สุขภาพ

พฤติกรรมที่ถูกมองข้าม ที่ทำให้ไดเอทไม่ได้ผล

พฤติกรรมที่ถูกมองข้าม ที่ทำให้ไดเอทไม่ได้ผล

ไม่ว่าใครก็อยากจะมีรูปร่างที่ดีทั้งนั้น ดังนั้นการลดน้ำหนักจึงเป็นวิธีที่ช่วยให้น้ำหนักในร่างกายลดลง แต่เคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมการลดน้ำหนักที่เน้นการมีวินัยในการออกกำลังกายหรือเลือกกินอาหารเป็นอย่างดี จึงไม่ทำให้เกิดผลลัพธ์ตามที่วางไว้ วันนี้เราจะชวนให้สาว ๆ มาทำความเข้าใจกับพฤติกรรมต่าง ๆ ที่หลายคนมักมองข้ามในช่วงที่กำลังลดน้ำหนัก ซึ่งแต่ละพฤติกรรมจัดเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้การไดเอทไม่เกิดผลตามมานั่นเอง จะมีพฤติกรรมไหนบ้างนั้นไปดูกันเลย

ดื่มน้ำน้อย

การลดน้ำหนักให้ได้ผล ควรมาพร้อมกับการดื่มน้ำให้มาก ๆ ในขณะเดียวกันพฤติกรรมการดื่มน้ำน้อยในช่วงลดน้ำหนักกลับทำให้เกิดอาการกระหาย ซึ่งหลายครั้งจะทำให้สาว ๆ เข้าใจผิดได้ว่าอาการกระหายดังกล่าวอาจหมายถึงอาการหิว นั่นจึงทำให้สาว ๆ เลือกกินจุบจิบทั้งที่ไม่ได้หิวแต่อย่างใด ที่สำคัญการดื่มน้ำน้อยยังส่งผลให้เกิดภาวะขาดน้ำ ทำให้ผิวแห้ง ปากแห้ง ตาแห้ง และเกิดอาการง่วงซึมหรือไม่มีแรงอีกด้วย

นอนดึก

อย่างที่สาว ๆ รู้กันอยู่แล้วว่าการลดน้ำหนักที่มีประสิทธิภาพ ควรมาพร้อมกับการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ดังนั้นถ้ามีความตั้งใจจะลดน้ำหนัก แต่ยังคงไม่ละทิ้งพฤติกรรมการนอนดึก รับรองว่าการไดเอทไม่เกิดผลอย่างแน่นอน เพราะการนอนดึกไม่เพียงแต่ส่งผลให้เกิดอาการสมองตื้อหรืออ่อนเพลียเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อระบบย่อยอาหารอีกเช่นกัน

กินตามอารมณ์

พฤติกรรมกินตามอารมณ์มักเกิดขึ้นในช่วงที่มีความเครียด ซึ่งจะทำให้สาว ๆ ติดนิสัยกินตามอารมณ์ ซึ่งจะไม่เน้นกินแค่เพียงมื้อหลัก 3 มื้อเท่านั้น ดังนั้นถ้ารู้ว่าตัวเองชอบกินตามอารมณ์ในช่วงลดน้ำหนัก ต่อให้กินแค่เพียงน้อยนิดก็ควรห้ามใจให้ทัน เพื่อให้การไดเอทได้ผลตามที่วางไว้นั่นเอง

กินอาหารพร้อมดูหน้าจอ

ถ้าอยู่ในช่วงของการลดน้ำหนัก สิ่งหนึ่งที่ควรห้ามใจตัวเองไว้ให้ได้ก็คือ ห้ามกินอาหารในขณะที่กำลังนั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือแม้แต่ในช่วงที่กำลังดูหนังดูซีรีส์หรือไถมือถือก็ไม่ควรทำเด็ดขาด เพราะพฤติกรรมเช่นนี้จะทำให้เผลอกินอาหารในปริมาณที่มากเกินพอดี

เคี้ยวอาหารไม่ละเอียด

สาว ๆ คนไหนที่ชอบกินอาหารเร็ว ๆ หรือเคี้ยวไม่ละเอียด บอกเลยว่าพฤติกรรมนี้จะทำให้การลดน้ำหนักไม่ได้ผลเท่าที่ควร เพราะการเคี้ยวอาหารไม่ละเอียดจะทำให้สมองไม่มีเวลาประมวลผลและสั่งการไปยังกระเพาะอาหารให้รู้สึกอิ่มได้ทันเวลา เพราะโดยปกติแล้วสมองจะใช้เวลาประมาณ 15-20 นาทีกว่าที่สมองจะส่งสัญญาณให้รู้สึกอิ่ม

ไม่กินมื้อเช้าเป็นประจำ

การอดอาหารมื้อเช้าเป็นประจำจะทำให้การลดน้ำหนักไม่ได้ผล เพราะจะส่งผลให้ระบบเผาผลาญในร่างกายทำงานได้ช้าลง และยังทำให้เกิดอาการหิวอาหารมากขึ้นอีกด้วย

งดมื้อใหญ่แต่กินมื้อย่อยไม่หยุด

สำหรับสาว ๆ ที่ลดน้ำหนักแล้วชอบงดการกินมื้อใหญ่ เพื่อกินมื้อย่อยหลาย ๆ มื้อ บอกเลยว่าพฤติกรรมนี้จะทำให้การลดน้ำหนักสูญเปล่า ยิ่งถ้ามื้อย่อยเป็นอาหารจำพวกขนมขบเคี้ยว ของหวาน ของมัน รวมทั้งน้ำหวานชนิดต่างๆ จะยิ่งทำให้ร่างกายอ้วนแทนที่น้ำหนักจะลดลงอย่างที่ต้องการ

แหล่งที่มา : www.sanook.com

อาหารคลีนสำหรับผู้ชาย กินอะไรลดน้ำหนักได้

อาหารคลีนสำหรับผู้ชาย กินอะไรลดน้ำหนักได้

หนุ่ม ๆ แทบทุกคนก็อยากจะมีร่างกายที่แข็งแรง สุขภาพดี และหุ่นฟิตเฟิร์มให้สาว ๆ ได้หลงเสน่ห์กันทั้งนั้น แต่หลายคนก็ประสบปัญหารูปร่างและน้ำหนักจนกลายเป็นพ่อหนุ่มเจ้าเนื้อ ตัวอวบตุ้ยนุ้ย ต้องหาวิธีการต่าง ๆ มาลดน้ำหนัก ปั้นหุ่นให้หล่อเท่ ซึ่งนอกจากการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอแล้ว พฤติกรรมการกินอาหารที่มีประโยชน์และดีต่อสุขภาพ ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ควรให้ความสำคัญและเอาใจใส่

ปัจจุบันมีเมนูอาหารเพื่อสุขภาพมากมายให้เลือกกิน และหนึ่งในนั้นคือเมนู “อาหารคลีน” แต่อย่างที่รู้ว่าอาหารคลีนนั้นส่วนใหญ่ผู้หญิงจะนิยมทานมากกว่า ทีนี้จะเกิดความสงสัยแล้วใช่ไหมว่า แล้วผู้ชายล่ะ สามารถกินอาหารคลีนได้หรือไม่ และกินอะไรลดน้ำหนักได้ เราไปดูกันเลย

อาหารคลีนที่ผู้ชายควรกิน

มาดูกันว่า มีวัตถุดิบอะไรที่ควรนำไปทำเป็นอาหารคลีนสำหรับผู้ชายที่กำลังควบคุมหรือต้องการลดน้ำหนักกันบ้าง

