวมอาหารกินแล้วสบายท้อง ลดแก๊ส ท้องอืด

รวมอาหารกินแล้วสบายท้อง ลดแก๊ส ท้องอืด

“แน่นท้อง ท้องอืด มีแก๊สในกระเพาะเยอะ ต้องกินยาลดกรดอีกแล้ว” ประโยคเหล่านี้น่าจะเป็นคำพูดติดปากของสาว ๆ หลายคน ทั้งตะคริวท้อง แก๊สกรดเกินในกระเพาะ หรือท้องอืดเป็นประจำจนต้องมียาลดกรดติดกระเป๋า ออกไปข้างนอกต้องใส่เสื้อปิดพุงเพราะท้องใหญ่ มันทำให้เสียความมั่นใจเหมือนกันนะ

นอกจากการกินยาลดกรดแล้ว ที่จริงมันยังมีอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยลดแก๊สในกระเพราะได้ ซึ่งวิธีที่ง่ายที่สุดก็คือ กินอาหารที่ช่วยให้ “สบายท้อง” คลายอาการรัดเกร็งของกระเพาะ ว่าแต่จะต้องกินอะไรบ้างละ เรามาเช็คกันเลยกับ 8 อาหารลดแก๊ส ลดท้องอืด

ชาเปปเปอร์มินต์

มินต์ เป็นสมุนไพรมีฤทธิ์ช่วยระบายแก๊สและกรดเกินในกระเพาะอาหาร ลดอาการตะคริวที่ท้อง แนะนำให้ดื่มเป็นชามินต์อุ่น ๆ จะดีที่สุด เมื่อเราดื่มชาเข้าไปแล้ว มินต์จะทำหน้าที่ลดตำแหน่งที่มีความดันสูงระหว่างหลอดอาหารและกระเพาะซึ่งเป็นสาเหตุของอาการแสบร้อนกลางอก (heartburn) ช่วยในเรื่องของกรดไหลย้อนได้อีกด้วย

ข้าวขาว

ข้าวขาว เป็นอาหารที่ย่อยง่าย ช่วยเพิ่มการดูดซึมของเหลวมากขึ้น ทำให้ลดกรดแก๊สในกระเพาะได้ดี สังเกตว่าคนป่วยที่ระบบลำไส้ยังไม่ค่อยดี เขาจะให้กินข้าวต้มที่ทำจากข้าวขาว เพราะย่อยง่ายไม่ปวดท้องนั่นเอง แต่ในคนที่สุขภาพแข็งแรง กินแค่ข้าวขาวนิ่ม ๆ ไม่จำเป็นต้องเอาไปต้ม ก็ทำให้กระเพาะที่ปวดรุนแรงจากแก๊สผ่อนคลายลง

ขิง

ขิง ถือเป็นสมุนไพรสารพัดประโยชน์ นอกจากช่วยเพิ่มรสเผ็ดร้อนในอาหารต่าง ๆ แล้ว ยังช่วยบรรเทาอาการโรคต่าง ๆ มากมาย เช่นเวียนหัว คลื่นไส้ อาเจียน ช่วยลดน้ำตาลในเลือด ต้านเบาหวาน ลดไมเกรน ลดภูมิแพ้กำเริบ นอกจากนี้ยังช่วยผ่อนคลายอาการปวดเกร็งของกระเพาะ สบายท้องมากยิ่งขึ้นด้วย

หากเริ่มมีอาการท้องอืด จุกเสียด เพียงนำขิงสดหั่นฝานใส่แก้ว เทน้ำร้อนลงไป รอ 2 – 3 นาทีจนน้ำกลายเป็นชาขิง แล้วจิบเรื่อย ๆ จนหมดแก้ว ความอึดอัดท้องจะหายเป็นปลิดทิ้ง

น้ำว่านหางจระเข้

วุ้นว่านหางจระเข้หรืออะโลเวร่า เป็นที่รู้จักกันดีในสรรพคุณช่วยปลอบประโลมผิวจาดบาดแผล ลดผิวไหม้ ผิวคล้ำ เสียจากแสงแดด แต่รู้ไหมว่าน้ำจากต้นว่านหางจระเข้ก็ช่วยปลอบโยน “กระเพาะ” ที่มีกรดแก๊สเกินพิกัดได้เช่นเดียวกัน เมื่อดื่มเข้าไป น้ำว่านหางจระเข้จะเข้าไปเคลือบกระเพาะ ลดอาการปวดท้องและแสบร้อนกลางอกได้ดีสุด ๆ

กล้วย

ขึ้นชื่อสุด ๆ ในด้านผลไม้ให้พลังงาน รสชาติหวานอร่อย สายไดเอทหลายคนกินแทนมื้อเช้าเพื่อลดน้ำหนัก มีสาอาหารมากมาย เป็นแหล่งของวิตามินและแร่ธาตุ มีคาร์โบไฮเดรตและโปรตีนครบถ้วน อีกทั้งยังย่อยง่าย ผ่อนคลายอาการปวดกระเพาะ ลดแก๊ส ช่วยในการขับถ่ายได้ดี

ในกล้วยยังมีธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมกนีเซียม ซึ่งโพแทสเซียมจะช่วยป้องกันภาวะลดกรดไหลย้อน ลดกรดเกินในกระเพาะ

ขนมปังปิ้ง

หากลหาย ๆ คนเป็นโรคกระเพาะ กำลังหิว แต่เลยเวลากินข้าวมาแล้ว รู้สึกได้ว่าตอนนี้กรดแก๊สในท้องเยอะมาก กลัวกินอะไรเข้าไปแล้วปวดท้องกว่าเดิม ตัวเลือกหนึ่งที่อยากแนะนำคือ ขนมปังปิ้ง โดนเฉพาะขนมปังที่ปิ้งจนแอบเกรียมนิด ๆ จะช่วยเยียวยาอาการแสบร้อน ปวดกระเพาะได้ดีมาก

โยเกิร์ตรสธรรมชาติ

โยเกิร์ตเป็นแหล่งของแบคทีเรียชนิดดีจำนวนมาก เมื่อลำไส้ได้รับแบคทีเรียชนิดนี้ในปริมาณที่เหมาะสม ก็จะช่วยผ่อนคลายอาการปวดท้อง สบายท้อง ลดอาการแสบร้อนได้ ใครไม่ชอบรสขมฝาดลิ้นของชาสมุนไพร โยเกิร์ตก็เป็นอีกช้อยส์ที่ควรลองนะ

