How To การดูแลผิวในแต่ละช่วงวัย

How To การดูแลผิวในแต่ละช่วงวัย

เพราะผิวพรรณในแต่ละช่วงวัยนั้นมีความแตกต่างกัน อย่างที่สังเกตกันก็คือในช่วงวัยเด็กหรือวัยรุ่นนั้นผิวพรรณของเราจะเต่งตึง กระชับ พอเริ่มอายุมากขึ้นไปอยู่ในช่วงวัยกลางคน ริ้วรอยต่าง ๆ  ก็จะเริ่มปรากฏขึ้นมาให้เห็นเช่นรอยตีนกา หรือผิวหนังที่เริ่มหย่อนคล้อย อย่างที่เห็นในแต่ละวัยนั้นมีสภาพผิวที่แตกต่างกัน ฉะนั้นการดูแลผิวพรรณก็จะต้องแตกต่างกันไปด้วยเช่นกัน

ดังนั้นในวันนี้เราจะมาบอกเกี่ยวกับ How To การดูแลผิวในแต่ละช่วงวัย ว่าแต่ละช่วงวัยนั้นจะต้องมีการดูแลผิวพรรณอย่างไร ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

ช่วงอายุ 15 – 20 ปี

จะเป็นช่วงที่จะเป็นจากวัยเด็กเป็นวัยรุ่น ดังนั้นมันก็จะมีอะไรหลาย ๆ อย่างในตัวเปลี่ยนแปลงไปเช่น มีสิวขึ้นบนใบหน้า แต่อยากคิดว่าเพราะไม่ล้างหน้า หรือหน้าสกปรกนะ มันมีได้อีกหลายปัจจัยที่ทำให้สิวขึ้น เพราะ สิวช่วงวัยนี้จะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศ และอะไรอีกหลายอย่างเช่นอดนอน หรือเครียด เพราะบางคนล้างน้ำทุกวันสิวก็เกิดขึ้นได้

แต่สิ่งพวกนี้มันจะหายไปได้เอง ถ้าเราไม่ไปยุ่งกับมันเช่น บีบ แกะ หรือกดสิว เพราะมันจะทำให้เกิดรอยดำและอักเสบได้ ดังนั้นการดูแลผิวในวัยนี้ ควรล้างหน้าด้วยสบู่อ่อน ๆ เช้าเย็น หลีกเลี่ยงของที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เช่น คลีนเซอร์ โทนเนอร์ และพยายามนอนให้เร็วอย่านอนดึก และอย่าเครียดมากด้วยนะ

ช่วงอายุ 20 ขึ้นไป

เพื่ออายุขึ้นเลข 2 ขึ้นมา สิวที่ขึ้นบนใบหน้าก็เริ่มลดน้อยลง ยกเว้นคนที่สิวขึ้นช้าว่าปกติ คนที่ผิวหน้ามัน หรือคนที่มีฮอร์โมนเพศสูง ในวัยนี้การดูแลใบหน้าก็จะสามารถทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นใช้ครีมแต้มสิว ใช้โฟมล้างหน้า

แต่ที่สำคัญต้องล้างหน้าให้สะอาดโดยเฉพาะผู้หญิงที่แต่งหน้าจัดหรือแต่งเป็นประจำทุกวันต้องดูเรื่องนี้เป็นพิเศษเพราะว่าอาจจะมีเครื่องสำอางหลงเหลืออยู่บนใบหน้า ทำให้เกิดสิวใหม่ หรือเป็นสิวอุดตันเลยก็ได้ นอกจากนี้การทาครีมกันแดดก็ช่วยดูแลผิวไม่ให้หน้าเราดูหมองคล้ำไปอีกด้วย

ช่วงอายุ 30 ปีขึ้นไป

ผิวหน้าของสาววัยนี้จะมีอุปสรรคสำคัญที่จะมากวนใจสาว ๆ ไม่ต่างจากสิว นั่นก็คือ ริ้วรอยใต้ตา รอยตีกาและรอยย่นบนหน้าผาก ที่เริ่มจะมาให้เห็นชัดขึ้นทุกวัน นอกจากนั้นผิวพรรณที่เคยดูอ่อนวันสดใสก็จะเริ่มจางหายไปเรื่อย ๆ ไหนจะรูขุมขนที่เพิ่มขึ้นอีก การดูแลผิวหน้าในช่วงวัยจึงต้องครบเครื่องแบบจัดหนักจัดเต็มกันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการขัดหน้าหรือมาส์กหน้า ที่จะช่วยในการจัดการหลุดลอกของผิวชั้นนอก และดูดซึมสิ่งสกปรกที่ติดตามรูขุมได้ ซึ่งจะทำให้ใบหน้าของเรานั้น สะอาด กระชับเต่งตึงและดูสดใสมากขึ้น สำหรับสาววัยนี้ถ้าเริ่มสังเกตเห็นว่าตัวเองนั้นเริ่มมีริ้วรอยแล้ว ควรเริ่มดูแลผิวหน้าเลยเพราะถ้าไปเริ่มตอนที่มันชัดแล้วอาจจะต้องใช้เวลานานสักหน่อยกว่าจะมันจะดีขึ้น

ดังนั้นควรจะเริ่มการมาส์กก่อน ให้เลือกจากมาส์กที่มีสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ในด้านการเลือกครีมบำรุงผิวของสาวช่วงวัยนี้ ควรจะเน้นเลือกผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวเป็นพิเศษ เพราะว่าผู้หญิงวัยนี้ผิวหน้าจะเริ่มแห้งมากขึ้น เนื่องจากน้ำหล่อเลี้ยงผิวหน้า ผลิตได้น้อยลง แล้วทาครีมกันแดดก็ควรทาเป็นประจำทุกวัน ในส่วนของรอบดวงตาควรใช้เป็นอายครีม เผื่อทำให้รอบดวงตาชุ่มชื้นและสดใสขึ้น จะได้ไม่มีใครเรียกเราว่า “ป้า” ได้ไปเลย