  • ผัก โดยเฉพาะผักใบเขียวทั้งหลาย เพราะเป็นแหล่งอุดมไปด้วยไฟเบอร์ หรือใครจะนำผักแช่แข็งมาปรุงอาหารก็ได้
  • ผลไม้ เลือกใช้ผลไม้สดหรือแช่แข็งเป็นหลัก ไม่ควรใช้ผลไม้กระป๋องเพราะมักจะมีน้ำเชื่อมหรือน้ำตาลเป็นส่วนผสม
  • เมล็ดธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ขนมปังโฮลเกรน ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เลย์ ถั่ว ถั่วเลนทิล และควินัว
  • ถั่วและเมล็ดพืช พยายามเลือกที่เป็นธรรมชาติแท้ จะเป็นแบบคั่วแล้ว หรือเติมเกลือเล็กน้อยก็ได้ แต่ให้หลีกเลี่ยงรสชาติที่ปรุงแต่งมาแล้ว เช่น น้ำผึ้ง หรือน้ำเชื่อม
  • ไขมันที่ดีต่อสุขภาพ เช่น ปลาแซลมอน น้ำมันมะกอก และอะโวคาโด
  • โปรตีนลีน ควรเลือกเนื้อสัตว์ที่อุดมไปด้วยโปรตีน แต่มีไขมันน้อย เช่น เนื้ออกไก่ ไก่งวง ปลา หรือกรีกโยเกิร์ตและพืชตระกูลถั่วต่าง ๆ
  • ผลิตภัณฑ์จากนม เช่น ชีส นมสด โยเกิร์ตรสธรรมชาติ

อาหารคลีน ลดน้ำหนัก กินอะไรดี

สำหรับหนุ่ม ๆ ที่กำลังอยากกินอาหารคลีน แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหน เราขอแนะนำให้ปรับอาหารเป็นมื้อ ๆ โดยเริ่มต้นตั้งแต่มื้อเช้า มื้อกลางวัน มื้อเย็น และมื้อเล็ก ๆ ระหว่างวัน ดังนี้

มื้อเช้า

นับว่าเป็นมื้ออาหารที่สำคัญที่สุดในแต่ละวัน ควรเน้นหนักไปที่การเพิ่มโปรตีนให้ร่างกาย เพื่อส่งเสริมการฟื้นฟูและซ่อมแซมกล้ามเนื้อ โดยไข่เป็นตัวเลือกที่ดีเพราะให้โปรตีนและไขมันที่มีคุณภาพสมดุล รวมถึงแฮมไม่ติดมัน ปลาแซลมอน และผลิตภัณฑ์จากนมที่มีไขมันต่ำหรือปราศจากไขมัน ซึ่งอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีนเหล่านี้จะช่วยทำให้อิ่มท้องได้นานขึ้น ไม่โหยระหว่างวัน และทำให้มีแนวโน้มในการกินอาหารในมื้ออื่น ๆ น้อยลงตามไปด้วย

ตัวอย่างเมนูอาหารคลีนสำหรับมื้อเช้า ได้แก่ ขนมปังโฮลวีตปิ้ง กินคู่กับแซลมอนรมควัน 2-3 ชิ้น แฮมไม่ติดมัน ไข่คน ไข่กระทะ เห็ดย่าง นมสด หรือโยเกิร์ตธรรมชาติ

ของว่างช่วงสาย

มื้ออาหารในช่วงสายของวัน จะช่วยปรับสมดุลระดับพลังงานในร่างกายของผู้ชายได้ จึงควรกำหนดปริมาณอาหารในแต่ละมื้อให้น้อยกว่าปกติ แต่กินให้บ่อยขึ้น โดยเลือกกินของว่างที่ตอบโจทย์กับความต้องการของร่างกาย และจะไม่ทำให้อิ่มท้องจนเกินไป

ตัวอย่างเมนูอาหารคลีนสำหรับของว่างช่วงสาย ได้แก่ แครกเกอร์รสธรรมชาติกับเนยถั่วและกล้วย ขนมปังปิ้งกับอะโวคาโดสเปรดและเนื้ออกไก่ แอปเปิลขนาดกลาง กาแฟดำ หรือกาแฟใส่นม

มื้อเที่ยง

เน้นหนักไปที่โปรตีนลีนและคาร์โบไฮเดรตเพื่อเพิ่มพลังงานให้ร่างกายได้ใช้ในช่วงครึ่งวันบ่าย ไม่ควรงดแป้ง แต่ควรเลือกกินข้าวหรือขนมปังที่มีน้ำตาลสูงและธัญพืชที่มีเส้นใยสูง เช่น ข้าวไรย์ ข้าวบาร์เลย์ ข้าวกล้อง และขนมปังโฮลวีต กับเนื้อสัตว์ที่ไม่มีไขมัน เช่น เนื้อไก่ และปลา

ตัวอย่างเมนูอาหารคลีนสำหรับมื้อเที่ยง ได้แก่ แซนวิชเนื้ออกไก่กับผักสลัด แซนวิชเนื้อไก่งวงกับผักกาดและมะเขือเทศ ขนมปังปิ้งโฮลเกรนกับปลาแซลมอนรมควัน แซนวิชโฮลเกรนกับเนื้อย่างไม่ติดมัน ชีสไขมันต่ำ และสลัดผักกับน้ำสลัดไร้ไขมัน

ของว่างช่วงบ่าย

หลายคนพอเข้าช่วงบ่ายก็เกิดอยากของว่างหรือขนมจุบจิบมาเคี้ยวกรุบกรอบให้หายง่วงกัน เปลี่ยนจากมันฝรั่งทอดกรอบที่เต็มไปด้วยไขมันและเกลือ มาเป็นถั่วหรือป๊อปคอร์นรสธรรมชาติดู หรือใครอยากจะเพิ่มพลังงานให้ร่างกายก็กินเป็นแครกเกอร์กับครีมชีสไขมันต่ำก็ได้

มื้อเย็น

ไม่ควรงดอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต เช่น ข้าวหรือขนมปัง เพราะมีไขมันต่ำ อุดมด้วยไฟเบอร์ ซึ่งคาร์โบไฮเดรตนี่เองจะไปผสมผสานกับไขมันที่จำเป็นในร่างกายและโปรตีน ทำการซ่อมแซมและฟื้นฟูการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย ดังนั้นจึงควรเลือกกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ในมื้อเย็น โดยเน้นหนักไปที่ไขมัน โปรตีน และคาร์โบไฮเดรต

ตัวอย่างเมนูอาหารคลีนสำหรับมื้อเย็น ได้แก่ ปลาแซลมอลรมควัน สลัดผลไม้ สลัดผักกับน้ำสลัดที่ทำจากเมล็ดธัญพืช ข้าวกล้อง ควินัว พาสตา เนื้ออกไก่ ยำปลาแซลมอน ยำปลาทูน่า และโยเกิร์ตไขมันต่ำ

