สิ่งแวดล้อม

สินค้า Upcycle เทรนด์มาแรง สร้างความแตกต่าง เพิ่มมูลค่าสินค้า รักษ์สิ่งแวดล้อม

สินค้า Upcycle เทรนด์มาแรง สร้างความแตกต่าง เพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์ รักษ์สิ่งแวดล้อม

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับคำว่า  Upcycle  & Recycle  กันก่อน

Upcycle หมายถึง กระบวนการในการแปลงสภาพของวัสดุ หรือสิ่งที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์อีกแล้วเพื่อเปลี่ยนให้เป็นวัสดุใหม่ หรือผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีคุณภาพดีกว่าเดิม หรือกลายเป็นสิ่งใหม่ที่มีคุณค่าด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่สูงขึ้นมากกว่าเดิม คำนี้ปรากฎครั้งแรกในหนังสือ Cradle to Cradle : Remaking the Way we Make Things เขียนโดย William McDonough

ยกตัวอย่างเช่น การเปลี่ยนเสื้อยีนส์เก่าๆ ของคุณ ตัดแขน เย็บคอเสื้อ สอยชายผ้า แล้วเปลี่ยนให้เป็นถุงผ้าเท่ห์หรือไอเดียสุดเท่ห์อื่นๆ  ถือเป็นการ Upcycling เป็นการให้ชีวิตใหม่กับเสื้อยีนส์ของคุณ และใช้งานในวัตถุประสงค์ใหม่ที่เปลี่ยนไปจากเดิม ทำให้เกิดขยะช้าลง ต่างจาก Recycle เสื้อยีนส์นั้นจะถูกนำเข้าสู่กระบวนการผลิต ฟอกย้อมใหม่เปลี่ยนเป็นผ้ายีนส์สำหรับใช้ทำเสื้อยีนส์อีกครั้ง

เสื้อยืนส์เก่าๆ ที่ผ่านการ Upcycle

Recycle  คือการปฏิบัติเพื่อนำวัสดุที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ เป็นการส่งคืนวัสดุกลับสู่กระบวนการผลิตผ่านวงจรของการมีส่วนร่วมในชีวิตประจำวันของสังคม แทนที่จะทิ้งวัสดุเหล่านั้นลงถัง

การ Recycle กระดาษนั้น ในกระบวนการรีไซเคิลจะเกิดการสูญเสียคุณภาพกระดาษ เกิดของเสียระหว่างผลิตซึ่งมีค่าใช้จ่ายและอาจมีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม  ซึ่งกระดาษที่ผลิตได้ใหม่นั้นคุณสมบัติจะต่ำกว่าเดิม เฉกเช่นเดียวกับขยะพลาสติกเมื่อนำเข้ากระบวนการรีไซเคิลก็จะได้พลาสติกที่คุณภาพต่ำลง เกิดของเสีย มีค่าใช้จ่ายและอาจมีผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมเช่นกัน

ตารางเปรียบเทียบ ข้อแตกต่างระหว่าง Recycle กับ Upcycle

หัวข้อ Recycle Upcycle
การเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ NO YES
รูปแบบการผลิต กระบวนการผลิตเชิงเครื่องจักร เชิงอุตสาหกรรม เน้นไอเดียการออกแบบ (design)
เกิดค่าใช้จ่ายในกระบวนการ

(ต้นทุนการผลิต) ,และของเสีย

YES No
ต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อม สูงกว่า ต่ำกว่า
อื่นๆ คุณภาพของสินค้า recycle มักจะต่ำลงกว่าเดิม เปลี่ยนวัตถุประสงค์การใช้งาน หรือยืดอายุการใช้งานของสิ่งเดิม

 สินค้า Upcycle เทรนด์มาแรง สร้างความแตกต่าง เพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์ รักษ์สิ่งแวดล้อม