แมทช์สีเสื้อผ้ายังไงให้เหมาะกับหน้าหนาว

แมทช์สีเสื้อผ้ายังไงให้เหมาะกับหน้าหนาว

ลมหนาวพัดผ่านจนมาถึงปีใหม่แล้วนะ ได้เวลาเอาเสื้อผ้าหนา ๆ เสื้อโค้ดตัวใหญ่ ๆ ที่ไม่ค่อยจะได้ใส่กันสักเท่าไหร่มาใส่กันแล้ว เพราะว่าหน้าหนาวนั้นมันเป็นหน้าของแฟชั่น สาว ๆ ที่อินเทรนด์อยู่ตลอดเวลาก็ต้องใส่เสื้อผ้าให้เข้าตรีมหน้าหนาวกันหน่อย

แต่นอกจากเสื้อผ้าที่จะแต่งในหน้าหนาวแล้วนั้น การแมทช์สีต่าง ๆ ก็สำคัญไม่แพ้กันนะ เพราะว่าถึงจะแต่งตัวเท่ เก๋แค่ไหน แต่ถ้าสีบนตัวมันไม่แมทช์กันซะเลยก็จะทำให้เสื้อผ้าที่ใส่นั้น OUT!! ได้นะ ดังนั้นอย่ามัวรอช้าไปดูไอเดียการแมทช์สีเสื้อผ้าในหน้าหนาวกัน

สีเดียวทั้งชุดไปเลย

วิธีแมทช์นี้หมาะสำหรับสาว ๆ มือใหม่หันแต่งตัวเป็นอย่างมาก เพราะว่าเวลาที่จะหยิบชุดแฟชั่นออกมาเพื่อที่จะแต่งสวย ถ้าไม่ดูตามแบบที่หามาจากในเน็ต ก็จะต้องปรึกษาเพื่อนเอาว่าควรใส่สีอะไรดี เหมือนอยู่คนเดียวหรือไม่มีต้นแบบนั้นก็จะรู้สึกกลัวในการผสมสีและเกิดความไม่มั่นใจว่าชุดที่แต่งออกมาจะดูดีหรือยัง ดูแปลกตาหรือเปล่า

ดังนั้นเพื่อลบความไม่มั่นใจนั้นออกไป แนะนำว่าให้ใส่ชุดโทนนสีเดียวกันไปเลย อย่างเช่น อยากจะใส่สีหวานเพื่อให้รู้สึกอบอุ่น ก็ใส่ด้านบนเป็นสีชมพูอ่อน ด้านล่างเป็นสีชมพูเข้มก็ไม่เลวนะ

น้ำตาลแมทช์ขาว

สีน้ำตาลนั้นไม่ได้เหมาะแค่กับฤดูใบไม้ร่วงที่จะให้การกลืนไปกลับความงามของธรรมชาติเท่านั้น แต่สาว ๆ สามารถจะนำสีน้ำตาลมาใส่ให้ดูอบอุ่นในช่วงฤดูหนาวได้

เพื่อไม่ให้สีน้ำตาลนั้นทำให้ออกเป็นธีมของฤดูใบไม้ร่วงมากเกินไป ให้นำไปแมทช์คู่กับสีขาวที่จะให้ความรู้สึกคล้ายกับหิมะ ก็จะให้ความรู้สึกอยู่ในฤดูหนาวที่แฝงไปด้วยความนุ่มนวลและความงามของธรรมชาติของฤดูใบไม้ร่วงไปในตัว

ขาวแมทช์ดำ

พอถึงฤดูใหม่ที สาว ๆ ที่ชอบการแต่งตัวนั้นก็มักจะเปลี่ยนโทนสีการแต่งตัวให้เข้ากับฤดูกาลนั้นกันอยู่ตลอด แต่ถ้าสาว ๆ ที่ชอบแต่งตัวแต่ขี้เกียจเปลี่ยนบ่อย ๆ ล่ะ แน่นอนว่าที่คลาสสิกและฮอตอิตทุกฤดูกาลนั่นก็คือสี ขาวและดำ นั่นเอง ที่ไม่ว่าจะใส่ฤดูร้อน ใบไม้ร่วง ใบไม้ผลิ ก็ยังดูสวยและอินเทรนด์อยู่ตลอดได้อย่างแน่นอน

ฟ้าแมทช์ขาว

แน่นอนว่าหน้าหนาทั้งทีจะขาดสองสีนี้ได้ยังไง แน่นอนว่าสีฟ้าและขาวนั้นมักจะเป็นสีแรก ๆ ที่สาว ๆ มักจะนึกถึงในฤดูนี้ เพราะเป็นสีที่ให้ความรู้สึกถึงฤดูหนาวทั้งคู่ เรียกได้ว่าทำให้สาว ๆ นั้นได้กลิ่นอายของฤดูนาวไปแบบเต็ม ๆ แถมยังให้ลุคที่เป็นเทพนิยายในเมืองหิมะได้อีกด้วยนะ

ขาวแมทช์เนื้อ

เสื้อผ้าแฟชั่นสีขาวนั้นเมื่อหยิบออกมาใส่ไว้บนร่างของสาว ๆ ในช่วงหน้าหนาวแล้วนั้นภาพลักษณ์ที่ออกมาให้ความรู้สึกสดใส ดูเป็นนางฟ้า แต่ให้ทางกลับในบรรยากาศที่เย็น ๆ อยู่แล้วของหน้าหนาว เสื้อสีขาวก็ทำให้ทุกอย่างดูกลืนกันไปหมด ถ้าอย่างงั้นลองนำสีเนื้อมาแมทช์กันดู เพื่อช่วยให้มีสีสันมากขึ้น แถมยังคงสไตล์ที่ดูสดใสและบริสุทธิ์ของสีขาวเอาไว้ด้วย

ชมพูแมทช์น้ำตาล

มาถึงข้อสุดท้ายกันแล้วกับการแมทช์สีชมพูกับสีน้ำตาล โดยสีชมพูนั้นจะให้ความรู้สึกที่อ่อนหวาน ส่วนสีน้ำตาลก็จะให้ความรู้สึกที่อบอุ่นหัวใจ ซึ่งถ้าหากสาว ๆ คนไหนอยากที่จะเป็นหน้านาววที่เย็นแสนจับใจให้กลายเป็นความอบออุ่นล่ะก็ ต้องสองสีนี้เลย รับรองว่าจะทำให้สาว ๆ ดูอบอุ่นขึ้นและยังอ่อนหวานสมกับเป็นผู้หญิงอีกด้วยนะ