แหล่งที่มา : men.kapook.com

4 อาหารที่จะหยุดระบบเผาผลาญไขมันทันที

4 อาหารที่จะหยุดระบบเผาผลาญไขมันทันที

การดูแลรูปร่างให้ผอมเพรียวสุขภาพดีไม่อ้วนแล้ว การมีระบบเผาผลาญไขมันในร่างกายที่ดี ยังช่วยลดความเสี่ยงโรคอันตรายอื่น ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น โรคหลอดเลือด หรือไขมันเกาะตับ แต่ถ้าหากกินอาหารที่ไม่เหมาะสมก็อาจทำให้ระบบเผาผลาญไขมันทำงานด้อยประสิทธิภาพลงได้เช่นกัน และนี่คืออาหาร 4 ชนิดที่ นพ.นันทพล พงศ์รัตนามาน อาจารย์ที่ปรึกษา แผนกศัลยศาสตร์หลอดเลือด ร.พ.พระมงกุฎเกล้า หรือ หมอท็อป แนะนำว่า กินปุ๊ป ระบบเผาผลาญไขมันในร่างกายจะหยุดทำงานทันที แม้ว่าจะกินไปแค่คำเดียวเท่านั้น

ชานมไข่มุก และเครื่องดื่มรสหวานทั้งหมด

ส่วนประกอบของชานม มีชาอยู่ในปริมาณไม่มาก นอกนั้นเป็นนม ที่อาจมาจากนมสด หรือผสมครีมเทียม ซึ่งอาจมีน้ำตาลสูงได้ เมื่อไรก็ตามที่ร่างกายได้รับคาร์โบไฮเดรตที่กินมาก ๆ อาจไม่ดีต่อร่างกาย เช่น น้ำตาลทรายขาว หรือแป้งที่ผ่านกระบวนการต่าง ๆ เช่น ไข่มุก เป็นแป้งที่ผ่านการปรุงแต่งมาก รวมถึงครีมเทียมเพิ่มความหอมมันให้กับร่างกาย หากกินเข้าไปจะทำให้ระบบเผาผลาญไขมันในร่างกายหยุดชะงักทันที เพราะเมื่อไรก็ตามที่ร่างกายได้รับคาร์โบไฮเดรต แป้งและน้ำตาลสูง โดยเฉพาะแป้งและน้ำตาลที่ไม่ค่อยดีต่อร่างกาย จะทำให้ร่างกายมีอินซูลินที่พุ่งสูงขึ้น

ระบบการเผาผลาญจะหยุดทำงาน ร่างกายจะพยายามเผาผลาญแต่น้ำตาลที่กินเข้าไปจำนวนมาก โดยไม่ได้เผาผลาญไขมัน และเมื่อร่างกายเผาผลาญพลังงานจากน้ำตาลได้ไม่หมด ก็จะกลับไปสะสมในรูปแบบของไขมันส่วนเกินตามอวัยวะต่าง ๆ นั่นเอง

ขนมถุง

ไม่ว่าจะเป็นขนมถุงชนิดใด ๆ ก็ตาม เช่น มันฝรั่งอบกรอบ และอื่น ๆ ขนมถุงมักมีส่วนประกอบเป็นคาร์โบไฮเดรตที่ดูดซึมได้เร็วมาก ซึ่งเป็นแป้งที่กลายเป็นน้ำตาลได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ระดับอินซูลินในร่างกายพุ่งสูงขึ้น นอกจากนี้ขนมถุงยังมีสารปรุงแต่งจำนวนมาก ซึ่งกระตุ้นอินซูลินในร่างกายเพิ่มมากขึ้น และร่างกายหยุดการทำงานของระบบเผาผลาญไขมันด้วยเช่นกัน

น้ำอัดลมปราศจากน้ำตาล

เครื่องดื่มปราศจากน้ำตาลที่ให้พลังงาน 0 กิโลแคลอรี่ ดูเหมือนจะดีต่อสุขภาพ แต่จริง ๆ แล้วมักใส่สารให้ความหวาน หรือ แอสปาร์แตม กับซูคราโลส โดยสารทั้งสองตัวนี้กระตุ้นการทำงานของอินซูลินได้เป็นอย่างดี ร่างกายหยุดเผาผลาญไขมันทันทีที่กินเข้าไป

แต่ก็มีเครื่องมือปราศจากน้ำตาลบางประเภทที่ผสมสารให้ความหวานแทนน้ำตาลที่ไม่กระตุ้นการทำงานของอินซูลิน นั่นคือ อัลลูโลส อินนูลิน อิริทริคอล หล่อฮังก้วย และสตีเวีย แต่หากเลือกที่จะไม่กินได้ก็จะดีที่สุด เพราะอย่างไรก็ยังทำให้เราเป็นคนติดรสหวานอยู่ดี

น้ำผลไม้

แม้จะเป็นน้ำผลไม้ 100% หรือน้อยกว่า ก็มีปริมาณน้ำตาลสูงเช่นเดียวกัน โดยน้ำผลไม้ 1 แก้ว มีน้ำตาลใกล้เคียงกันกับน้ำอัดลม 1 แก้วเลยทีเดียว (น้ำตาลประมาณ 5-6 ช้อนชา) แนะนำให้กินน้ำผลไม้สดเพื่อให้ได้กากใยอาหารด้วยจะดีกว่า และควรกินพร้อมมื้ออาหาร และกินในปริมาณที่เหมาะสม ไม่กินมากเกินไปเช่นเดียวกัน

อาหารเหล่านี้ใช่ว่าจะห้ามไม่ให้กินเลย แต่ควรนาน ๆ กินที และกินในปริมาณที่ไม่มากเกินไป รวมถึงออกกำลังกายมากกว่า 30 นาที 3 – 5 วันต่อสัปดาห์ จะช่วยให้ระบบเผาผลาญพลังงานยังคงทำงานได้อย่างขยันขันแข็งเช่นเคย

แหล่งที่มา : www.sanook.com

6 อาหารแหล่งโปรตีนสำคัญที่คนกินมังสวิรัติต้องลิสต์ไว้

6 อาหารแหล่งโปรตีนสำคัญที่คนกินมังสวิรัติต้องลิสต์ไว้

โปรตีนคือสารอาหาราสำคัญของร่างกาย ซึ่งเราจะได้รับสารอาหารชนิดนี้ได้ทั้งจากการกินเนื้อสัตว์และผัก แต่สำหรับคนที่กินมังสวิรัติ ย่อมไม่สามารถรับโปรตีนจากเนื้อสัตว์ต่าง ๆ ได้ วันนี้เราจึงนำอาหารทั้ง 6 ชนิดที่ถือเป็นแหล่งโปรตีนสำคัญ และเหมาะสำหรับทุกคนที่กินมังสวิรัติอย่างมากมาแชร์กัน

อัลมอนด์

การกินอัลมอนด์ปริมาณ 1 กำมือในแต่ละวัน จะช่วยให้ร่างกายได้รับโปรตีนได้อย่างเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ทั้งนี้สามารถกินเนยถั่วอัลมอนด์แทนได้เช่นกัน เพราะเนยชนิดนี้ไม่เพียงแต่ให้ประโยชน์แก่ร่างกายเท่านั้น แต่ยังเป็นเนยที่มีสารพิษน้อยกว่าเนยถั่วธรรมดาทั่วไปอีกด้วย นอกจากนี้ยังสามารถใช้น้ำมันจากอัลมอนด์มาปรุงอาหารได้อีกเช่นกัน ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายได้รับโปรตีนไม่ต่างไปจากการกินอัลมอนด์หรือเนยถั่วอัลมอนด์เลย

ถั่วเลนทิล

เมื่อกินถั่วเลนทิล 1 ถ้วย จะช่วยให้ร่างกายได้รับโปรตีนที่มากกว่ากินเนื้อวัวปริมาณ 3 ออนซ์ ซึ่งการกินถั่วเลนทิลสามารถกินได้ทั้งแบบดิบ แบบลวก หรือนำมาปรุงเป็นอาหารได้ตามสะดวก ทั้งนี้หากไม่สามารถหาถั่วชนิดนี้ได้ แนะนำให้กินถั่วแดงหรือถั่วดำแทนได้เช่นกัน เพราะถั่วทั้งสองชนิดนี้ก็ให้โปรตีนแก่ร่างกายสูง อีกทั้งยังสามารถกินทุกวัน