กระบวนการ Upcycle ใช้การออกแบบเป็นเครื่องมือสำคัญ จึงทำให้มีแบรนด์สินค้าต่าง ๆ สามารถนำไปใช้เพื่อพัฒนาสินค้า และผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม คำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม ในต่างประเทศมีการนำวัสดุที่ไม่มีค่ามาสร้างสินค้าด้วยการใช้ดีไซน์เข้าไปช่วย เช่น การนำเสื้อกันฝน เสื้อแจ็คเกต หรือผ้าหุ้มเบาะที่นั่งในรถไฟความเร็วสูงแบบใช้แล้วทิ้ง ไปผลิตเป็นกระเป๋าและสินค้าใหม่ แล้วนำกลับมาใช้ในบริษัทอีกครั้ง หรือนำออกจำหน่าย และนำรายได้ไปบริจาคเพื่อการกุศล ส่งเสริมวิธีการคิดเพื่อการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมอีกทางหนึ่ง

ส่วนในบ้านเรา ก็มีผลิตภัณฑ์ที่มีแนวคิดการออกแบบผ่านกระบวนการ Upcycle อยู่ไม่น้อย ยกตัวอย่างเช่น การนำถุงปูนทีไม่ใช้แล้วมาผลิตเป็นกระเป๋า ซึ่งเมื่อก่อนนี้ลักษณะนี้จะเข้าใจว่าเป็นการรีไซเคิล แต่ที่จริงแล้วมันเป็นการ Upcycling อีกตัวอย่างคือ ไอเดียสุดเจ๋งกับการสร้างผลงานศิลปะบนโต๊ะด้วยฝาจีบเบียร์และน้ำอัดลม ก็เป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ผ่านกระบวนการ Upcycle เช่นกัน

แต่ทั้งนี้ การ Upcycling จะช่วยชุบชีวิต ยืดอายุของสิ่งของเหลือใช้ ไม่ให้กลายเป็นขยะ เพื่อให้ยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ต่อไปนั้น เปรียบเสมือนช่วยต่อลมหายใจให้สิ่งแวดล้อม และช่วยลดการใช้ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมใหม่ที่จะเข้าสู่กระบวนการผลิต ส่วนการ Recycle ก็เป็นการนำวัสดุที่ไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไปแล้ว กลับมาสู่วงจรการผลิต เพื่อแปรสภาพและนำกลับมาสร้างผลิตภัณฑ์อีกครั้ง ช่วยลดการใช้วัสดุใหม่จากธรรมชาติในกระบวนการผลิตได้เช่นกัน ทั้งหมดนี้อาจจะยังไม่เพียงพอต่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพราะหากยังมีวัสดุให้ Upcycle และ Recycle นั่นก็หมายความว่า ยังมีผลิตภัณฑ์ที่รอการเป็นขยะอยู่ในวงจรการบริโภคของเรา

สิ่งที่ดีที่สุดคือ ลดการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่สร้างปัญหาให้สิ่งแวดล้อม โดยหันกลับมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ที่เมื่อกลายเป็นขยะแล้ว สามารถส่งคืนกลับสู่สิ่งแวดล้อมโดยไม่สร้างปัญหาให้สิ่งแวดล้อม

 

ข้อมูลอ้างอิง

https://www.greennetworkthailand.com/

ภาพประกอบจาก

http://www.naibann.com/

#บรรจุภัณฑ์ชานอ้อย ผลิตจากเยื่อพืชธรรมชาติ (Bio Base) 100% #ย่อยสลายสู่ธรรมชาติได้สมบูรณ์ (Biodegradable) 100% ปลอดภัยกับผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม www.sewecoware.com  หรือ www.facebook.com/SEWTHAILAND/ #ท่านสามารถสั่งซื้อบรรจุภัณฑ์จากชานอ้อย #ซีล-บรรจุภัณฑ์สร้างในไร่ #วิถีแห่งความยั่งยืน#เบอร์โทร 02-216-5820-2

“ Green Customer Behavior 2020 ” ผู้บริโภคสายกรีน สิ่งที่นักการตลาดควรรู้

ปัจจุบัน การตลาดกรีนมาร์เก็ต ยังคงเป็นเรื่องทันสมัยในสังคมไทยอยู่ เรามาทำความรู้จักกลุ่มลูกค้าสายกรีน 4 ประเภท โดยอ้างถึงงานวิจัย “การตลาดโลกสวย  Voice of Green : เพื่อโลก เพื่อเรา” ผ่านแบบสอบถามออนไลน์  วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล หรือ ซีเอ็มเอ็มยู (CMMU)