 

ผมสวยสุขภาพดีได้ ถ้าสระผมถูกวิธี

ผมสวยสุขภาพดีได้ ถ้าสระผมถูกวิธี

การดูแลเส้นผมนั้นเป็นเรื่องที่ผู้หญิงหลายคนมีความวิตกกังวลอยู่มาก เพราะมักจะคิดกันไปเองว่ากว่าจะได้ผมสวยสุขภาพดีนั้นเป็นเรื่องยาก ต้องดูแลหลายขั้นตอน แต่จริง ๆ แล้วการดูแลเส้นผมนั้นไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด เพราะดูแลได้ง่าย ๆ เพียงแค่สระผมเท่านั้น โดยวันนี้เราก็มีวิธีในการสระผมให้ผมสวยสุขภาพดีมาฝากกัน ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

หวีผมแบบผิด ๆ เมื่อสระผม

ก่อนที่เราจะสระผมนั้นสิ่งที่เราจะต้องทำมาก ๆ เลยก็คือการหวีผมนั่นเอง แต่เดี๋ยวก่อน จะให้หวีผมแบบธรรมดันก็ไม่ใช่นะ เราจะต้องหวีด้วยความประณีต หวีจากด้านล่างของผมไปยังด้านบน ไม่ใช่หวีจากด้านบนลงด้านล่าง

เนื่องจากการหวีจากด้านบนไปด้านล่างนั้นจะทำให้ผมของเราเป็นปุ่มเป็นปมมากขึ้น พอเวลาสระผมก็จะเกิดผมพันกันนั่นเอง ซึ่งสำหรับใครที่ยังหวีจากด้านบนไปด้านล่างอยู่นั้น ต้องเปลี่ยนวิธีหวีแบบด่วน ๆ เลย

ใช้น้ำสะอาดสระผม

การเลือกใช้น้ำสะอาดในการสระผมนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ เลยนะ ยิ่งถ้าหากคนไหนที่ใช้น้ำบาดาลหรือน้ำที่ไม่สะอาดอยู่ล่ะก็ต้องรีบเปลี่ยนเลย เนื่องจากแร่ธาตุที่มีอยู่ในน้ำพวกนั้นสามารถเปลี่ยนสีของเส้นผมได้ เพราะฉะนั้นใครที่อยากให้การสระผมของตัวเองนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ ก็ต้องใช้น้ำสะอาดในการสระผมนะ รับรองว่าผมสวยสุขภาพดีอย่างแน่นอน

ห้ามใช้น้ำร้อน

เราควรที่จะหลีกเลี่ยงการใช้น้ำร้อนในการสระผม เนื่องจากน้ำร้อนนั้นจะขจัดน้ำมันจากธรรมชาติที่อยู่ในเส้นผมออกไป ยิ่งร้อนนมากเท่าไร สารอาหารและสีผมก็จะถูกทำลายมากขึ้นเท่านั้น ทางที่ดีควรที่จะใช้น้ำเย็นในการสระผมจะดีกว่า

แต่ถ้าหากในวันที่อากาศหนาวนั้นก็อาจจะใช้น้ำอุ่นในการสระผมเพื่อขจัดสิ่งสกปรกออกไป และการล้างน้ำสุดท้ายด้วยน้ำเย็น เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับเส้นผมและทำให้เกล็ดผมปิด เป็นการคงความงดงามและน้ำมันในเส้นผมของเราได้

พิจารณาเส้นผมก่อนเลือกแชมพู

การเลือกแชมพูให้เหมาะกับเส้นผมของเรานั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะว่าเส้นผมของเรานั้นจะต้องอาศัยการดูแลที่มากมายกว่าเดิม ถ้าหากว่ายังคงเลือกใช้แชมพูแบบทั่วไปมาสระผมอยู่ล่ะก็ต้องรีบเปลี่ยนด่วนก่อนที่ผมของเรานั้นจะไม่มีสุขภาพดีอีกเลย เพราะฉะนั้นเราจะต้องพิจารณาเส้นผมของเราก่อนเลือกแชมพูและเลือกแชมพูที่เหมาะสมกับเส้นผมของเราด้วยนะ

สระผมให้ถูกต้อง

การสระผมที่ถูกต้องนั้นก็คือการที่เราจะต้องสระที่บริเวณเส้นผม และหากผมของเรานั้นยาวก็ควรเลือกที่จะสระให้ทั่วทั้งผมให้หมด ดีกว่าเลือกสระหรือเกาแค่หนังศีรษะ ส่วนใครที่เคยเกาแต่หนังศีรษะให้เปลี่ยนมาเป็นนวดจะดีกว่า เพราะการนวดจะไปกระตุ้นการไหลเวียนเลือดบนหนังศีรษะได้

อย่าสระบ่อยเกินไป

หลาย ๆ คนมักจะชอบคิดว่ายิ่งถ้าเราสระผมบ่อยเท่าไร ก็จะยิ่งดีต่อเส้นผมมากเท่านั้น ซึ่งขอบอกไว้ก่อนเลยว่า เป็นความคิดที่ผิดมากเลย เพราะการที่เราสระผมบ่อย ๆ นั้นจะทำให้เส้นผมของเราแห้งมากเกินไป หนังศีรษะก็จะแห้งมาก ทำให้กลายเป็นแทนที่จะทำให้ผมนั้นเงางามกลับกลายเป็นผมแห้งเกินไปนั่นเอง

เป็นอย่างไรกันบ้างกับวิธีสระผมที่ได้บอกกัน ถ้าเกินคนไหนสนใจก็สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ รับรองได้เลยว่าคุณจะได้เส้นผมที่เงางาม และมีสุขภาพดีอย่างแน่นอน

 

ถ้าอยากผอมงดพูดคำพวกนี้

ถ้าอยากผอมงดพูดคำพวกนี้

เคยรู้สึกกันหรือไม่ว่าเวลาที่เรานั้นจะทำการไดเอตหรือลดความอ้วนนั้น เรามักจะทำกันไม่ค่อยได้ตามที่เราคาดหวังกันเอาไว้ เพราะอะไรรู้ไหม ? เพราะว่าในช่วงที่เราลดน้ำหนักกันนั้นเรามักจะมีคำพูดบางอย่างที่พูดออกมาแล้วทำให้เราน้ำหนักขึ้นมาได้