ควินัว

ควินัวคือธัญพืชที่มีขนาดเล็กมาก ๆ แต่ในทางตรงกันข้ามกลับให้โปรตีนแก่ร่างกายสูง โดยเฉลี่ยควินัวปริมาณ 185 กรัม ให้โปรตีนแก่ร่างกายประมาณ 8.14 กรัมเลยทีเดียว ที่สำคัญธัญพืชชนิดนี้ยังสามารถนำเอามาทำเป็นอาหารได้หลากหลายชนิดอีกด้วย

ไข่

ไข่อุดมไปด้วยโปรตีน และถือเป็นแหล่งโปรตีนที่หากินได้ง่านมาก ๆ แถมยังเอามาทำได้หลากหลายเมนู นอกจากโยเกิร์ตรสธรรมชาติที่ไม่มีส่วนผสมใด ๆ ก็คือเป็นแหล่งโปรตีนด้วยเช่นกัน ดังนั้นหากใครที่กำลังกินมังสวิรัติแต่ไม่ชอบกินไข่ แนะนำให้หาโยเกิร์ตมากินแทนก็ได้รับโปรตีนสูงไม่แพ้กัน

ผักโขม

ผักโขมเป็นผักที่ให้โปรตีนแก่ร่างกายสูงมาก ทั้งนี้เพื่อให้ร่างกายได้รับโปรตีนอย่างเพียงพอ แนะนำให้นำมาลวกกินทุกวัน ช่วยเพิ่มโปรตีนแก่ร่างกายได้เป็นอย่างดี

เตมเป

เตมเป คือผลิตภัณฑ์ถั่วเหลืองแบบพื้นเมืองของอินโดนีเซีย เป็นอาหารที่ได้จากการหมักถั่วเหลืองจนเป็นแท่ง ซึ่งอาหารชนิดนี้อุดมไปด้วยโปรตีน จัดเป็นอีกหนึ่งอาหารที่เหมาะสำหรับคนกินมังสวิรัติอย่างมาก ทั้งนี้เตมเปปริมาณ 1 ถ้วย ให้โปรตีนแก่ร่างกายประมาณ 15 กรัม แถมยังให้สารอาหารประเภทใยอาหารที่สามารถทำให้ย่อยง่ายอีกด้วย

แหล่งที่มา : www.sanook.com

เสริมสร้างสภาพจิตใจ ด้วย 7 สิ่งที่พ่อแม่ต้องสอนลูก

เสริมสร้างสภาพจิตใจ ด้วย 7 สิ่งที่พ่อแม่ต้องสอนลูก

การเสริมสร้างสภาพจิตใจให้แข็งแกร่งตั้งแต่วัยเด็กจึงเป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็น โดยพ่อแม่ผู้ปกครองต้องสอน ฝึกฝน และอดทนอย่างมาก เพื่อให้เด็ก ๆ สามารถพัฒนาสภาพจิตใจให้แข็งแกร่งและดำเนินชีวิตได้อย่างเป็นธรรมชาติ เด็ก ๆ ที่เติบโตขึ้นมาอยู่ในวัยหนุ่มสาวและประสบความสำเร็จ พวกเขามีพื้นฐานจิตใจที่เข้มแข็ง และมีสิ่งที่พวกเขามักจะทำอยู่เสมอ หากคุณต้องการเสริมสร้างสภาพจิตใจที่แข็งแกร่งให้กับบุตรหลาน คุณควรสอนอะไรพวกเขาบ้าง วันนี้เรามี 7 สิ่งที่พ่อแม่ต้องสอนลูกเพื่อเสริมสร้างสภาพจิตใจ ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

สอนให้พวกเขาเชื่อมั่นในความสามารถของตัวเอง

ไม่ว่าลูกของคุณจะต้องทำงานกับใครในสังคม สอนให้พวกเขารับผิดชอบในหน้าที่ของตัวเอง ด้วยความสามารถที่ดีที่สุดของตัวเองก็พอ ไม่ต้องเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับใครทั้งนั้น เช่น “ฉันทำได้” “ฉันกำลังพยายามอย่างหนักอยู่” “ฉันมั่นใจ” “ฉันจะสนุก” เสียงความเชื่อมั่นในความสามารถของตัวเองนี้ จะกลบความรู้สึกเชิงลบที่อาจจะเกิดขึ้นมาด้อยค่าด้อยศักยภาพของตัวเด็กเองได้ พวกเขาจะเห็นคุณค่าและนับถือตัวเอง และทำสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างมั่นใจ

สอนให้พวกเขาปรับตัวให้เข้ากับสิ่งที่เปลี่ยนแปลง

การที่คนเราต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลง เราจำเป็นต้องใช้เวลาสักพักในการปรับตัว อย่างเด็ก ๆ ที่ต้องย้ายโรงเรียน สำหรับเด็กบางคนมันก็ไม่ใช่เรื่องยาก เดี๋ยวเดียวก็ปรับตัวเข้ากับเพื่อนใหม่ ครูใหม่ โรงเรียนใหม่ได้ แต่กับเด็กอีกหลาย ๆ คน มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลง พวกเขาอาจกังวลในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น ว่าจะทำให้ชีวิตของพวกเขาแย่ลง คุณต้องสอนให้ลูกของคุณรู้จักกับอารมณ์ของตัวเอง ณ เวลานั้น การเปลี่ยนแปลงทำให้รู้สึกไม่สบายใจอย่างไร การรับรู้ความรู้สึกที่เกิดขึ้น จะบรรเทาความกังวลลงได้

สอนให้พวกเขาพูดปฏิเสธเมื่อถึงคราวจำเป็น

หลายคนมีปัญหาในการปฏิเสธคนอื่นไม่เป็น รวมถึงมีปัญหาในการแสดงความรู้สึกเมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่ตนเองไม่พอใจ ไม่เต็มใจ แล้วความหนักหนาทั้งหมดก็มารวมไว้อยู่ที่ตัวเอง ฉะนั้น ต้องสอนให้เด็ก ๆ พูดปฏิเสธให้เป็นขึ้นอยู่กับสถานการณ์ กล้าหาญที่จะพูดว่า “ไม่” จะทำให้พวกเขาแข็งแกร่งขึ้น แรก ๆ พวกเขาอาจรู้สึกว่ามันยากและอึดอัดที่ต้องพูดปฏิเสธ แต่ถ้าคุณฝึกฝนพวกเขาบ่อย ๆ พวกเขาจะรู้สึกว่ามันง่ายขึ้น การที่พวกเขาเลือกที่จะปฏิเสธในสถานการณ์ที่อึดอัดหรือไม่เต็มใจ จะช่วยลดความเครียดจากการผูกมัดจากสิ่งที่พวกเขาไม่ต้องการทำ