น้ำส้มสายชูแอปเปิ้ล

หลายคนดื่มน้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลทุกเช้าเพื่อควบคุมน้ำหนัก น้ำส้มสายชูชนิดนี้หมักจากแอปเปิ้ล จึงมีคาความเป็นกรดสูง มีความเชื่อว่าบางครั้งการที่สาว ๆ มีอาการปวดท้อง แสบกระเพาะ เป็นเพราะว่าในท้องมีกรดน้อยเกินไป จึงต้องเติมกรดเพิ่มให้พอดี ก็จะช่วยลดกรดแก๊ส ต้นเหตุอาการแสบร้อนกลางอกได้

น้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลยังมีสรรพคุณช่วยย่อยอาหาร แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ทั้งนี้ขอเตือนคำโต ๆ ว่ากินเพียว ๆ เด็ดขาด เพราะอย่างที่บอกว่ากรดสูงมาก กระเพาะอาจระคายเคืองหรือเป็นแผลได้ ให้ผสม 1 – 2 ช้อนโต๊ะกับน้ำร้อน 1 ถ้วย เติมน้ำผึ้งลงไปเล็กน้อย

แหล่งที่มา : sistacafe.com

วิตามินบี 5 กับเรื่องที่ควรรู้

วิตามินบี 5 กับเรื่องที่ควรรู้

วิตามินบี 5 คืออะไร

กรดแพนโทเทนิก (Pantothenic acid) หรือที่ใครหลายคนรู้จักในชื่อ วิตามินบี 5 ซึ่งเจ้าวิตามินบี 5 เนี่ยเป็นกรดวิตามินชนิดหนึ่งที่สามารถละลายในน้ำได้ วิตามินตัวนี้นั้นจะมีส่วนช่วยในเรื่องที่หลาย ๆ คนไม่อยากให้เกิดขึ้นนั่นก็คือเรื่อง “สิว” และนอกจากเรื่องสิววิตามินบี 5 ยังดูแลในเรื่องของผิวอีกด้วย

โดยจะพบวิตามินบี 5 ได้จากเนื้อสัตว์ ไก่ ตับ หัวใจ ธัญพืชไม่ขัดสี รำข้าว จมูกข้าวสาลี ถั่ว ผักสีเขียว กากน้ำตาลไม่บริสุทธิ์เป็นต้น

วิตามินบี 5 มีหน้าที่อะไร

วิตามินบี 5 นั้นมีหน้าที่ในการช่วยในกระบวนการสร้างเซลล์ต่าง ๆ การเจริญเติบของร่างกาย และการพัฒนาของระบบประสาทส่วนกลาง ซึ่งมีความจำเป็นอย่างมากต่อการทำงานของต่อมหมวกไต รวมไปถึงการสร้างภูมิต้านทานและใช้พาบาและโคลีนของร่างกาย นอกจากนี้ยังมีความสำคัญต่อการเปลี่ยนไขมันและน้ำตาลในเลือดให้กลายเป็นพลังงานอีกด้วย

การทานวิตามินบี 5

การทานวิตามินบี 5 นั้น โดยสำหรับคนปกติทั่วไปสามารถทานวิตามินบี 5 ในปริมาณเพียงแค่ 10 – 300 มิลลิกรัมต่อวันก็เพียงพอต่อความต้องการแล้ว ซึ่งสามารถทานวิตามินบี 5 ได้จากอาหารทั่วไปที่รับประทานกันทุกวัน แต่สำหรับคนที่ต้องการวิตามินบี 5 มากเป็นพิเศษเช่น คนที่เป็นโรคภูมิแพ้ หรือคนที่มีอาหารเหน็บชาที่มือและเท้าบ่อย ๆ แนะนำให้ทานวิตามินบี 5 ที่ปริมาณ 1000 กรัมต่อวันถึงจะเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

ผลเสียของการทานวิตามินบี 5 มากเกินไป

ซึ่งผลเสียของการรับประมาณวิตามินบี 5 มากเกินขนาดนั้นในปัจจุบันยังไม่พบว่ามีอาการเป็นพิษต่อร่างกายหากรับประทานในปริมาณที่ติดต่อกัน แต่ศัตรูของวิตามินบี 5 ก็มีนะซึ่งศัตรูของวิตามินบี 5 ก็คือ ความร้อน กระบวนการแปรรูอาหาร แอลกอฮอล์ การบรรจุกระป๋อง คาเฟอีน ยานอนหลับ ยาในกลุ่มซัลฟา และฮอร์โมนเอสโตเจน ถ้าหากขาดวิตามินบี 5 ไปนั้นก็จะเกิดโรคต่าง ๆ ได้แก่ โรคไฮโปไกลซีเมีย (Hypoglycemia) หรือภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ แผลในลำไส้เล็ก โรคเลือดและโรคผิวหนัง

ประโยชน์ของวิตามินบี 5

  • ช่วยลดอาการอักเสบ ลดการเกิดของสิว รักษาแผลให้เร็วยิ่งขึ้น เพราะแน่นอนว่าเวลาที่เราเกิดแผลนั้นตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายนั้น ระยะเวลาในการรักษาของแต่ละคนนั้นจะไม่เท่ากัน ซึ่งเจ้าวิตามินบี 5 จะเป็นตัวช่วยที่ดีในการสมานแผลให้หายเร็วขึ้น ซึ่งถ้าแผลหายเร็วขึ้นนั้นก็จะมีโอกาสเกิดรอยดำหรือรอยแผลเป็นน้อยลงด้วย
  • ช่วยรักษาอาการช็อคหลังการผ่าตัดได้ โดยทั่วไปแล้วหลังการผ่าตัดคนไข้ส่วนใหญ่อาจเกิดอาการช็อค ไม่ว่าจะเป็นการเกร็งที่มือ แขน หรือขา ซึ่งถ้าหากร่างกายได้รับวิตามินบี 5 ที่เพียงพออาการเหล่านั้นจะไม่เกิดขึ้น
  • ช่วยลดผลข้างเคียงจากยาปฏิชีวนะ ไม่ว่าจะเป็นอาการอยากอาเจียน เวียนหัว หรือผื่นขึ้น วิตามินบี 5 สามารถจัดการกับอาการเหล่านี้ได้ ผลมาจากร่างกายที่มีวิตามินบี 5 เพียงพอสามารถขับสารของยาดังกล่าวออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ลดการสะสมของไขมัน เนื่องจากวิตามินบี 5 เป็นตัวที่จะช่วยเปลี่ยนไขมันและน้ำตาลให้เป็นพลังงานอยู่แล้ว ดังนั้นโอกาสที่จะเกิดไขมันสะสมหรือเซลล์ลูไลท์ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายก็จะน้อยลงหรือไม่มีเลยก็ได้
  • สร้างแอนติบอดี้ให้กับร่างกาย วิตามินบี 5 นั้นช่วยให้ร่างกายของเรามีภูมิต้านทานแข็งแรงขึ้นได้ เพราะแอนติบอดี้เป็นส่วนหนึ่งของร่างกายที่มีความสำคัญในการต่อสู้กับเชื้อโรคที่จะเข้าสู่ร่างกายได้
  • วิตามินบี 5 ช่วยเพิ่มความสดชื่นแก่ร่างกายและช่วยป้องกันการอ่อนเพลียได้