ดังนั้นอยากรู้กันแล้วใช่หรือไม่ว่าคำพูดเหล่านั้นคืออะไร พูดแล้วน้ำหนักขึ้นจริงเหรอ ดังนั้นเราไปดูกันกับ 7 คำที่ห้ามพูดถ้าอยากผอม ถ้าพร้อมแล้วตามไปส่องกันเลย

ไม่เป็นไร พรุ่งนี้ค่อยลด

เป็นคำพูดยอดฮิตในหมู่คนลดน้ำหนักเลยก็ว่าได้ เพราะเมื่อเราเจออาหารที่น่าทานหรืออยากทานอาหารที่มันจะเพิ่มน้ำหนักของตัวเองขึ้นมา คำพูดนี้จะเป็นประโยคแรกที่พูดขึ้นมาเลย ซึ่งเราจะต้องเปลี่ยนตัวเองอย่างด่วน เพราะการผัดวันประกันพรุ่ง ชอบหาข้ออ้างมาถ่วงเวลาอยู่ตลอดแบบนี้ มันเหมือนกับการฉุดรั้งตัวเองเอาไว้ไม่ให้เริ่มลงมือทำอะไรแบบจริงจังสักที

วันนี้เราเหนื่อยมาก

หลายคนนั้นเมื่อจะต้องลดน้ำหนักอย่างจริงจังแล้วนั้น ก็จะการเข้าโหมดคนเศร้าทันที และก็จะบ่นว่าวันนี้เรียนบ้าง ทำงานเยอะบ้าง ใช้สมองเยอะบ้าง ใช้ร่างกายเยอะบ้าง จนทำให้ประโยค “วันนี้เราเหนื่อยมาก” กลายเป็นประโยคที่เอาไว้อ้างเพื่อจะได้ไม่ต้องออกกำลังกาย

ซึ่งพอไม่ออกกำลังกาย น้ำหนักก็จะขึ้น แล้วก็มาเครียดอีก ดังนั้นก็ออกลังกายสักที อาจจะไม่ต้องออกเต็มที่เท่าวันที่ไม่เหนื่อย แต่ก็ยังถือว่าได้ออกกำลังกายนะ

ร่างกายต้องการน้ำตาล

ความหวานในใจฉันนั้นมันต่ำไป เคยเป็นกันไหมเอ่ย เวลาที่ร่างกายของเรานั้นเหนื่อยล้าจากเรื่องต่าง ๆ ไม่ว่าจะเรื่องเรียน เรื่องงาน ก็จะเรียกหาของหวานหรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง ด้วยประโยคที่ว่า “ร่างกายต้องการน้ำตาล” ทำให้ตบะแตกและรีบวิ่งไปซื้อชานมไข่มุกมาดูดให้ชื่นใจ

ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหาหรือแนะนำให้ดื่มน้ำเปล่าเยอะ ๆ แทนนะ หรือไม่สั่งเครื่องดื่มเป็นพวกหวานน้อยแทนก็โอเค

แค่คำเดียว ไม่อ้วนหรอกน่า

“แค่คำเดียวเอง ไม่อ้วนหรอก” รู้กันหรือไม่ว่าประโยคนี้เป็นสาเหตุหลัก ๆ เลยที่ทำให้เราลดน้ำหนักไม่ได้ เพราะเมื่อทานคำแรกเข้าไปแล้วมันอร่อย รสชาติที่เฝ้าหามานาน มันก็จะมีคำที่สอง สาม สี่ ต่อไปเรื่อย ๆ จนอิ่ม และสิ่งที่ตามมาก็คือ น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นเหมือนไม่เคยลดน้ำหนักมาก่อน เพราะฉะนั้นทางที่ก็คอทานอาหารให้ครบทุกมื้อไม่ทำตัวเองหิว

เดี๋ยวค่อยใช้กรรมวันหลัง

ใช้กรรมในที่นี้ไม่ได้หมายถึงทำบุญนะ แต่หมายถึงการออกกำลังกายต่างหาก ซึ่งหลายคนนั้นเป็นกันบ่อยก็คือลดไปแล้วสักพักนึงแต่อยากทานอาหารนี้แล้วค่อยไปลดเพิ่ม 2 เท่าให้เบิร์นที่ทานออกให้หมด พูดน่ะง่าย แต่ตอนทำนี้สิ เพราะมันจะต้องออกกำลังกายหนักขึ้น แถทมยังใช้เวลานานกว่าเดิมอีกด้วย เพราะฉะนั้นอย่าตามใจปากมากเกินไปนะ

ค่าอาหารมันแพง ทานไม่หมดเสียดายแย่

คนไหนเป็นแบบนี้มั้งเอ่ย เวลาที่เราไปทานอาหารอย่างพวกปิ้งย่างหรือชาบูเนี่ย จะเป็นคนที่ขี้เหนียวขึ้นมา แบบทานทั้งทีต้องทานให้คุ้ม เพราะว่าค่ามันอาหารมันแพง ทานไม่หมดแล้วเสียดาย แต่พอเป็นสลัดกลับกินทิ้งกินขว้าง ทำให้ไม่เอานิสัยกินให้คุ้มมาทานอาหารที่อย่างสกัดล่ะ แต่ทางที่ดีนั้นการทานแค่พออิ่มนั้นดีที่สุดแล้ว

ลดความอ้วนมันยากไป ทำไม่ให้หรอก

เป็นประโยคที่ห้ามพูดอย่างเด็ดขาดเลยนะ เพราะขนาดยังไม่เริ่มเลย เรายังปั่นทอนจิตใจ ยังยอมแพ้ขนาดนี้เลย จะแล้วแรงที่ไหนไปลดน้ำหนักได้ล่ะ ถึงการลดน้ำหนักนั้นจะเป็นเรื่องยากแต่ก็ไม่ใช่ว่าเราจะทำไม่ได้ ถ้ามีความพยายามมากพอ ทางที่ดีนั้นต้องคอยให้กำลังใจตัวเอง บอกตัวเองว่าชั้นทำได้ แล้วค่อย ๆ มองหาวิธีไอเดตที่เหมาะกับตัวเองดู