สอนให้พวกเขาผิดพลาดเป็น และยอมรับความผิดพลาด

คุณต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้พวกเขาได้เรียนรู้ว่าอะไรดีอะไรไม่ดี ถ้าลูกของคุณเป็นเด็กที่ขี้ลืม ก็เป็นไปได้ว่าจะลืมทำการบ้านอยู่บ่อย ๆ หรือการที่มีขนมกรุบกรอบเต็มบ้าน ก็อาจจะห้ามใจเรื่องการกินขนมได้ยาก ดังนั้นเมื่อเขาผิดพลาด ให้เตือนว่าพวกเขาจะแก้ปัญหานั้นอย่างไรจะได้ไม่ผิดซ้ำสอง ถ้ากลัวจะลืมทำการบ้าน ให้พวกหาสมุดมาจดทันทีที่ครูมอบหมายงาน หรือพยายามไม่ซื้อขนมที่ทำลายสุขภาพเข้าบ้าน อย่างน้อยพวกเขาก็หากินได้ยากขึ้น

สอนให้พวกเขารู้จักชื่นชม ยินดีกับความสำเร็จของคนอื่น

เป็นเรื่องปกติที่เด็ก ๆ จะรู้สึกอิจฉาเมื่อเพื่อนได้ของเล่นชิ้นใหม่เป็นรางวัลที่ประสบความสำเร็จ แต่สิ่งที่คุณควรรู้ก็คือ ความรู้สึกในแง่ลบที่ลูกของคุณมีต่อเพื่อนคนอื่นนั่นแหละที่ทำร้ายตัวลูกของคุณเอง ในขณะที่เพื่อนของพวกเขาไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยเลย คุณจึงต้องสอนให้พวกเขารู้จักการชื่นชม สนับสนุน และยินดีกับความสำเร็จของคนอื่น ๆ เมื่อเห็นว่าเขาสำเร็จได้ก็เพราะพยายามทำงานอย่างหนัก เมื่อถึงเวลาของลูกของคุณ พวกเขาก็จะตั้งใจทำเรื่องของตัวเองให้ดีที่สุด โดยไม่เอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับเพื่อนคนอื่น

สอนพวกเขาว่าถ้าล้มเหลว ก็แค่ลองอีกครั้ง

นิยามของคำว่าล้มเหลวที่พวกเราเข้าใจกันดีก็คือ มันเป็นความเจ็บปวด ทำให้รู้สึกอับอาย ผิดหวัง รู้สึกแย่กับตัวเอง แต่ต้องไม่ลืมว่ากว่าจะประสบความสำเร็จ คนทุกคนเคยล้มเหลวกันมาก่อนแล้วทั้งนั้น เช่นเดียวกัน เด็กที่จิตใจเข้มแข็ง พวกเขาจะสนใจว่าจะแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาด ซึ่งเป็นสาเหตุของความล้มเหลวอย่างไร โดยที่ไม่จมอยู่กับความผิดหวัง พวกเขาจะมีกรอบความคิดที่จะเปลี่ยนความล้มเหลวให้เป็นประสบการณ์และการเรียนรู้เชิงบวก จะช่วยให้เด็ก ๆ มีความมั่นใจ หากพวกเขาได้เกรดวิชาภาษาต่ำ ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่เก่งวิทยาศาสตร์

สอนให้พวกเขารู้จักให้กำลังใจตัวเอง

กว่าจะประสบความสำเร็จได้จำเป็นต้องใช้เวลา ซึ่งระหว่างนั้นก็เป็นเรื่องธรรมดาที่เราจะรู้สึกท้อแท้ เหนื่อย อยากพัก สมองจะเริ่มสั่งการให้เราหยุดพยายามแล้วยอมแพ้ ในขณะที่เด็กที่มีสภาพจิตใจเข้มแข็ง พวกเขาจะยังอดทนอย่างมุ่งมั่นต่อไป แม้ว่าจะรู้สึกเหนื่อยแค่ไหนก็ตาม และเมื่อพวกเขาทำอะไรได้สำเร็จ พวกเขาจะรู้สึกว่าตัวเองเก่งและแข็งแกร่งกว่าที่คิดไว้ในตอนแรก

แหล่งที่มา : www.sanook.com

อาหารที่คนท้องผูกควรกินคู่กัน

อาหารที่คนท้องผูกควรกินคู่กัน

คนไหนบ้างที่ร่างกายสามารถถ่ายคล่องในทุกเช้า ถือเป็นเรื่องดีและน่าอิจฉาเลยทีเดียว แต่สำหรับบางคน นอกจากจะไม่สามารถถ่ายคล่องได้ทุกเช้าแล้ว ยังต้องล่วงเลยไปประมาณ 3-7 วันกว่าจะได้ถ่ายเป็นปกติ และนั่นก็ทำให้เกิดอาการท้องผูกตามมาอย่างปฏิเสธไม่ได้ วันนี้เราจึงขอหยิบ 5 สูตรที่ช่วยระบายท้อง จากการจับคู่อาหารที่มีส่วนช่วยแก้อาการท้องผูกมาให้ได้เอาไปใช้เมื่อมีอาการดังกล่าวกัน ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

น้ำมะนาวกับน้ำอุ่น

เมื่อมีอาการท้องผูกหรือถ่ายไม่ออกหลายวัน แนะนำให้บีบมะนาวสดลงไปในน้ำอุ่น แล้วเอามาดื่มกันดูรับรองว่าอีกไม่กี่นาทีก็ทำให้หลายคนต้องอยากเข้าห้องน้ำแน่นอน เนื่องจากมะนาวมีฤทธิ์ที่ช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ ซึ่งมีส่วนช่วยในเรื่องของการขับถ่าย และในส่วนของน้ำอุ่นหรือน้ำเปล่าก็ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยในเรื่องของการขับถ่ายอยู่แล้ว

มะขามเปียกกับน้ำอุ่น

หากใครได้ลองสูตรน้ำมะนาวกับน้ำอุ่นแล้วยังรู้สึกไม่ค่อยเวิร์ค แนะนำสูตรมะขามเปียกกับน้ำอุ่นกันเลย เพราะสูตรนี้มีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อน ๆ ซึ่งช่วยแก้อาการท้องผูกได้ดี ดังนั้นใครที่มีปัญหาถ่ายไม่ออก ให้เอามะขามเปียกละลายเข้ากับน้ำอุ่น 1 แก้ว ดื่มให้หมดทันที รับรองว่าช่วยให้ถ่ายออกได้อย่างแน่นอน

ลูกพรุนกับนมสด

ทราบหรือไม่ว่าการกินลูกพรุนกับนมสดหรือโยเกิร์ต จะช่วยกระตุ้นระบบขับถ่ายได้เป็นอย่างดี เนื่องจากลูกพรุนมีสรรพคุณช่วยระบายท้อง ดังนั้นเมื่อเอามากินคู่กันกับนมก็จะยิ่งช่วยย่อยอาหารได้ดียิ่งขึ้น

กล้วยน้ำว้ากับนมสด

โดยปกติแล้ว บางคนจะมีอาการปวดท้องถ่ายหลังกินนม ดังนั้นเมื่อนำกล้วยน้ำว้าหั่นผสมลงไปในนมสดหรือโยเกิร์ต จะยิ่งระบายท้องได้ดี เนื่องจากกล้วยน้ำว้ามีสรรพคุณช่วยในการย่อยอาหารและการขับถ่ายนั่นเอง

โยเกิร์ตกับน้ำมะนาว

สูตรนี้เชื่อว่าเป็นสูตรที่ จะต้องหลงรัก เพราะนอกจากจะทำได้ง่ายแล้ว ยังให้รสชาติที่อร่อยอีกด้วย อีกทั้งยังเป็นสูตรระบายท้องที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากโยเกิร์ตมีจุลินทรีย์ที่ดีต่อลำไส้ ส่วนมะนาวมีฤทธิ์ที่ช่วยกระตุ้นการขับถ่ายซึ่งสามารถแก้อาการท้องผูกได้ดี