 6 สาเหตุที่ลดน้ำหนักไม่ได้

 6 สาเหตุที่ลดน้ำหนักไม่ได้

มีใครเคยเจอกับปัญหาอย่างเช่น ฉันอยากลดน้ำหนัก แต่ลดกี่ครั้งก็ทำไม่สำเร็จสักทีเลย โดยไม่รู้ว่าสาเหตุมันมาจากตรงไหน ทำให้เราจมอยู่กับลูปเดิม ๆ วนไปวนมา ในขณะที่เพื่อนในกลุ่มหรือคนที่รู้จักก็กลับผอมลงเรื่อย ๆ อย่างที่เราอยากจะทำให้ได้เหมือนคนนั้นบ้าง

ถึงจะไปถามวิธีการมาคนนั้นก็ใช่วิธีเดียวกันกับเรา หรือบางคนอาจจะได้วิธีใหม่ ๆ มาก็ทำไม่สำเร็จสักที เพราะเมื่อเราลดแล้วก็จะเลิกพออ้วนอีกก็กลับมาลดอีก แบบนั้นมันไม่นับว่าทำสำเร็จหรอกนะ เพราะจะต้องทำเรื่อย ๆ เมื่อสาว ๆ อ้วนขึ้น แต่ก็ยังมีอีกหลายสาเหตุที่ทำให้สาว ๆ นั้นลดน้ำหนักไม่สำเร็จสักที ในวันนี้เราจึงไปพาไปส่องสาเหตุเหล่านั้น ถ้าอยากรู้ว่ามีสาเหตุอะไรบ้างก็ไปดูกันเลย

เพื่อนชวนหิว

มา!! มาเริ่มสตาร์ทกันที่ข้อแรกกันเลยกับ “เพื่อนชวนหิว” เพื่อนเนี่ยแหละตัวดี ตัวมารร้ายจอมขัดขว้างการลดน้ำหนักของเรา โดยที่เวลาเราบอกเพื่อนทีไรว่า “พวกเธอ ช่วงนี้ฉันลดความอ้วนนะ” มันจะไปสรรหาร้านเด็ด ร้านดัง ร้านอร่อยมาให้ดู หรือชวนกันไปกินชาบู หมูกระทะ ปิ้งย่าง ในช่วงที่เราลดความอ้วนพอดี

ซึ่งจะให้เราแยกตัวกลับหอหรือกลับบ้านไปนั่งกินสลัดคนก็รู้สึกเหงาเกินไป แต่ถ้าไม่ทำอย่างงั้นก็จะไม่ได้ลดกันสักที เพราะฉะนั้นอยากจะต้องหักห้ามใจสักหน่อยในสถานการณ์อย่างนี้ เพราพวกเพื่อนตัวดีของเรานั้นกำลังพาเราไปอ้วนอยู่นั่นเอง

ชอบผัดวันประกันพรุ่ง

ฉันรู้นะว่าพวกเธอน่ะเป็นกันบ่อย เวลาตั้งปณิธานหรือเจตนารมย์ว่าจะลดน้ำหนัก คำสุดแสนยอดฮิตที่จะตามมานั่นก็คือ “พรุ่งนี้ค่อยลดแล้วกัน” พอถึงวันถัดมาก็ยังทำตัวเหมือนเดิม กินเหมือนเดิมพร้อมกับประโยคของเมื่อวาน “พรุ่งนี้ค่อยลดแล้วกัน” พรุ่งนี้ไปเรื่อย ๆ จนจะข้ามปีก็ยังไม่ลด ถ้ายังพูดแบบนี้อยู่ละก็ไม่มีทางที่จะลดได้หรอก แถมจะเพิ่มน้ำหนักให้ตัวเองอีกด้วย

เบื่อกับการออกกำลังกาย

หลายคนอาจจะมีแนวคิดแบบที่ว่า ลดความอ้วนน่ะ ลดได้นะ แต่ไม่อยากออกกำลังกาย ก็คนมันเรียนเหนื่อย ทำงานเหนื่อย กลับมาก็อยากจะกินแล้วก็นอน ขี้เกียจที่จะต้องเตรียมเสื้อผ้าไปออกกำลังกาย แค่ทานอาหารที่ไม่ทำให้อ้วนได้แค่นั้นไม่ได้เหรอ หรือนอนเฉย ๆ แล้วผอม ตื่นจ้ะ!! เพราะมันเป็นความคิดที่ผิดมาก ๆ ต้องเปลี่ยนความคิดโดยด่วน

ถึงเราจะทานอาหารที่ไม่ทำให้อ้วนก็ตามแต่พอลดลงไปก็จะเกิดปัญหาแขนขาไม่กระชับ ไม่เฟิร์ม ดังนั้นการออกกำลังกายคือสิ่งที่จะช่วยให้ร่างกายของเรากระชับ เฟิร์ม สวย เรียกได้ว่าทั้งผอมทั้งสวยกันไปเลย

นอนดึก

สาว ๆ คนไหนเป็นบ้างที่เวลากลางคืนนั้นไม่ค่อยอยากจะนอน อาจจะติดทีวี ซีรีย์เรื่องโปรด คุยกับเพื่อน คุยกับแฟนเพลิน จากที่ใจคิดไว้ว่าจะนอนสักสี่ทุ่มตื่นหกโมง กลับกลายเป็นได้นอนประมาณตีหนึ่งตีแปดโมงเช้า แล้วสังเกตกันหรือไม่ เวลาที่เรานอนดึก นอนน้อยเนี่ย เราจะหิวเป็นพิเศษ พอเราหิวมากเราก็จะทานเยอะ พอทานเยอะก็จะอ้วนนั่นเอง ฉะนั้นควรปรับปรุงเวลานอน หรือกิจกรรมที่ต้องทำก่อนนอนนะ

ติดหวาน

เชื่อกันหรือไม่ ว่าการที่เรานั้นติดการทานของหวานนั้นก็สามารถทำให้เราลดความอ้วนไม่สำเร็จเช่นกัน เพราะจะเรียกร้องหาของหวานมาทานตลอด เช่นบางคนทานข้าวน้อยมากเพราะอยากผอม แต่พอทานเสร็จเดินผ่านร้านชานมไข่มุก หัวใจมันก็เรียกร้องเดินเข้าสั่งแบบไม่ลังเลเป็นต้น นอกจากจะลดความอ้วนไม่สำเร็จแล้วนั้น ของหวานยังเป็นตัวทำให้ลงพุงอีกด้วย