 

How To กลบสิวให้หน้าสวยด้วยการแต่งหน้า

How To กลบสิวให้หน้าสวยด้วยการแต่งหน้า

หนึ่งในปัญหาที่สิว ๆ ต่างพากันวิตกกังวลสุด ๆ ก็คงหนีไม่พ้นปัญหาสิว ซึ่งถือเป็นปัญหาผิวยอดฮิตที่กวนใจผู้หญิงอย่างเราเป็นอันดับต้น ๆ แล้วเวลาที่มีสิวอักเสบ สิวเม็ดเป้ง หรือสิวเม็ดเล็ก ๆ โผล่ขึ้นมา ที่ถึงแม้ว่าสิวจะยุบไปแล้วแต่ก็ชอบทิ้งรอยเอาไว้ให้ดูต่างหน้าด้วย แบบนี้สาว ๆ หลายคนเลยต้องใช้วิธีฉาบเครื่องสำอางหนา ๆ เพื่ออำพรางสิวกัน โดยในวันนี้เราจะมาบอก How to แต่งหน้ากลบสิวแบบง่าย ๆ ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

ทาครีมกันแดดปกป้องสิว

สเต็ปแรกที่ควรทำก่อนลงมือละเลงเครื่องสำอางสารพัดชิ้นลงไปบนผิวหน้าคือการทาครีมกันแดดปกป้องผิว อย่างที่ทุกคนรู้กันดีว่าครีมกันแดดถือเป็นไอเทมความงามที่ต้องทาเป็นประจำทุกวัน เพื่อปกป้องผิวสวย ๆ ไม่ให้โดนแดดและรังสียูวีทำลายจนหน้ามองคล้ำ สำหรับคนที่กำลังโดนปัญหาสิวเข้าเล่นงานอยู่ตอนนี้ ผิวก็จะเกิดอาการบอบบางแพ้ง่าย เลยอาจโดนแสงแดดและยูวีกระตุ้นให้เกิดการระคายเคืองง่ายเป็นพิเศษ

ลงเบสเขียวเพื่อกลบรอยแดง

เวลาที่เกิดสิวนั้น ผิวของเราจะเกิดการระคายเคืองจนเกิดเป็นรอยแดงจากการอักเสบ หรือแม้แต่ช่วงเวลาที่สิวหายแล้วก็อาจจะทิ้งรอยแดง ๆ ไว้ได้เหมือนกัน แบบนี้ถ้าทาแค่รองพื้นหรือแป้งอาจจะยังไม่สามารถปกปิดผิวได้เนียนกริบเท่าไหร่หรอกนะ ดังนั้นวิธีที่อยากแนะนำก็คือ ทาเบสสีเขียวลงไปให้ทั่วใบหน้า จะเวิร์กกว่า เพราะว่าเจ้าเบสสีเขียวมีคุณสมบัติให้การเพิ่มความกระจ่างใส ทำให้ผิวดูไบรท์ขึ้น และช่วยกลบรอยแดงให้ผิวดูสม่ำเสมอกว่าเดิม

ทารองพื้นบาง ๆ เบา ๆ ให้ทั่วใบหน้า

ยิ่งโบกรองพื้นหนา ยิ่งทำให้ผิวเนียนใส กับความเชื่อที่ผิดจ้ะ เพราะถ้าใครที่กำลังอยู่ในสภาวะสิวเห่อหรือมีสิวอุดตันบุกเต็มหน้า การทารองพื้นอัดแน่นแบบหนา ๆ ก็จะยิ่งทำให้ผิวอุดตัน ยิ่งกระตุ้นให้สิวเห่อเข้าไปใหญ่ได้เลยนะ ดังนั้นมาแต่งหน้าใหม่ ๆ โดยค่อย ๆ ทารองพื้นแบบบาง ๆ เบา ๆ ให้ทั่วใบหน้า แทนการลงไปทีเดียวแบบหนา ๆ แล้วถ้ามีผิวส่วนไหนที่คิดว่าเนียนไม่พอ ยังเห็นรอยสิวเด่นชัดก็ให้ลงรองพื้นเพิ่มเลเยอร์เข้าไปทีหลัง วิธีนี้ทำให้ผิวของเราดูเนียนสวยแบบเป็นธรรมชาติ

ใช้คอนซีลเลอร์เก็บรายละเอียด

ถ้าอยากต้องการปกปิดให้เนียนกริบ สเต็ปต่อไปที่ขาดไม่ได้ก็คือ การใช้คอนซีลเลอร์เก็บรายละเอียดผิวอีกรอบ หลังจากที่ลงรองพื้นเสร็จแล้ว ทริคในการเลือกใช้คอนซีลเลอร์มาฝากกัน โดยถ้าอยากจะปกปิดใต้ตาหมองคล้ำ ควรเลือกคอนซีลเลอร์เนื้อลิควิดในเฉดสีที่สว่างกว่าผิว แต่ถ้าอยากจะปกปิดรอยดำ รอยแดง รอยสิว ควรเลือกคอนซีลเลอร์เนื้อครีมเฉดสีเดียวกับรองพื้น จะช่วยทำให้สีคอนซีลเลอร์ไม่ดูโดดจนเน้นทำให้รอยสิวเด่น

เซ็ตผิวด้วยแป้ง เพิ่มความเป๊ะ

มาถึงสเต็ปสุดท้ายแล้ว หลังลงคอนซีลเลอร์แล้วก็คือ การเซ็ตผิวด้วยแป้งอีกครั้ง เพิ่มเพิ่มความเป๊ะ ล็อกเมคอัพให้ติดทนและควบคุมความมันให้ผิวดูสวยยิงยาวตลอดทั้งวันนั่นเอง

แหล่งที่มา : https://sistacafe.com/

ผิวหน้าไบร์ทขึ้นด้วยสีผม

ผิวหน้าไบร์ทขึ้นด้วยสีผม

เชื่อว่าสาว ๆ เกือบทุกคนก็ต้องอยากสวยเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเสื้อผ้า หน้า และผม เราจะต้องดูดีที่สุด ไม่ใช่สายตาคนอื่นก็ต้องในสายตาเรา ซึ่งนอกจากทรงผมแล้วนั้นสีผมก็เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะหน้าเรานั้นจะไบร์ทจะดรอปก็ขึ้นอยู่กับสีผมของเราเนี่ยแหละ ซึ่งในวันนี้เราจะพาสาว ๆ ไปดูส่องเฉดสีผมทำให้หน้าสว่างมาฝากกันจะมีสีอะไรบ้างนั้หนไปดูกันเลย