นอกจาก 5 สูตรที่ช่วยแก้อาการท้องผูกตามที่เราได้แชร์ไปข้างต้นแล้ว ยังมีสูตรอื่นๆ อีกมากมายที่ให้สามารถเอามาใช้เพื่อเป็นการระบายท้องในช่วงที่มีปัญหาถ่ายไม่ออกได้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสูตรเมล็ดเจียกับน้ำเปล่า เม็ดแมงลักกับน้ำเปล่า เมล็ดแฟลกซ์กับโยเกิร์ต หรือแม้แต่การกินซีเรียลข้าวโอ๊ตหรือดื่มน้ำสำรองก็ล้วนช่วยแก้อาการท้องผูกได้เช่นกัน

แหล่งที่มา : www.sanook.com

นมที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรดื่ม

นมที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรดื่ม

สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ การดื่มนมคือสิ่งจำเป็นต่อร่างกายอย่างมาก เพราะนมมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคกระดูกอ่อนในทารกได้ ทั้งนี้โดยปกติร่างกายของคนเราจะดูดซึมแคลเซียมครั้งละประมาณ 500 – 600 มิลลิกรัม ในขณะที่ร่างกายของคุณแม่ตั้งครรภ์ต้องการการดูดซึมแคลเซียมในแต่ละวันสูงถึงวันละ 1,000  -1,200 มิลลิกรัมเลยทีเดียว นั่นจึงเห็นได้ชัดเจนว่าแคลเซียมซึ่งเป็นสารอาหารที่ได้จากการดื่มนมนั้นมีความสำคัญต่อร่างกายของคุณแม่ตั้งครรภ์มากแค่ไหน ดังนั้นวันนี้เราจึงรวบรวมเอานมสำหรับผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ได้เลือกดื่มกัน ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

นมข้าว (Rice Milk)

นมข้าวเป็นนมที่อุดมไปด้วยวิตามินบีสูง ไขมันต่ำ โปรตีนต่ำ และมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง อีกทั้งยังเป็นแหล่งแคลเซียมที่หาได้ยากอีกด้วย นอกจากนี้นมข้าวที่ได้จากข้าวไม่ขัดสีจะมีปริมาณของแคลเซียมอยู่ที่ประมาณ 20 มิลลิกรัมต่อแก้ว ซึ่งเหมาะสำหรับร่างกายของคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์อย่างมาก

แต่ในขณะเดียวกันนมข้าวจัดเป็นนมที่ไม่แนะนำสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่เป็นโรคเบาหวาน เนื่องจากมีปริมาณของคาร์โบไฮเดรตสูงกว่านมวัวมากถึง 4 เท่านั่นเอง

ขมข้าวโอ๊ต (Oat Milk)

นมข้าวโอ๊ตเป็นนมที่ให้โปรตีนแก่ร่างกายมากกว่านมอัลมอนด์และนมข้าว แต่ให้โปรตีนน้อยกว่านมวัว ปริมาณนมข้าวโอ๊ต 1 แก้วให้แคลเซียมมากถึง 120 มิลลิกรัม นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยเส้นใยอาหารสูง ซึ่งมีส่วนช่วยในการป้องกันอาการท้องผูกในระหว่างตั้งครรภ์ ช่วยควบคุมความอยากอาหาร และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี อีกทั้งยังให้สารอาหารอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น วิตามินเอ วิตามินบี แมงกานีส โพแทสเซียม และฟอสฟอรัส

นมถั่วเหลือง (Soy Milk)

นมถั่วเหลืองจัดเป็นนมที่ให้ปริมาณโปรตีนเกือบเท่านมวัว อุดมไปด้วยเส้นใยอาหารและแคลเซียม มีไขมันอิ่มตัวและไม่อิ่มตัว ซึ่งเป็นสารอาหารที่ช่วยป้องกันโรคหัวใจและโรคหลอดเลือด มีสารต้านอนุมูลอิสระที่สามารถต่อสู้กับโรคมะเร็งได้ดี นอกจากนี้นมถั่วเหลืองประมาณ 1 แก้ว ให้ปริมาณแคลเซียมมากถึง 300 มิลลิกรัมเลยทีเดียว

นมอัลมอนด์ (Almond Milk)

นมอัลมอนด์จัดเป็นนมที่เหมาะสำหรับคุณแม่ที่มีอาการแพ้นมถั่วเหลืองและกลูเตน นมอัลมอนด์เป็นนมที่ปราศจากไขมันอิ่มตัวและคอเลสเตอรอล อุดมไปด้วยกรดโฟลิก เส้นใยอาหาร วิตามินบี วิตามินอี ธาตุเหล็ก โปรตีน และมีปริมาณแคลอรีต่ำ ที่สำคัญยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย โดยเฉลี่ยแล้วนมอัลมอนด์รสออริจินัล 1 แก้วให้ปริมาณแคลเซียมแก่ร่างกายประมาณ 7.5 มิลลิกรัม

นมแพะ (Goat Milk)

นมแพะคือนมที่มีกลิ่นและรสชาติเฉพาะตัว และอาจไม่ถูกจริตกับคุณแม่ตั้งครรภ์หลายคนเลยก็ว่าได้ แต่ทราบหรือไม่ว่านมแพะมีปริมาณโปรตีนสูง ไขมันต่ำ และมีวิตามินบี2 ที่สูงกว่านมวัว นอกจากนี้นมแพะยังมีส่วนช่วยลดคอเลสเตอรอลในร่างกาย พร้อมทั้งเร่งกระบวนการเผาผลาญและช่วยในการย่อยอาหาร แถมยังมีวิตามินเอที่สามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้โดยตรง ทั้งนี้นมแพะ 1 แก้วให้ปริมาณแคลเซียมมากถึง 283 มิลลิกรัม

นมวัว (Milk)

ในส่วนของนมวัวนั้นจะมีทั้งแบบที่มีไขมันต่ำ แบบที่มีไขมัน 100% และแบบพาสเจอร์ไรส์ ดังนั้นคุณแม่สามารถเลือกดื่มให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายได้ ทั้งนี้นมวัวมีกรดอะมิโนที่ช่วยในการสร้างเซลล์ภายในร่างกายของคุณแม่และทารกในครรภ์ มีวิตามินดีที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์ และช่วยในการเจริญเติบโตของลูกในครรภ์ได้ดี

อีกทั้งยังมีวิตามินอีที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ และยังมีวิตามินเอที่ช่วยในการมองเห็น ช่วยเสริมสร้างเนื้อเยื่อในร่างกายให้แข็งแรง และช่วยสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

แหล่งที่มา : www.sanook.coms

8 ไอเดียอาหารที่เหมาะกับหลังวิ่งตอนเช้า

8 ไอเดียอาหารที่เหมาะกับหลังวิ่งตอนเช้า

การวิ่งตอนเช้าถือเป็นการออกกำลังที่หลายคนนิยมกัน ซึ่งหลังจากได้ออกกำลังกายยามเช้าด้วยการวิ่งแล้ว มันก็ต้องหามือ้อเช้ามาทานเพื่อเพิ่มพลังงานให้กับร่างกายของตัวเองกันเสียหน่อย โดยในมื้อแรกของวันหลังจากออกำลังกายแบบนี้ควรทานอะไรดีล่ะ วันนี้เรามี 8 ไอเดียอาหารที่เหมาะกับหลังวิ่งตอนเช้ามาฝากทุกคนกัน ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