ท้อแท้ง่ายเกินไป

บางคนนั้นอยากที่จะลดน้ำหนักลงเร็ว ๆ แบบอาทิตย์หนึ่งลดไป 5 กิโลแบบนี้ ต้องขอให้ทำความเข้าใจกันใหม่ การลดน้ำหนักแบบรวดเร็วนั้นไม่ใช่วิธีการลดน้ำหลักที่ถูกต้อง ตรงกันข้ามจะทำให้น้ำหนักนั้นเด้งกลับมามากกว่าเดิม หรือที่รู้จักกันในชื่อโยโย่เอฟเฟคนั่นเอง

ซึ่งการลดน้ำหนักแบบค่อยเป็นค่อยไปนั้นจะทำให้สาว ๆ มีความรู้สึกท้อแท้ได้ง่ายมีความคิดอยู่ในหัวตลอดว่าต้องทำอีกนานแค่ไหนกว่าน้ำหนักจะลง เพราะฉะนั้นสาว ๆ จะต้องใจเย็น ๆ อย่าท้อแท้กับสิ่งที่ทำง่าย ๆ ลองทำไปสักหนึ่งเดือนก่อน ถ้าไม่เห็นผลค่อยมาหาวิธีใหม่กันเนอะ

โรค Fibromyalgia กับ 9 อาการที่ต้องระวัง

โรค Fibromyalgia กับ 9 อาการที่ต้องระวัง

โรค Fibromyalgia เป็นโรคใหม่ที่มักเกิดขึ้นแบบเฉียบพลันกับคนในวันเรียนและทำงานแต่มีแนวโน้มไปทางคนทำงานเป็นส่วนใหญ่ ที่สำคัญคือโรคนี้นั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศและทุกวัย แต่เน้นไปที่คนที่มีภาวะเครียดสูงตลอดเวลา ทำงานหนักและพักผ่อนน้อย

โดยโรคนี้จะเป็นภาวะความเจ็บปวดที่ถูกแบ่งออกเป็นกลุ่มเช่น ปวดกล้ามเนื้อ, ปวดศีรษะ, ไวต่อความรู้สึกและความอ่อนเพลีย ซึ่งอาจจะเกิดแค่อาการเดียวต่อวันหรือเกิดขึ้นได้ทุกอาการร่วมกันในวันเดียวก็ได้ ถึงโรคนี้จะไม่ถึงขั้นเสียชีวิตแต่เป็นโรคที่ทำให้รู้สึกรำคาญใจไม่น้อย ที่สำคัญโรคนี้ผู้หญิงนั้นมีภาวะเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้มากกว่าผู้ชายนะ โดยวันนี้เราจะมาบอกเกี่ยวกับอาการของโรคนี้กันถ้าพร้อมแล้วกันไปดูกันเลย

กลุ่มกล้ามเนื้อและร่างกาย

  • เจ็บกล้ามเนื้อ เจ็บไปทั่วร่างกายโดยเฉพาะบริเวณหลังและคอ
  • กล้ามเนื้อกระตุกและมีอาการเหน็บชาในบางส่วนบ่อยครั้ง รวมถึงการเป็นตะคริวที่ขาในช่วงเช้า
  • กล้ามเนื้อต่าง ๆ เกิดอาการบวมแบบไร้สาเหตุ
  • เมื่อให้มือสัมผัสส่วนต่าง ๆ ของร่างกายก็รู้สึกถึงอาการเจ็บแบบแปล๊บ ๆ
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรงแบบกะทันหัน
  • ปวดกล้ามเนื้อหนักจนทำให้เกิดปัญหาการทรงตัว

กลุ่มปัญหาการนอนหลับ

  • นอนไม่หลับติดต่อกัน 1 – 2 คืน หรือหลับ ๆ ตื่น ๆ ตลอดทั้งคืน
  • นอนกัดฟัน เคี้ยวฟันแบบไม่รู้ตัว
  • มีอาการ Hypnic หรือกระตุกระหว่างหลับ จนทำให้สะดุ้งตื่นและนอนไม่หลับอีกเลย
  • รู้สึกเมื่อยล้ามากจนส่งผลให้นอนไม่หลับ

กลุ่มอาการภูมิแพ้

  • มีอาการคันและเกิดผื่นจำนวนมากบนผิวหนัง
  • มีอาการคัดจมูก หายใจไม่ออก น้ำมูกไหล หูอื้อและจามอยู่ตลอดเวลา
  • หายใจถี่ หายใจหอบแบบกะทันหัน และรู้สึกเหนื่อยมากผิดปกติ
  • สั่งน้ำมูกหรือขากเสลดออกมาเป็นสีเขียวเข้ม

กลุ่มปัญหาทางเดินอาหาร

  • ท้องอืด ท้องเดิน มีลมในกระเพราะอาหารปริมาณมาก
  • ปวดท้องจะถ่าย แต่เข้าห้องน้ำแล้วไม่ถ่ายหรือถ่ายน้อย
  • ท้องเสียบ่อย หรือเมื่อทานเสร็จไม่นานก็รู้สึกอยากถ่ายทันที
  • ปัสสาวะบ่อยทั้งที่ดื่มน้ำไม่มาก
  • มีอาการลำไส้แปรปรวน

กลุ่มอาการทางประสาท

  • มีความไวต่อแสง กลิ่น และการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิที่มากกว่าคนทั่วไป จึงทำให้เป็นไมเกรนบ่อย
  • ตาบอดในที่แสงน้อย
  • การประสานงานของสมองไม่สมดุล ทำให้เกิดปัญหากับการทรงตัวและคิดไม่ทันคนปกติ
  • เริ่มพูดไม่รู้เรื่อง ลิ้นแข็ง
  • อาจคุมคามไปสู่โรคสมองเสื่อมหรืออัลไซเมอร์ได้

กลุ่มปัญหาโรคภัย

  • มีอาการโรคหัวใจ เช่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ, หัวใจรั่ว
  • มีอาการอ่อนเพลียทุกวัน ทั้งที่นอนนานหรือไม่ได้ทำงานก็ยังอ่อนเพลีย
  • ปัสสาวะบ่อย อยากของหวาน น้ำตาลในเลือดสูง

กลุ่มปัญหาภายนอกร่างกาย

  • ผิวหยาบกร้านลงทั้งที่บำรุงสารพัด
  • เกิดสิวจำนวนมาก
  • ผมร่วงแบบเห็นได้ชัด
  • เกิดรอยช้ำเขียวแบบไม่รู้สาเหตุ
  • เป็นแผลง่าย เลือดออกง่ายแต่หยุดยาก

กลุ่มปัญหาอาการทางจิต

  • อารมณ์แปรปรวนง่าย
  • มีความกังวลใจทุกเรื่อง วิตกจริตตลอดเวลา
  • อารมณ์เกี้ยวกราด โกรธง่ายและอาจจะทะเลาะกับคนข้างได้ง่าย