Caramel

มาเริ่มที่สี Normal ที่ทำทีไรหน้าก็ไบร์ทก็รอดจากความหมองคล้ำอย่างแน่นอนกับสี Caramel หรือสีน้ำตาลประกายทองนั่นเอง รับรองได้เลยไม่ว่าจะทำผมทรงอะไร จะตัดสั้น หรือจะไว้ยาว ยังไงก็เกิดอย่างแน่นอน

Apricot

ถ้าสาว ๆ นั้นต้องการความสดใสขึ้นมาหน่อย ดูเป็นสาวเฟรช ๆ ลองหันมาเลือกสี Apricot หรือสีน้ำตาลอมส้ม ซึ่งเป็นสีที่มองแล้วไม่จี้ดจนเกินไปแต่ก็ยังพอมีสีสันให้ได้ชื่นใจอยู่ สำหรับสาวผิวสองสีนั้นทำสีนี้ถือว่ารอด แถมยังช่วยให้หน้าดูสว่างขึ้นอีกด้วย

Brown

ถ้าอยากได้ลุค Natural Girl แบบสวยธรรมชาติไม่ดูปรุงแต่งเยอะไป ให้หันหน้ากลับไปหาสีเบสิกอย่างสีน้ำตาลธรรมชาติหรือ Brown ง่าย ๆ ไปเลย ซึ่งสีนี้เป็นสีที่มหัศจรรย์มากเพราะว่าเป็นสีที่เข้ากับแทบทุกสีผิว แถมยังทำให้ดูเป็นธรรมชาติอีกด้วย

Ash Brown

สีที่ยอดฮิตมากในปี 2018 ก็คือตระกูล Ash นั่นเองโดยเฉพาะอย่างยิ่งสี Ash Brown หรือสีน้ำตาลบลอนด์, น้ำตาลอมเทา แล้วแต่ใครจะสะดวกเลยจ้า แต่สีนี้นั้นถ้าไม่ใช่สาวผิวคล้ำจริง ๆ แล้วย้อมยังไงหน้าก็ไบร์ทขึ้นแน่นอน

Garnet

เป็นอีกหนึ่งโทนสีที่เหมาะกับผิวของสาวไทยก็คือ Garnet หรือสีน้ำตาลประกายแดง ไม่ว่าจะสาวเท่ สาวแสบ เมื่อย้อมสีนี้แล้วจะดูมีเสน่ห์น่าค้นหามาก ๆ เหมาะกับสวที่อยากหน้าสว่างแต่ไม่ชอบโทนสีออกทอง ๆ ยิ่งเวลาออกแดดแล้วยิ่งสวยแต่พออยู่ในร่มสีก็ไม่ออกมากจนดูฉูดฉาดเกินไป

Ash

มาถึงสียอดฮิตของปีที่แล้ว จะเป็นสีไหนไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่สี Ash หรือสีเทา เชื่อได้เลยว่าสาว ๆ หลายคนอยากลองทำสีนี้ดูสักครั้ง ไม่ว่าจะควันบุหรี่ จะเทาหม่น เฉดไหนก็จะให้ลุคสาวอินเตอร์ได้อย่างแน่นอน

Blond

เป็นอีกสีที่ทำให้สาวผิวขาวนั้นดูขาวขึ้นไปอีกก็ต้องโทนสี Blond หรือสีบลอนด์ แม้ว่าพื้นฐานจะเป็นโทนสีผมของสาวสาย ฝ. แต่สาวเอเชียอย่างเราก็ทำสีนี้ออกมาแบ้วน่ารักไปอีกสไตล์ ถ้าสาวคนไหนมั่นใจในสีผิวและชอบแต่งตัว ลองจัดสีบลอนด์ดูสักครั้งจะทำให้ลุคของพวกเราไม่ธรรมดาอีกต่อไป

Blonde

มาที่สุดท้ายกันแล้วกับสี Blonde หรือสีบลอนด์ทอง เรียกได้ว่างานผมตุ๊กตาบาร์บี้ต้องมา แต่ต้องแนะนำว่าต้องผิวขาวจริง ๆ นะถึงจะทำสีนี้รอด ถึงจะดูเป็นสีที่ทำแล้วปังยากไปซะหน่อย แต่ถ้าสาว ๆ นั้นมีรัศมีสาวเกาอยู่ในตัว ผมสี Blonde จะทำให้สาว ๆ เกิดอย่างแน่นอนห

How To ล็อคสีผมให้ติดทน

How To ล็อคสีผมให้ติดทน

หนึ่งในเรื่องความสวยความงามที่ผู้หญิงอย่างเราชื่นชอบเป็นอันดับต้น ๆ คงหนีไม่พ้นเรื่องของสีผม แต่การทำสีผมแต่ละครั้งนั้น นอกจากจะต้องเสีค่าใช้จ่ายค่อนข้างเยอะและใช้เวลานานแล้ว ก็ต้องดูแลผมให้ดี เพราะถ้าเราดูแลไม่ถูกวิธี สีผมสวย ๆ ก็อยู่กับผมเราได้แปปเดียว ดังนั้นหันมาทางนี้เลย เรามีเคล็ดลับล็อคสีผมให้ติดทนนานมาฝากกัน รับองได้เลยว่าสาว ๆ จะได้สีผมที่สวยแบบยิงยาวแน่นอน ซึ่งจะมีอะไรบ้างก็ไปดูกันเลย