กลุ่มผู้บริโภคตัวอย่างจำนวน 1,252 คน และแบบสัมภาษณ์​เชิงลึก 105 คน

ผู้ชาย 33.7%  และผู้หญิง 67.3% ครอบคลุมทั้งกลุ่ม Baby Boomers, Gen X, Gen Y, Gen Z

  1. สายกรีนตัวแม่จำนวน 37.6%

ผู้บริโภคกลุ่มนี้มีความตั้งใจทำทุกอย่าง และยินดีจ่ายแพงขึ้นเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม

  1. สายกรีนตามกระแสจำนวน 20.8%

เป็นกลุ่มที่มีพฤติกรรมตามกระแสการใช้สินค้าอีโค่ แต่ยังขาดทัศนคติในด้านความต้องการเปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นในระยะยาว

  1. สายสะดวกกรีนจำนวน 15.7%

ผู้บริโภคกลุ่มนี้มีความเข้าใจเรื่องความจำเป็นในการปกป้องสิ่งแวดล้อม แต่ยังมีพฤติกรรมที่เคยชินกับการบริโภคแบบเดิมๆ และยังไม่มีความกระตือรือร้นในการปรับเปลี่ยน

  1. สายโนกรีนจำนวน 26.0%

ไม่ได้หมายความว่าผู้บริโภคกลุ่มนี้ ไม่สนใจสิ่งแวดล้อม หรือลงมือที่จะช่วยดูแลสิ่งแวดล้อม แต่เนื่องด้วยความที่ยังไม่พร้อมใช้จ่ายเพื่อสิ่งแวดล้อม และยังไม่เปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค เพราะมองว่าเป็นเรื่องยุ่งยาก

แสดงให้เห็นว่าปัจจุบันผู้บริโภคไทยให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม และถือเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีแนวโน้มปรับเปลี่ยนทัศนคติ และพฤติกรรมเพื่อการบริโภคโลกสวยได้ ซึ่งเป็นโอกาสของนักการตลาดที่จะสร้างสรรค์สินค้า บริการ และแคมเปญ เพื่อเข้าถึงความต้องการดังกล่าว

 

 

ผู้บริโภค “Baby Boomer” มีแนวโน้มเป็น “สายกรีนตัวแม่” สูงสุด

ผลวิจัยยังระบุอีกว่า ผู้บริโภคที่อายุมาก โดยเฉพาะคนกลุ่ม Baby boomer (อายุ 55 – 73 ปี) มีแนวโน้มเป็นสายกรีนตัวแม่สูงสุด ตามมาด้วยผู้บริโภคกลุ่ม Gen X (อายุ 39-54 ปี) Gen Y (อายุ 23-38 ปี) และ Gen Z (อายุต่ำกว่า 23 ปี) ตามลำดับ เนื่องจากยิ่งผู้บริโภคที่มีอายุมาก จะยิ่งมีความพร้อมทางด้านรายได้ และมีความตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ผู้บริโภคมององค์กรธุรกิจมีนโยบาย – กิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม อย่างไร 

ผลสำรวจวิจัยครั้งนี้ ยังได้สอบถามมุมมองผู้บริโภคกลุ่มตัวอย่างที่มีต่อองค์กรธุรกิจที่มีนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม พบว่า

  • 79% มองว่าองค์กรส่วนใหญ่ทำตามกระแส และเพื่อทำให้องค์กรมีภาพลักษณ์ที่ดี
  • 18% มองว่าทำเพื่อเพิ่มกำไร และลดต้นทุน เช่น แคมเปญลดถุงพลาสติก ผู้บริโภคมองว่าองค์กรธุรกิจลดต้นทุน ขณะเดียวกันได้กำไรจากการขายถุงผ้า
  • 3% มองว่าองค์กรธุรกิจทำตามนโยบายภาครัฐ

ผู้บริโภคมององค์กรธุรกิจมีนโยบายสิ่งแวดล้อม ส่วนใหญ่ทำตามกระแส เพื่อภาพลักษณ์!