กลุ่มอาการของผู้หญิง

  • ปวดประจำเดือนทุกครั้งที่เป็น มีประจำเดือนมากผิดปกติ
  • พยายามลดน้ำหนักเท่าไหร่ก็ไม่ลง
  • เหงื่อออกช่วงตอนกลางคืน ทั้งที่นอนในห้องแอร์
  • อยากอาหารหนักมาก

เป็นอย่างไรกันบ้างสาว ๆ มีอาการดังกล่าวบ้างไหมเอ่ย ถ้าตรวจดูแล้วมีอาการอยู่ในเกือบทุกกลุ่มควรเข้าปรึกษาแพทย์ทันที เพื่อไม่นำไปสู่โรคร้ายที่น่ากลัว แต่ถ้าสาว ๆ ไม่มีอาการมากนั้นวิธีป้องกันตัวเองก็คือรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบทั้ง 5 หมู่ เน้นการเสริมแมกนีเซียม, วิตามินบี 12 และวิตามินดีให้มาก ออกกำลังกายเป็นประจำและสม่ำเสมอด้วยโยคะจะเหมาะที่สุด พักผ่อนให้เพียงพอ ลดความตึงเครียด ใช้ชีวิตให้สนุกขึ้นนั่นเอง

ภูมิคุ้มกันแข็งแรง

อยู่อย่างไรให้ภูมิคุ้มกันแข็งแรง สุขภาพดี

New Normal ด้านสุขภาพหลัง COVID-19

การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ กับโลกทั้งใบอย่างชัดเจน ผู้คนจำนวนไม่น้อยหันมาสนใจรักษาสุขภาพ และเริ่มใส่ใจกับปัญหาสุขภาพของตัวเองมากยิ่งขึ้น  ความปกติแบบใหม่ ( New Normal) หลังจากนี้จะเป็นอย่างไร เมื่อเรายังต้องอยู่กับ COVID-19 ไปจนกว่าจะมีค้นพบยาหรือวัคซีนป้องกันสำเร็จ    เราจะให้ความใส่ใจในเรื่องเหล่านี้มากขึ้น

  1. Good Health : เราให้ความสำคัญกับสุขอนามัยมากขึ้น

เราเรียนรู้และปรับพฤติกรรมเพื่อสู้กับเชื้อโรคมากกว่าที่ผ่านมา เราหันมาใส่หน้ากากอนามัยเมื่อออกจากบ้านหรืออยู่ในที่ชุมชน รวมทั้งเราล้างมือกันบ่อยขึ้น หลายคนพกเจลแอลกอฮอลล์ติดตัวเสมอ ระมัดระวังการจับ สัมผัสสิ่งต่างๆ เมื่ออยู่ในที่สาธารณะกันอย่างจริงจัง  และเกิด Proactive Healthcare Platform แพลทฟอร์มการดูแลสุขภาพและการป้องกันความเจ็บป่วยนั้นมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น โครงสร้างพื้นฐานของเมือง อาคาร บ้านจะต้องมีบริการและแพลตฟอร์มสุขภาพและสุขภาพจิตเป็นบริการพื้นฐาน

  1. Physical Distancing : เราคำนึงถึงการเว้นระยะห่างทางกายภาพ

เราพบว่าโรคติดต่อจำนวนไม่น้อย รวมถึงไวรัส COVID-19 ติดต่อถึงกันผ่านการจับมือ สัมผัส ถูกเนื้อต้องตัวกัน หรือแม้แต่การยืนพูดคุยกันอย่างใกล้ชิด ที่อาจมีละอองน้ำลาย หรือสารคัดหลั่งกระเด็นออกมาโดนร่างกายของเราได้ และนำมือนั้นไปเช็ด ขยี้ ลูบดวงตา จมูกหรือปาก หากละอองน้ำลายหรือสารคัดหลั่งมีเชื้อโรคปะปนอยู่ เชื้อจะเข้าสู่ร่างกายได้โดยง่าย

เมื่อได้รับรู้ถึงช่องทางหรือความเสี่ยงที่จะรับเชื้อ ทำให้เราเริ่มหาทางป้องกันการรับเชื้อด้วยตัวเอง เช่น เราจะเริ่มขยับตัวถอยห่าง เมื่อรู้สึกว่ามีคนเข้าใกล้ตัวเรา หรือหากมีใครสักคนในบริเวณนั้น ไอ จาม เราจะระมัดระวังตัวมากขึ้น รวมไปถึงมาตรการป้องกันตัวเองที่ภาครัฐออกมา อย่างเช่น การเว้นระยะห่างทางกายภาพกับบุคคลอื่น (Physical distancing) มีการงดเว้นสัมผัสใกล้ชิดกัน การจัดที่นั่งในที่ทำงานที่มีระยะห่างระหว่างพนักงาน การลดจำนวนคนโดยสารลิฟต์ ฯลฯ

  1. Privacy : เราต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

การแพร่ระบาดอย่างรวดเร็วและเป็นวงกว้างของไวรัส COVID-19 ทำให้หลายคนเริ่มไม่มั่นใจในความปลอดภัยหากต้องออกมาอยู่ในที่สาธารณะ หรือคนพลุกพล่าน ทำให้มองหาพื้นที่ส่วนตัวมากขึ้น การเว้นระยะห่างทางกายภาพ (Physical Distancing) หรือการงดเว้นการร่วมกลุ่ม รวมตัวกัน การรณรงค์อยู่บ้านเพื่อหยุดการแพร่ระบาดของเชื้อ จึงกลายเป็นกฎข้อบังคับสำคัญในการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัส ถึงแม้ว่ามาตรการนี้ก็จำกัดการทำกิจกรรมหลายๆ อย่างในชีวิตประจำวันไป

แต่ในขณะที่เราถูกจำกัดการทำกิจกรรมบางอย่าง เราก็ได้รับสิทธิ์ให้ทำบางอย่างมากขึ้นนั้นคือ การได้พื้นที่ส่วนตัวกลับคืนมา ได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวที่บ้านมากขึ้น ได้เวลาส่วนตัวคืนมามากขึ้น

 

  1. Immunity : เราตระหนักได้ว่าการมีภูมิคุ้มกันแข็งแรงเป็นสิ่งจำเป็น

ภูมิคุ้มกันในร่างกายของคนเราเปรียบเหมือนกองกำลังที่คอยปกป้อง ดูแล คุ้มครองร่างกายไม่ให้เชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมเข้ามารุกรานได้ กองกำลังของเราจะจัดการเชื้อโรคได้นั้น ต้องทำให้กองกำลังของเราแข็งแรงเสียก่อน

 