หลังทำสีผมเสร็จ งดสระผม 1 วัน

สิ่งแรกที่สาว ๆ จะต้องรู้ไว้ก็คือ น้ำยาย้อมสีผมแบรนด์ต่าง ๆ จะต้องใช้เวลาเซ็ตตัวอย่างน้อย 24 ชั่วโมง หลังทำผมเสร็จแล้ว ถ้าสาว ๆ นั้นกลับไปสระผมที่บ้านต่อแบบทันทีก็อาจจะทำให้สีผมถูกแชมพูล้างออกไป ทำให้สีผมไม่ติดทน แถมสียังเฟดลงไปอีก เพราะฉะนั้นอยากจะล็อคสีผมให้ติดทนให้สีอยู่บนผมของเรานานขึ้น ขอแนะนำให้งดสระผมหลังทำสีผมเสร็จแล้วอย่างน้อย 1 วันจะดีที่สุด มั่นใจได้เลยว่าสีมผมจะไม่หลุดไม่เพี้ยนแน่นอน

เลือกผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเส้นผม สูตรสำหรับทำสีผม

รู้หรือเปล่าว่าบางครั้งสาเหตุที่ทำให้สีผมสวย ๆ นั้นเฟดลงไปไวกว่าปกติ อาจเป็นเพราะผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้ เป็นสูตรที่ไม่เหมาะกับผมที่เพิ่งทำสีมานั่นเอง เพราะฉะนั้นสาว ๆ ควรจะออกไปซื้อผลิตภัณฑ์เซ็ตใหม่มาใช้อย่างด่วนเลย โดยอย่าเลือกเป็นสูตรสำหรับผมททำสีด้วยนะ ไม่ว่าจะเป็นแชมพู ครีมนวด หรือทรีทเมนต์  โดยการพลิกที่ฉลากดูว่ามีส่วนผสมของสาร SLS หรือแอลกอฮอล์หรือไม่ ถ้ามีล่ะก็รีบวางลงที่เดิมเลย เพราะส่วนผสมเหล่านั้นจะเร่งให้สีผมเฟดเร็วขึ้น

อย่าสระผมด้วยน้ำอุณหภูมิสูง

สาว ๆ หลายคนอาจจะติดกับการอาบน้ำอุ่น  เพราะเวลาอาบน้ำอุ่นมันทำให้รู้สึกผ่อนคลาย สบายแบบสุด ๆ แต่การอาบน้ำปละสระผมด้วยน้ำอุ่นนั้น จะทำให้ผิวและเส้นผมของเราเกิดอาการแห้งเสียนั่นเอง ดังนั้นขอแนะนำเลยว่าควรที่จะสระผมด้วยน้ำอุณหภูมิปกติจะดีกว่า และที่สำคัญขณะที่สระผมด้วยแชมพู ก็ให้เน้นการนวดเบา ๆ ที่โคนผม อย่าขยี้แรงบริเวณเส้นผมเด็ดขาด เพราะจะได้ช่วยคงสีผมสวย ๆ ให้อยู่กับสาว ๆ ไปนาน ๆ นั่นเอง

ทำทรีทเมนต์ผม

การที่เรานั้นทำสีผมสวย ๆ ก็จะต้องใช้เวลาในการย้อมและบำรุงจากช่างหลายชั่วโมง เพราะฉะนั้นเส้นผมที่เพิ่งผ่านการทำสีเลยต้องการดูแลเอาใจใส่มากกว่าปกติ ซึ่งสาว ๆ อาจจะเจอกับปัญหาผมแห้งกรอบหลังผ่านการย้อมมา ขอแนะนำให้ไปซื้อทรีทเมนต์มาบำรุงเพื่อคืนความชุ่มชื่นให้เส้นผมอีกครั้ง โดยเลือกทรีทเมนต์ที่ปราศจากสาร SLS และแอลกอฮอล์ และที่สำคัญต้องไม่ลืมเลือกทรีทเมนต์สูตรผสมมอยส์เจอไรเซอร์และและน้ำมันที่ช่วยบำรุงเส้นผมให้นุ่มสลวยขึ้นด้วยนะ

งดหนีบ ม้วน ดัด หรือใช้ความร้อนบนเส้นผม

เข้าใจนะว่าเวลาทำสีผมใหม่ ๆ ก็อยากโชว์สีผมสวย ๆ ทรงผมปัง ๆ ให้คนอื่นให้ แต่จะขอเตือนเลยว่า ถ้าอยากจะล็อคสีผมให้ยิงยาวนั้นจะต้องงดการหรีบ ม้วน ดัด หรือสารพัดกิจกรรมที่ต้องใช้ความร้อนกับเส้นผมไปก่อน เพราะว่าเวลาหลังจากย้อมสีผมมา เส้นผมของเราจะมีความบอบบางและอ่อนแอเป็นพิเศษ ซึ่งถ้าโดนความร้อนเข้าไปอาจมีความเสี่ยงที่ผมจะช็อคจนแห้งกรอบได้

เสื้อสีนี้บอกอะไรกับเรา

เสื้อสีนี้บอกอะไรกับเรา

ทุกคนเชื่อหรือไม่ว่าสีเสื้อที่เราใส่กันทุกวันนี้สามารถบอกอะไรบ้างอย่างได้ สังเกตได้จากเวลาที่เราใส่เสื้อสีจัด ๆ เรามักจะมีความมั่นใจมากกว่าปกติ หรือวันไหนที่เราใส่เสื้อสีอ่อนเราก็จะดูนุ่มนวลกว่าปกติเช่นกัน โดยสีที่เรามาพูดกันนี้เราจะแบ่งออกเป็น 3 โทนได้แก่ โทนร้อน โทนเย็นและโทนกลางเพื่อให้เข้าใจกันง่าย ๆ  ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันเลย

สีโทนกลาง

จะเป็นสีที่อยู่กลาง ๆ ไม่ค่อนไปโทนใดโทนหนึ่ง สามารถเข้ากับสีโทนร้อนและโทนเย็นได้

  • สีขาว บ่งบอกว่าอยากให้สิ่งที่กำลังจะไปทำนั้นราบรื่น อยากมีมิตรแท้ อยากมีจิตใจที่สงบและอยากให้มิตรภาพระหว่างคุณกับคนรอบข้างยั่งยืน นอกจากนั้นสีขาวยังเป็นสีแห่งความบริสุทธิ์ด้วย
  • สีดำ เป็นสีแห่งความลึกลับ สำหรับคนที่ชอบแต่งตัวด้วยสีดำ บ่งบอกถึงเราอยากให้ตัวเองดูลึกลับน่าค้นหาและอยากให้เราดูมีเสน่ห์มากขึ้น ในอีกทางหนึ่งสีดำก็เป็นสีแห่งการสูญเสียด้วย เราจะเห็นได้จากคนที่อกหักหรือสูญเสียคนสำคัญในชีวิตไป มักจะใส่เสื้อผ้าสีดำ
  • สีเทา เป็นสีที่บอกถึงความเป็นทางการ หรือการเป็นกลาง สีเทามักจะถูกใส่เมื่อเราต้องไปงานที่ไม่คุ้นเคยหรือพบปะเพื่อนที่ไม่สนิท