ตลาดกรีนมาร์เก็ต  นั้นยังเป็นเรื่องที่ทันสมัยและท้าทายนักการตลาดอยู่เสมอ ที่สำคัญอย่าลืมใส่ ” ความจริงใจ “  ลงไปในกิจกรรมทางธุรกิจด้วยมันน่าจะเป็นสิ่งที่ยั่งยืนกว่า

ข้อมูลอ้างอิง

www.marketingoops.com

#บรรจุภัณฑ์ชานอ้อย ผลิตจากเยื่อพืชธรรมชาติ (Bio Base) 100% #ย่อยสลายสู่ธรรมชาติได้สมบูรณ์ (Biodegradable) 100% ปลอดภัยกับผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม www.sewecoware.com  หรือ www.facebook.com/SEWTHAILAND/ #ท่านสามารถสั่งซื้อบรรจุภัณฑ์จากชานอ้อย #ซีล-บรรจุภัณฑ์สร้างในไร่#วิถีแห่งความยั่งยืน #เบอร์โทร 02-216-5820-2

ชานอ้อย คือ อะไร ?

ชานอ้อย คือ เศษเหลือของลำต้นอ้อยมีลักษณะเป็นเส้นใยที่หีบเอาน้ำอ้อยหรือน้ำตาลออกจากท่อนอ้อยแล้วเป็นวัสดุเศษเหลือทางการเกษตรจากโรงงานอุตสาหกรรมผลิตน้ำตาล

ประโยชน์ที่ได้จากชานอ้อย ได้แก่

1.ใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับผลิตไฟฟ้า

ชานอ้อยเป็นผลพลอยได้จากกระบวนการหีบอ้อย   ชานอ้อยมีคุณสมบัติติดไฟง่าย ประกอบด้วยธาตุหลัก คือ คาร์บอน ไฮโดรเจน ออกซิเจน และไนโตรเจน มีค่าความร้อนต่ำของเชื้อเพลิง (Low Heating Value)  เหมาะสำหรับนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับผลิตไฟฟ้า

2.บรรจุภัณฑ์อาหาร

บรรจุภัณฑ์อาหารที่ทำจากเยื่อกระดาษชานอ้อยเป็นบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับผู้ใช้และสิ่งแวดล้อม ซึ่ง เป็นผลผลิตจากเทคโนโลยีชีวภาพที่นำวัสดุเหลือใช้อย่างชานอ้อยที่เหลือจากอุตสาหกรรมผลิตน้ำตาลมาใช้ เนื่องจากประเทศไทยเป็นผู้ผลิตน้ำตาลรายใหญ่ของโลก ทำให้มีชานอ้อยที่เหลือจากการผลิตเป็นจำนวนมากจึงสามารถนำมาผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์สำหรับใส่อาหารทดแทนการใช้กล่องโฟมที่สร้างปัญหากับสิ่งแวดล้อมและมนุษย์ได้

โดยกระบวนการผลิตเริ่มจากการนำเยื่อกระดาษชานอ้อยไปผสมตีผ่านกระบวนการป้องกันน้ำรั่วซึมและขึ้นรูป เป็นบรรจุภัณฑ์ต่างๆ เช่น จาน ชาม ถาด ถ้วยน้ำ และกล่องพร้อมฝาปิด เป็นต้น โดยเมื่อนำบรรจุภัณฑ์จากชานอ้อยมาเปรียบเทียบกับกล่องโฟมจะเห็นว่าบรรจุภัณฑ์ชานอ้อยจะมีสีหม่นไม่ขาวสะอาดเหมือนกล่องโฟม เนื่องจากในกระบวนการผลิตจะไม่ใช้คลอรีนฟอกสีทำให้สีที่ได้ไม่ขาวสะอาดแต่จะมีการฆ่าเชื้อก่อนถึงมือ ผู้บริโภคที่อุณหภูมิ 160 องศาเซลเซียส โดยในกระบวนการผลิตจะไม่เหลือของเสียจากการผลิตและสามารถนำกลับเข้าสู่ กระบวนการผลิตใหม่ได้ทั้งหมดและยังใช้เวลาในการย่อยสลายได้เองในธรรมชาติภายใน 30-45 วัน  ในขณะที่โฟมไม่สามารถย่อยสลายได้เอง ต้องสิ้นเปลืองพลังงานสร้างของเสียจากกระบวนการผลิตและกำจัด โดยบรรจุภัณฑ์ชานอ้อยผลิตจากธรรมชาติ 100% สามารถทนความเย็นและความร้อนสูงได้ตั้งแต่  -40 ถึง 220 องศาเซลเซียส จึงสามารถใช้กับการแช่แข็งหรือใช้เป็นภาชนะในเตาไมโครเวฟหรือเตาอบได้โดยไม่ก่อสาร คลอโรฟลูออโรคาร์บอน (CFC) ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งเมื่อถูกความร้อนซึ่งต่างจากโฟมทั่วไปที่ผลิตภัณฑ์จากปิ โตรเคมีที่ต้องอาศัยการน้าเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ

ถึงแม้ว่าบรรจุภัณฑ์ชานอ้อยจะเป็นมิตรกับมนุษย์และ สิ่งแวดล้อมแต่ก็ยังไม่ค่อยเป็นที่นิยมในบ้านเรา ขณะที่ประเทศในแถบยุโรป อเมริกา หรือญี่ปุ่นกลายเป็นบรรจุภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมมากกว่าโฟมเนื่องจากปลอดภัยต่อผู้บริโภคแต่มีราคาที่สูงกว่าโฟมประมาณ 2 เท่า สำหรับประเทศไทยยังไม่มีการสนับสนุนที่ชัดเจน หากมีการสนับสนุนให้ใช้บรรจุภัณฑ์ชานอ้อยมากขึ้นอาจทำให้ราคาของบรรจุภัณฑ์ถูกลงได้ (สถาบันไทยพัฒน์, 2554)

3.ปาร์ติเคิลบอร์ด

การผลิตปาร์ติเคิลบอร์ดส่วนใหญ่มักเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อใช้งานภายในอาคารมากกว่าใช้งานภายนอกอาคาร โดยเฉพาะการใช้งานในอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์และงานตกแต่งภายใน ซึ่งเป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับผลิตภัณฑ์วัสดุทดแทนไม้หรือแผ่นชิ้นไม้อัด เพราะสามารถใช้วัตถุดิบจากไม้หรือเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่ให้ชิ้นไม้หรือเส้นใยในการผลิต เช่น ชานอ้อยโดยผสมกับสารยึดติด สารเคลือบผิวกันซึม และ สารเติมแต่งอื่นๆ ผ่านกระบวนการอัดร้อนและทดสอบคุณสมบัติทางกายภาพและสมบัติทางกล เพื่อให้ตรงตามมาตรฐานอุตสาหกรรมเชิงพาณิชย์ที่กำหนดไว้

4.ถ่านชีวภาพ (Biochar)

ถ่านชีวภาพสามารถผลิตได้โดยใช้เคมีเชิงความร้อนจากวัตถุดิบประเภทอินทรีย์ ซึ่งชานอ้อยเป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบที่ดีเนื่องจากมีองค์ประกอบของคาร์บอนสูง ซึ่งในปัจจุบันมีการนำไปใช้ในหลายๆ ด้าน ได้แก่ การเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ดิน การใช้เป็นเชื้อเพลิง การใช้เป็นวัสดุดูดซับและการกักเก็บคาร์บอน เป็นต้น

 

ข้อมูลอ้างอิง

รายงาน “การใช้ประโยชน์จากอ้อยและผลิตภัณฑ์จากอ้อย ”

กลุ่มส่งเสริมอุตสาหกรรมชีวภาพ  กองอุตสาหกรรมอ้อย น้ำตาลทรายและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง

http://www.ocsb.go.th/upload/bioindustry/fileupload/9659-4776.pdf

 

#บรรจุภัณฑ์ชานอ้อย ผลิตจากเยื่อพืชธรรมชาติ (Bio Base) 100% #ย่อยสลายสู่ธรรมชาติได้สมบูรณ์ (Biodegradable) 100% ปลอดภัยกับผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม www.sewecoware.com  หรือ www.facebook.com/SEWTHAILAND/ #ท่านสามารถสั่งซื้อบรรจุภัณฑ์จากชานอ้อย #ซีล-บรรจุภัณฑ์สร้างในไร่ #วิถีแห่งความยั่งยืน#เบอร์โทร 02-216-5820-2