ข้อมูลอ้างอิง

https://www.bangkokbiznews.com

ข้อควรระวัง!! หลังห้างสรรพสินค้ากลับมาเปิด จากมาตรการผ่อนคลายล็อคดาวน์โควิด-19

ตอนนี้หลายเมืองในประเทศต่างๆ เริ่มผ่อนปรนมาตรการล็อคดาวน์ ด้วยการเปิดห้างสรรพสินค้า ร้านค้า และโรงภาพยนตร์ ให้คนได้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติ แต่ด้วยจำนวนผู้ป่วยที่ยังไม่ลดลงสร้างความกังวลว่าการคลายมาตรการล็อคดาวน์ จะทำให้การระบาดของโรคโควิด-19 มีความรุนแรงเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่ โดยเฉพาะในสถานที่สาธารณะหลายแห่งที่จำเป็นต้องใช้ระบบปรับอากาศ

ก่อนหน้านี้ที่เมืองกว่างโจว มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน มีการรายงานว่าพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากการนั่งทานอาหารในร้านเดียวกันกับผู้ติดเชื้อคนอื่น เพราะระบบปรับอากาศพัดเอาลมที่มีละอองสารคัดหลั่งเล็กๆ ของผู้ป่วยไปทั่วบริเวณร้านอาหาร ซึ่งความจริงแล้วการแพร่กระจายของโรคผ่านระบบปรับอากาศไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด เพราะเมื่อปี 2003 ที่โรคซารส์ระบาดอย่างรุนแรง ก็พบว่าโรคซารส์สามารถกระจายผ่านระบบปรับอากาศ และท่อน้ำในโรงแรมได้เช่นกัน

เมื่อปี 2019 เคยมีการศึกษาพบว่า การระบายอากาศในอาคารด้วยระดับที่เหมาะสม จะช่วยป้องกันการติดโรคไข้หวัดใหญ่ได้ดี 50-60% เทียบเท่ากับการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรค เพราะการระบายอากาศที่เหมาะสมจะช่วยลดความเสี่ยงที่จะติดโรคจากการสูดละอองสารคัดหลั่งที่กระจายไปทั่วห้องในเวลานาน ดังนั้นการเปิดหน้าต่างเพื่อระบายอากาศภายในห้อง จึงเป็นการลดความเสี่ยงที่โรคโควิด-19 จะกระจายออกไปได้ดีที่สุด

ประเทศไทย อาทิตย์หน้าก็จะก้าวเข้าสู่ มาตราการผ่อนคลายล็อคดาวน์ โควิด-19 ระยะที่สอง  ห้างสรรพสินค้าต่างๆ จะกลับมาเปิดทำการอีกครั้ง  สำหรับห้างที่ปิดมานาน ถ้าเป็นห้างที่มีการเตรียมการปิดล่วงหน้า เขาจะมีการไล่ความชื้นออกจากระบบแอร์ก่อน ปัญหาจะน้อย แต่ถ้าไม่ทันตั้งตัว ปิดทันทีเลย ความชื้นทั้งในตัวชุดคอยล์เย็น ท่อลมและหัวจ่ายต่าง ๆ รวมทั้ง สิ่งของต่าง ๆ ในห้าง จะยังสะสมอยู่ ประกอบกับ สารอาหารต่างๆ ที่ล่องลอยในอากาศ จะไปสะสมเพิ่มเป็นอาหารให้เชื้อต่าง ๆ เจริญเติบโต พอเปิดห้าง  ลมจะเป่าเชื้อที่อยู่ในแผงคอยล์และท่อลมออกมารวม ทั้งที่อยู่ตามสิ่งของ ฟุ้งกระจายออกมาทั่วห้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเปิดห้างชั่วโมงแรก เพราะช่วงแรก ๆ แผงคอยล์เย็นจะแห้ง เชื้อราจะฟุ้งออกมามาก ซึ่งคงจะต้องอาศัยปอดคนจำนวนมากมาช่วยดูดซับออก

ถ้าจำเป็นต้องเข้าห้างหลังโควิด-19  ขอแนะนำว่าควรไปหลังจากเปิดห้างสัก 1 วัน เพื่อให้เวลาแผงคอยล์เย็นแอร์ทำหน้าที่กรองฝุ่นและชะโลมสปอร์เชื้อราให้เปียกและได้ลดเชื้อราในอากาศลงได้บ้าง  และที่สำคัญเราห้ามละเลยมาตรการป้องกันตัวเองไม่ว่าจะเป็น Physical Distancing (การเว้นระยะห่างทางกายภาพ)  การสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า การล้างมือบ่อยๆ อย่างถูกวิธี

 

 

 

ข้อมูลอ้างอิง

www.kovic.co.th

รวมอาหารทานก่อนนอนแล้วหน้าบวม

รวมอาหารทานก่อนนอนแล้วหน้าบวม

สาว ๆ เคยสังเกตกันหรือไม่ว่า ทำไมหน้าของเรานั้นถึงบวมขึ้นในตอนเช้า ซึ่งจริง ๆ แล้ว อาการเหล่านี้มีได้หลายสาเหตุมาก แต่สาเหตุหนึ่งที่เรามาพูดถึงกันในวันนี้ก็คือ อาหารที่เราทานก่อนนอนนั้นเอง ใครจะไปคิดล่ะว่าอาหารบางอย่างถ้าเราทานก่อนจะนอนนั้น มันจะส่งผลให้หน้าบวมในตอนเช้าได้ โดยในวันนี้เราจะพาสาว ๆ ไปดูกันว่าอาหารอะไรบ้างที่ทานตอนก่อนนอนแล้วหน้าบวมในตอนเช้า ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

อาหารคู่บ้านคู่เมืองของคนไทย ไม่ว่าบ้านไหนก็ต้องมีติดบ้านเอาไว้ แต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเนี่ยแหละที่ทำให้เราหน้าบวมได้ในตอนเช้า เพราะในเส้นรวมถึงเครื่องปรุงที่เราใส่ลงไปนั้น มีโซเดียมในปริมาณสูง  ซึ่งพอเราทานจนอิ่มแล้วนอนต่อทันที จะทำให้เกลือเหล่านั้นไม่สามารถขับออกจากร่างกายได้ เลยส่งผลให้ใบหน้าของเราดูบวมขึ้น

ขนมขบเคี้ยว

เจ้าพวกขนมขบเขี้ยวต่าง ๆ ที่มีรสหวาน ๆ เค็ม ๆ รสชาติถูกปากนั้น ถ้าหากทานเข้าไปมาก ๆ โดยเฉพาะช่วงก่อนนอน ก็สามารถทำให้หน้าของเรานั้นบวมได้ เพราะว่าในขนมขบเคี้ยวทั้งหลายเหล่านั้นก็มีส่วนประกอบของเกลือและโซเดียมสูงไม่แพ้บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเลย อีกทั้งพอทานเข้าไปเยอะ ๆ ก็จะยิ่งทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำเอาไว้มากกว่าปกติ เป็นเหตุให้ตัวบวม หน้าบวมได้ง่าย