กรีกโยเกิร์ต

คนเราที่ผ่านการวิ่งมาอย่างหนักมากว่า 45 นาทีขึ้นไปนั้น ร่างกายจำเป็นต้องได้รับโปรตีนด่วน แต่เวลาในมื้อเช้านั้นมีเวาไม่มากเพื่อที่จะทำอาหาร การหยิบกรีกโยเกิร์ตที่อัดแน่นไปด้วยโปรตีนมาทานก็ถือว่าสามารถแก้ขัดไปก่อนได้ หรืออยากได้เส้นใยเพิ่ม เราก็สามารถใส่ผลไม้ผสมไปได้

อัลมอนด์

ถั่วอัลมอนด์นั้นอัดแน่นไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และการทานอัลมอนด์เป็นประจำจะช่วยลดคอเลสเตอรอลในร่างกายเราได้อีกต่างหาก ทำให้มันเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เหมาะในการทานยามเช้า นอกจากนี้ยังสามารถนำไปดัดแปลงใส่ลงไปในอาหารชนิดอื่นเพิ่มเพิ่มความน่าทานอีกด้วย

ข้าวโอ๊ต

ข้าวโอ๊ต เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยเส้นใยที่ช่วยทำให้อิ่มท้องได้นาน ช่วยลดโอกาสที่เราจะหาของว่างทานระหว่างวัน นอกจากนี้ยังมีโปรตีน และคาร์โบไฮเดรตจำนวนมากที่ช่วยมอบพลังงานให้กับร่างกายที่รู้สึกเหนื่อยล้าจากการวิ่งของเรา

สลัดผลไม้

ออกกำลังกายมาเหนื่อย ๆ ก็ต้องการน้ำตาลเข้าร่างกันบ้าง แต่การรับของหวาน ๆ เข้ามาในร่างกาย อาจจะทำให้สาว ๆ หลายคนรู้สึกผอดกับตัวเองก็เป็นได้ งั้นก็หันมากินน้ำตาลจากธรรมชาติอย่างสลัดผลไม้ดูสิ สดชื่นไปกับความหอมหวานของผลไม้ชนิดต่าง ๆ ที่อัดแน่นไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและเส้นใยที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ

ผัก

ตัวเลือกมื้อเช้าของคนที่เป็นมังสวิรัติหลังจากวิ่งเสร็จ เห็นทีคงไม่พ้นพวกผักเขียว ๆ นั่นแหละ เพราะการทานผักสดที่อุดมไปด้วยวิตามิน เกลือแร่ โปรตีน และเส้นใย ต่างก็เป็นผลดีต่อสุขภาพด้วยกันทั้งนั้น โดยในมื้อเช้าของเราจะอบมันฝรั่งมากินก็ได้ หรือจะทำแซนด์วิชที่อัดแน่นไปด้วยผักหลายชนิดก็ฟังดูเข้าท่า

กล้วย

ร่างกายที่เหนื่อยล้าจากการวิ่งยามเช้าต้องการแหล่งพลังงาน และกล้วยที่อุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรต หรืออีกหนึ่งแหล่งพลังงานที่ร่างกายต้องการ ก็จัดได้ว่าเป็นมื้อเช้าที่ตอบโจทย์ได้ดีที่สุด กินสด ๆ หรือจะนำไปดัดแปลงเป็นเครื่องดื่มก็สามารถหทำได้ทั้งนั้น

อกไก่

ใครที่ไม่อยากกินแป้ง ผัก หรือผลไม้ อยากกินอะไรที่ดูเป็นเรื่องเป็นราวมากกว่านั้นอย่างเช่น พวกเนื้อสัตว์ แต่ถ้ากลัวว่าการกินเนื้อสัตว์จะให้ปริมาณแคลอรีสูงเกินไปอีก ลองเลือกอกไก่มากินกันดูสิ เพราะเนื้อสัตว์ชนิดนี้มีปริมาณแคลอรีต่ำ ดังนั้นในเหล่าบรรดาเนื้อสัตว์ด้วยกัน อกไก่จึงกลายเป็นเนื้อสัตว์ที่ดีต่อสุขภาพของเรา

แซลมอน

เนื้อปลาแซลมอนมีประโยชน์อย่างมากมาย เพราะอุดมไปด้วยกรดไขมัน โอเมก้า 3 และสารต้านอนุมูลอิสระที่เป็นประโยชน์ ช่วยทำให้ร่างกายของเราฟื้นตัวจากการสูญเสียพลังงานได้อย่างรวดเร็ว แถมยังสามารถปรุงสุกเนื้อปลาชนิดนี้ไว้ก่อน และนำมาอุ่นกินในตอนเช้าหลังวิ่งเสร็จก็ได้อีกด้วย

แหล่งที่มา : sistacafe.com

ตาใสปิ๊งด้วยผลไม้บำรุงสายตา

ตาใสปิ๊งด้วยผลไม้บำรุงสายตา

อาการตาพล่า ตาล้า อาจจะเกิดขึ้นจากการใช้สายตามากจนเกินไป ซึ่งถ้าในจุด ๆ นี้ ยังพอดูแลได้บ้าง แต่ถ้าเกิดจากอาการป่วย หรือมีภาวะเป็นโรคเกี่ยวกับดวงตา ควรปรึกษาแพทย์นะ ซึ่งวันนี้เรามีวิธีดี ๆ อีกหนึ่งวิธีมาแนะนำให้เพื่อน ๆ ซึ่งก็คือการกินผลไม้บำรุงสายตา โดยเราได้รวบรวมมาฝากกันถึง 7 อย่างด้วยกัน จะมีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลย

ผลไม้ตระกูลเบอร์รี

ปกติเวลาที่เราซื้ออาหารเสริมบำรุงสายตามากินนั้น หนึ่งในส่วนผสมหลัก ๆ ของเราก็จะมีผลไม้ตระกูลเบอร์รีผสมอยู่ด้วย ซึ่งผลไม้ตระกูลเบอร์รี เป็นผลไม้ที่มีแหล่งของวิตามินซีมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นโกจิเบอร์รี ราสเบอร์รี แบล็กเบอร์รี มัลเบอร์รี ทุกอย่างล้วนมีประโยชน์ต่อผิวพรรณและสุขภาพมาก ๆ

แถมยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วนช่วยใรการบำรุงสายตาโดยตรง และยังช่วยชะลอวัย ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ที่สำคัญคือ กินแล้วไม่อ้วน ทั้งยังช่วยป้องกันไข้หวัด มะเร็งและโรคต่าง ๆ อีกมากมาย

มะม่วงสุก

มะม่วงสุกเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินเอจำนวนมาก ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญสำหรับสุขภาพตา เจ้าวิตามินเอนี้ จะช่วยบำรุงสายตาและป้องกันความผิดปกติต่าง ๆ เกี่ยวกับดวงตาของเราได้เช่น ตาบอดตอนกลางคืน ต้อกระจก จอประสาทเสื่อม ตาแห้ง และความไม่สบายตาด้วย

ทั้งนี้ยังมีส่วนช่วยฟื้นฟูผิวได้อีก เพราะเขาอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และวิตามินซีซึ่งมีส่วนช่วยบำรุงผิวให้สดใส เปล่งปลั่ง สุขภาพดีได้ แถมยังมีประโยชน์ในด้านอื่น ๆ อีกมากมาย ทานง่าย ราคาไม่แพง แถมมีประโยชน์