อาหารฟาสต์ฟู้ด

หนึ่งในอาหารสุดโปรดปราดของใครหลายคน ก็คงหนีไม่พ้นอาหารฟาสต์ฟู้ด ซึ่งเราจะต้องขอเตือนเอาไว้ตรงนี้เลยว่าอาหารฟาสต์ฟู้ดเหล่านี้ ขนาดทานตอนกลางวันยังทำให้อ้วน น้ำหนักขึ้นได้ง่าย ๆ แล้วไหนจะมีส่วนประกอบของน้ำมัน ทั้งเกลือ ทั้งโซเดียมในปริมาณมาก ซึ่งถ้าทานก่อนนอนล่ะก็ หน้าไม่บวมก็แปลกแล้ว

อาหารสำเร็จรูป / อาหารแช่แข็ง

สาว ๆ ที่มักจะขี้เกียจทำอาหารนั้น อาหารสำเร็จรูปหรืออาหารแช่แข็งจะตอบโจทย์ความต้องการอย่างมาก แต่ต้องแลกกับสุขภาพแย่ ๆ กันนะ เพราะเมนูเหล่านี้พอผ่านการแช่แข็งแล้วถูกนำมาเวฟ ทำให้สูญเสียวิตามินและคุณค่าทางอาหารออกไปได้ ที่สำคัญเมนูอาหารสำเร็จรูปแต่ละอย่าง มักมาพร้อมกับโซเดียมในปริมาณที่สูงกว่าอาหารปรุงสดทั่วไป ถ้าทานมากเกินไปอาจจะไม่แค่หน้านะที่บวม

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้น ไม่ว่าจะเป็น เบียร์, ไวน์, เหล้าหรือคอกเทล ถ้าดื่มเยอะ ๆ ก็มีแต่จะทำให้สุขภาพของตัวเองแย่ลงเท่านั้น นอกจากนี้การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ติดต่อกันเกือบทุกคืนยังเป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวของเราขาดน้ำ ส่งผลให้ผิวต้องดึงน้ำขึ้นมากักเก็บไว้ จนหน้าให้บวมในตอนเช้านั่นเอง ดังนั้น ลด ละ เลิกได้ก็ดีนะ

แหล่งที่มา : https://sistacafe.com

 

เผาผลาญไขมัน สลายพุงด้วยเครื่องดื่ม

เผาผลาญไขมัน สลายพุงด้วยเครื่องดื่ม

สาว ๆ ทุกคนล้วนต้องการที่จะมีหน้าท้องที่แบนราบ เพราะว่าใส่เสื้อผ้าอะไรก็ตามจะได้ดูดี ดูรูปร่างผอมเพรียว แต่ในความจริงก็มีสาว ๆ จำนวนไม่น้อยเลยที่มีปัญหากับ “เจ้าพุงน้อย ๆ” ที่คอยกวนใจสาว ๆ อยู่ตลอดเวลา แล้วเจ้าพุงนั้นเกิดมาจากไหนล่ะ พุงเกิดมาจากไขมันที่สะสมจากการทานแป้งและน้ำตาลมากเกินไป ซึ่งสาว ๆ ก็อย่าเพิ่งกังวลไป เพราะเรามีวิธีลดพุงสลายไขมันมาฝากกัน เพียงแค่ดื่มเครื่องดื่มเท่านั้น โดยเครื่องดื่มเหล่านั้นมีดังต่อไปนี้

ชาเขียวร้อน

อย่างที่รู้กันดีว่า ชาเขียวนั้นมีคุณสมบัติช่วยลดน้ำหนัก ซึ่งชาเขียวจะช่วยป้องกันไม่ให้น้ำหนักของเราเพิ่มมากขึ้น เร่งการเผาผลาญอาหารและช่วยลดน้ำหนักได้ ดังนั้นชาเขียวจึงเป็นเครื่องดื่มชั้นยอดที่อยากแนะนำให้ดื่ม แต่ถ้าหากอยากได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดแนะนำว่าให้ดื่มชาเขียวที่ชงเอง และไม่ควรใส่น้ำตาลเพิ่มด้วย เพราะนอกจากจะไม่ผอมลงแล้วนั้นอาจจะทำให้อ้วนมากกว่าเดิมก็ได้

น้ำสตรอว์เบอร์รี่กับมะนาว

เครื่องดื่มที่สามารถช่วยลดพุง ลดไขมันแถมยังช่วยเรื่องผิวพรรณได้นั้นก็คงหนีไม่พ้น น้ำสตรอว์เบอร์รี่กับมะนาว เพราะในสตรอว์เบอร์รี่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก วิธีการทำคือนำสตรอว์เบอร์รี่และสมุนไพรเช่นสะระแหน่ผสมกับน้ำมะนาวและเทน้ำสะอาดลงไป หมักน้ำทิ้งไว้ประมาณ 10 – 15 นาที โดยสตรอว์เบอร์รี่นั้นจะช่วยควบคุมฮอร์โมน  ป้องกันโรคหัวใจ โรคมะเร็ง และช่วยลดน้ำหนัก ซึ่งเครื่องดื่มชนิดนี้นอกจากจะดื่มตอนก่อนนอนแล้วนั้น ยังสามารถนำมาดื่มตอนกลางวันแทนน้ำเปล่าได้อีกด้วย

แอปเปิ้ลไซเดอร์

แอปเปิ้ลไซเดอร์คืออะไร แอปเปิ้ลไซเดอร์ก็คือ น้ำส้มสายชูหมักที่เกิดจากการนำแอปเปิ้ลสดหรือน้ำแอปเปิ้ลมาบ่มรวมกับยีสต์นั่นเอง และที่สำคัญสามารถหาซื้อได้ง่ายมากตามซูเปอร์มาร์เก็ตต่าง ๆ ก็มีขาย วิธีทำก็แสนง่ายเพียงแค่นำแอปเปิ้ลไซเดอร์มาผสมใส่ลงไปในน้ำสะอาดสัก 2 – 3 ช้อนโต๊ะ อาจจะหั่นแอปเปิ้ลสดลงไปด้วยก็ได้ตามใจชอบ ซึ่งแอปเปิ้ลไซเดอร์นั้นมีคุณสมบัติในการต้านเชื้อแบคทีเรีย มีประสิทธิภาพในการช่วยรักษาโรคอุจจาระร่วง  หดเกร็งและบรรเทาอาการท้องเสียได้ ซึ่งสาว ๆ คนไหนที่ชอบทานข้าวช่วงดึก ๆ นั้นแอปเปิ้ลไซเดอร์ช่วยได้มากเลยทีเดียว

น้ำแตงกวา

คนส่วนใหญ่มักจะชอบนำแตงกวามาวางไว้บนหน้า เพื่อช่วยดูแลผิวหน้า แต่รู้หรือไม่ว่าแตงกวาก็สามารถช่วยสลายไขมัน ลดพุงได้เหมือนกัน เพียงแค่ใส่แตงกวาลงในเครื่องปั่นและปั่นผสมกับน้ำสะอาด โดยในแตงกวานั้นเต็มไปด้วยเส้นใยของวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ นอกจากจะช่วยลดน้ำหนักแล้ว ยังช่วยในเรื่องการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดด้วย แนะนำว่าให้ดื่มก่อนนอนทุกคืนเป็นประจำ ซึ่งสำหรับใครที่ทนกลิ่นผักไม่ไหวอาจจะเพิ่มน้ำผึ้งลงไปสักหน่อยก็จะมีรสชาติดีและดื่มง่ายขึ้น

ทั้งหมดนี่ก็คือเครื่องดื่มที่สามารถช่วยในเรื่องสลายไขมันหรือลดพุงได้ ถ้าหากสาวอยากมีหน้าท้องที่แบนราบแต่ไม่อยากออกกำลังกายหรือไม่มีเวลาออกกำลังกาย ก็สามารถทำเครื่องดื่มเหล่าทานได้ โดยเลือกเครื่องดื่มที่สาว ๆ ชอบหรือคิดว่ามันอร่อยได้เลย

ผลไม้ที่ช่วยเรื่องผิวขาวใสในอาหารเสริม

ผลไม้ที่ช่วยเรื่องผิวขาวใสในอาหารเสริม

มีผู้คนจำนวนไม่น้อยเลยที่อยากมีผิวที่ขาว กระจ่างใส น่าสัมผัส ทำให้มีผู้คนมากมายต่างพากันหาซื้ออาหารเสริมที่ช่วยเรื่องผิวขาวใส หรือไม่ก็ผันตัวไปเปลี่ยนเจ้าของแบรนด์อาหารเสริมผิวขาวใสแทน ซึ่งในการผลิตอาหารเสริมนั้นจะต้องมีการใส่สารสกัดต่าง ๆ ที่จะช่วยในเรื่องที่เจ้าแบรนด์นั้นต้องการลงไป อาหารเสริมเพื่อผิวขาวใสก็เช่น โดยส่วนโรงงานอาหารเสริมที่รับผลิตอาหารเสริมประเภทนี้เน้น จะแนะนำให้ใช้เป็นสารสกัดผลไม้ลงไปในอาหารเสริม ซึ่งสำหรับผู้ที่กำลังจะริเริ่มทำอาหารเสริมผิวขาวใส แล้วยังไม่รู้จะใช้สารสกัดอะไรดี วันนี้เรามีผลไม้ที่ช่วยเรื่องผิวขาวใสมาให้พิจารณากัน โดยมีดังต่อไปนี้

ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่

ผลไม้ที่ผู้หญิงหลายคนรู้จักกันดี เพราะเป็นผลไม้ที่ขึ้นเรื่องช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใส เนื่องจากเป็นผลไม้ที่รวบรวมเบอร์เมืองหนาวเอาไว้หลากหลายชนิด อาทิ สตรอว์เบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่เป็นต้น ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่นั้นอุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหารที่สำคัญมากมายหลายชนิด ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าในผลไม้ตระกูลเบอร์รี่นั้น มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระและวิตามินซีในปริมาณที่สูงได้แก่ แอนโทไซยานิน, เคอชิติน, เคมเพอรอล  ซึ่งเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระชั้นยอดที่จะทำให้ผิวพรรณสว่างกระจ่างใส ยืดหยุ่นและมีสุขภาพดี

มะเขือเทศ

ผลไม้ทรงกลมสีแดงที่นิยมบริโภคกันทั่วโลก ในมะเขือเทศนั้นมีสารอาหารที่สำคัญต่อผิวพรรณของสุขภาพของเราอย่าง เบต้าแคโรทีน ที่มีส่วนสำคัญในการต่อต้านอนุมูลอิสระช่วยลดและชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย นอกจากนี้ยังประกอบไปด้วยวิตามินต่าง ๆ โดยเฉพาะวิตามินซีและอี ที่มีส่วนช่วยทำให้ผิวพรรณกระจ่างใสและชุ่มชื่นแก่ผิว

แอปเปิ้ล

ผลไม้ทดลองแรงโน้มถ่วง ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพที่หลายคนรู้จักกันดีอย่าง แอปเปิ้ล  เพราะว่าแอปเปิ้ลนั้นไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ นานาชนิด นอกจากนี้แอปเปิ้ลยังเป็นผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระมากที่สุดในบรรดาผลไม้ทั้งหมด โดยมีส่วนช่วยในการชะลอริ้วรอยแห่งวัยต่าง ๆ ทำให้ผิวหนังนั้นสามารถโอบอุ้มน้ำได้ดี และยังมีส่วนสำคัญในการช่วยทำให้ผิวพรรณกระจ่างใส ซึ่งแอปเปิ้ลนั้นจะถูกใช้กับผลิตอาหารเสริมผิวขาวที่ต้องการความขาวแบบเร่งด่วน

ส้มยูชุ

ส้มสายพันธุ์ขึ้นชื่อของประเทศญี่ปุ่น ที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์และวิตามินต่าง ๆ มากมาย แต่สารอาหารที่สำคัญที่สุดในส้มยูสุก็คงหนีไม่พ้น เบต้าแคโรทีนและวิตามินซี ซึ่งมีบทบาทที่สำคัญในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัย ทำให้ผิวหนังยืดหยุ่น ยกกระชับ สว่างกระจ่างใส และมีส่วนสำคัญในการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวหนัง

ทั้งหมดนี้คือผลไม้ที่นำมาผลิตเป็นอาหารเสริมผิวขาวใส แต่ไม่ใช่แค่นั้น ผลไม้เหล่านี้ยังสามารถใช้ในการผลิตเครื่องสำอางได้อีกด้วย ซึ่งโรงงานรับผลิตเครื่องสำอางก็นิยมใช้ผลไม้เหล่านี้เช่นกัน แต่ถึงแม้ว่าสารสกัดจากผลไม้เหล่านี้จะดีแค่ไหน แต่ถ้าผลิตจากโรงงานที่ไม่ได้มาตรฐานก็เหมือนเอาผลิตภัณฑ์ไปวางไว้บนเส้นด้าย เพราะไม่มีทางรู้ได้เลยว่าทางโรงงานจะสารสกัดจาผลไม้เหล่านั้นจริง ๆ หรือแอบใส่สารอันตรายเข้าไปด้วยหรือไม่