กีวี

กีวี ผลไม้สีเขียวที่มาพร้อมกับความหวานอมเปรี้ยว กินแล้วสดชื่น รู้มั้ยว่า กีวีเป็นผลไม้ที่มีสารที่ช่วยในเรื่องโรคตาได้เหมือนกัน ซึ่งมีสารลูทีนและซีแซนทีน ที่เป็นสารแอนตี้ออกซิเดนท์ ที่จะมาช่วยปกป้องสายตา และลดความเสี่ยงการเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อมได้

ส้ม

ส้ม เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี เอ และอี ซึ่งล้วนเป็นสารอาหารที่ช่วยบำรุงสายตาทั้งสิ้น ก็จะช่วยบำรุงสายตาและป้องกันการเกิดโรคต้อกระจกได้ ทั้งนี้ส้มยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่จะช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนมาช่วยในเรื่องของการชะลอวัย พร้อมบำรุงผิวให้สุขภาพดี เปล่งปลั่ง สดใส ไม่แห้งกร้าน

นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยสารอาหาร แร่ธาตุ และวิตามินอื่น ๆ อีกมากมายที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพอีกเยอะ ถ้าไม่รู้ว่าจะเลือกกินผลไม้อะไรดี ส้มก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ปังมาก

เสาวรส

เสาวรส เป็นหนึ่งในผลไม้ที่ดีต่อสุขภาพมาก ๆ ซึ่งเขาเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ ที่ช่วยบำรุงสายตาให้เป็นปกติ ทั้งยังช่วยปรับจอภาพและแสงของดวงตาให้ทำงานได้เป็นไปตามปกติอีกด้วย แถมเสาวรสยังอุดมไปด้วยกรดซิตริก น้ำตาล และใยอาหาร ที่มีส่วนช่วยลดไขมันในเส้นเลือด และป้องกันโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยแร่ธาตุอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งล้วนมีประโยชน์ต่อสุขภาพและผิวทั้งหมดเลย และยังช่วยแก้ปัญหานอนไม่หลับได้อีก

มะละกอ

มะละกอเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ค่อนข้างหลากหลาย เพราะอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุมากมาย ที่มีส่วนช่วยบำรุงสุขภาพอย่างมาก ไม่ว่าจะช่วยในเรื่องของการขับถ่าย ขับปัสสาวะ ทั้งยั้งช่วยรักษาโรคลักปิกลักเปิดได้อีก แถมยังช่วยบำรุงสายตาได้ด้วย

ซึ่งช่วยป้องกันภาวะจอประสาทตาเสื่อม และลดความเสี่ยงของอาการภาวะจอประสาทตาเสื่อมในผู้สูงอายุ อันเป็นสาเหตุของการเสียการมองเห็นในผู้สูงอายุได้นั่นเอง เพราะฉะนั้นผลไม้ชนิดนี้จึงเป็นผลไม้ที่คนท้องผูก หรือคนที่ต้องการบำรุงสายตาพลาดไม่ได้

ลูกพลับ

ลูกพลับมีสารต้านอิสระสำคัญที่ชื่อ ลูทีนและซีแซนทีนที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระทั้งสองชนิด ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญ ที่มีส่วนช่วยในการบำรุงสายตา และป้องกันความสูญเสียทางการมองเห็น นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยสารไฟเซตินที่มีส่วนช่วยเสริมสร้างความจำ ช่วยป้องกันความเสี่ยงต่อระบบเส้นประสาทและสมอง รวมถึงมีส่วนช่วยในการป้องกันความเสื่อมสมรรถภาพทางสติปัญญาอีกด้วย

แหล่งที่มา : sistacafe.com

5 วิธีสร้างแรงจูงใจในการออกกำลังกาย

5 วิธีสร้างแรงจูงใจในการออกกำลังกาย

ไม่ว่าใครต่างก็อยากมีรูปร่างดี สุขภาพแข็งแรงกันทั้งนั้น แต่เมื่อถึงเวลาต้องออกกำลังกายมักทำไม่ได้ตลอดรอดฝั่ง แถมส่วนใหญ่ทำได้แค่ช่วงแรก ๆ เท่านั้นด้วย เพราะไม่มีแรงจูงใจที่มากพอ แต่ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป หากลองสร้างแรงจูงใจในการออกกำลังกาย โดยในวันนี้เราก็ได้มี 5 วิธีในการสร้างจูงใจในการออกำลังกายฝากกัน ซึ่งวิธีเหล่านั้นมีดังต่อไปนี้

ใส่ชุดออกกำลังกายปลุงพลังในตัว

แค่แต่งตัวด้วยชุดออกกำลังกายก็ช่วยปลุกพลังในตัวคุณได้แล้ว แถมยังเป็นวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยสร้างแรงจูงใจให้กับคุณได้ด้วย เพราะเมื่อใดที่ชุดพร้อมก็เท่ากับเป็นการกระตุ้นตัวเองอยู่กลาย ๆ ว่าต้องออกกำลังกาย จะเลือกใส่ชุดสไตล์ไหนก็ไม่สำคัญ แค่คุณใส่ได้พอดีและรู้สึกชอบก็พอแล้ว

เขียนความรู้สึกหลังออกกำลังกาย

ลองเขียนบันทึกให้ได้ทุกครั้งว่าคุณรู้สึกอย่างไรหลังออกกำลังกาย ซึ่งแอปพลิเคชันออกกำลังกายต่าง ๆ สามารถเขียนโน้ตไว้ได้ ไม่ว่าจะเดิน วิ่ง หรือปั่นจักรยาน ดังนั้น เมื่อไรก็ตามที่รู้สึกขี้เกียจขึ้นมา ลองกลับไปเปิดดูสิ่งที่เขียนไว้ ก็จะเป็นแรงกระตุ้นให้มีแรงฮึดออกกำลังกายได้

ออกกำลังกายให้หลากหลาย

พยายามอย่าออกกำลังกายแบบเดิม ๆ อยู่ตลอดเวลา เพราะอาจทำให้คุณรู้สึกเบื่อได้ง่าย ๆ ลองสลับจากการวิ่ง มาเวทเทรนนิ่ง ปั่นจักรยาน หรือโยคะดูบ้าง ซึ่งจะช่วยให้สนุกกับการออกกำลังกายได้มากขึ้น ดีกว่าการยึดติดกับตารางการออกกำลังแบบเดียวเป็นระยะเวลานาน ๆ

ใส่ตารางออกกำลังกายในปฏิทิน

เมื่อคิดจะจริงจังกับการออกกำลังกาย ให้ลองใส่ตารางออกกำลังกายไว้ในปฏิทินมือถือ และตั้งเวลาเตือนเอาไว้ประจำสัปดาห์ เหมือนเวลาจดบันทึกนัดหมายต่าง ๆ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยกระตุ้นให้คุณมีความมุ่งมั่นมากขึ้น และหาข้ออ้างในการเบี้ยวการออกกำลังกายได้ยากขึ้นด้วย

หาแรงบันดาลใจจากคนรอบข้าง

หากคิดจะสร้างแรงบันดาลใจในการออกกำลังกาย ก็ต้องหาแรงจูงใจจากคนประเภทเดียวกัน เมื่อแวดล้อมไปด้วยผู้คนที่มีวินัยในการออกกำลังกาย ก็จะช่วยกระตุ้นให้คุณรู้สึกอยากทำตาม แต่ถ้าอยู่กับคนที่ขี้เกียจออกกำลังกายเหมือนกัน ก็มีแต่ทำให้คุณรู้สึกแบบเดียวกันไปด้วย

แหล่งที่มา : www.sanook.com