สีโทนเย็น

เป็นสีที่อยู่ตรงข้ามกับสีโทนร้อน ส่วนใหญ่จะให้ความรู้สึกเยือกเย็น สุภาพและสงบ

  • สีเขียว เป็นสีแห่งการผ่อนคลาย หากวันไหนใส่สีเขียวแสดงถึงเราต้องสร้างความผ่อนคลาย หรือรักษาสมดุลของตัวเองนั่นเอง
  • สีคราม เป็นสีที่ล้ำลึกเกินจะหยั่งถึง เมื่อเราใส่สีนี้แสดงเรามีอะไรบางอย่างปิดบังไม่อยากให้คนอื่นรับรู้
  • สีน้ำเงิน สื่อถึงความต้องการให้คนรอบข้างใส่ใจ ต้องการความอบอุ่นหรือจริงใจ
  • สีฟ้า เป็นสีที่สื่อถึงความผ่อนคลาย อ่อนโยนและสงบ
  • สีม่วง สื่อถึงอารมณ์ที่ค่อนข้างจะหม่นหมอง อารมณ์เศร้าแต่ไม่มาก หรืออาจจะมีความรู้สึกสับสนได้

สีโทนร้อน

สีขั้วตรงข้ามกับโทนเย็น ให้ความรู้สึกตื่นตาตื่นใจ อบอุ่น สนุกสนาน มีชีวิตชีวา

  • สีแดง เป็นสีแห่งความร้อนแรง มั่นใจ ลุ่มหลง ซึ่งมักจะเป็นสีแรก ๆ ที่สาว ๆ เลือกใส่ในงานปาร์ตี้เพื่อล่อตาล่อใจหนุ่ม ๆ นั้นเอง แต่อีกด้านสีแดงก็ยังเป็นสีแห่งความอันตรายอีกด้วย
  • สีส้ม บ่งบอกถึงเรากำลังแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ หรือต้องการความคิดสร้างสรรค์ใหม่
  • สีเหลือง เป็นสีที่บ่งบอกถึงความสดใส สร้างแรงบันดาลใจ และสร้างความตื่นตัวให้กับร่างกาย เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง
  • สีทอง คนที่ใส่สีทองจะบ่งบอกถึงการมั่นใจในตัวเอง มีความคิดสร้างสรรค์และต้องการความสมบูรณ์แบบ
  • สีทองแดง บ่งบอกว่าเรากำลังพยายามในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
  • สีชมพู ถึงสีจะดูหวานแต่ก็อยู่สีโทนร้อน สีชมพูบ่งบอกถึงความรัก ความต้องการอยากจะมีความรัก โรแมนติก หรือต้องการเพิ่มความหวานให้ตัวเอง

อัญมณีอะไรบ้างที่อยู่ครีมบำรุงผิว

อัญมณีอะไรบ้างที่อยู่ครีมบำรุงผิว

รู้หรือไม่ว่าในครีม หรือสกินแคร์ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันนั้นได้มีการผสมอัญมณีลงไปด้วย เห็นได้จากบางแบรนด์ที่บอกว่ามีส่วนผสมจากไข่มุก หรือผงเพชรแท้เป็นต้น ซึ่งอาจจะเป็นการพูดคุยกับของเจ้าของแบรนด์กับโรงงานรับผลิตครีม และรับผลิตเครื่องสำอาง หรือทางโรงงานผลิตเครื่องสำอางเองได้ทำการค้นสูตรแล้วนำมาเสนอลูกค้าเองก็เป็นได้ โดยอัญมณีที่สามารถใส่ลงไปในครีมหรือเครื่องสำอางจำพวกสกินแคร์ได้นั้น มีดังไปนี้

เพชร (Diamond)

อัญมณีที่ขึ้นชื่อว่าแข็งแกร่ง สวยงามและทรงคุณค่า ซึ่งเพชรนั้นมีคุณสมบัติช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด ผลัดเซลล์ผิว พร้อมกักเก็บความชุ่มชื้นให้แก่ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังช่วยให้ผิวกน้าดูสว่าง กระจ่างใส ประดุจเพชรอีกด้วย

ทอง (Gold)

ถ้าพูดถึงความล้ำค่า เลอค่า ยังไงก็ต้องเป็นทอง โดยยุคสมัยของพระนางคลีโอพัตรา, พระนางซูสีไทเฮาและบุคคลสำคัญเพศหญิงทั่วโลก ต่างชื่นชอบในการนำทองคำมาใช้ในการช่วยบำรุงผิว เนื่องจากทองคำมีคุณสมบัติในการต่อต้านอนุมูลอิสระที่สูง ช่วยลดโอกาสการอักเสบของผิวพรรณจากการโดนแดดเผาได้ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยชะลอการเกิดริ้วรอย และช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น ทำให้ผิวแลดูสดใสอ่อนเยาว์

ไข่มุก (Pearl)

หนึ่งในอัญมณีที่มีประวัติในการบำเรอผิวมาอย่างยาวนาน โดยจะนำไข่มุกที่ถูกคัดสรรแล้ว บดจนละเอียดและนำไปละลายหรือผสมในครีมเพื่อใช้ในการทาหน้า โดยไข่มุกจะช่วยควบคุมการผลิตน้ำมันของผิว และปกป้องความชุ่มชื้นในคราวเดียวกัน เหมาะสำหรับผู้ที่มีสภาพผิวมัน อีกทั้งยังมีส่วนช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย พร้อมกับทำให้ผิวกระจ่างใสอีกด้วย

ทัวร์มาลีน (Tourmaline)

อัญมณีสุดล้ำค่าสีชมพู ที่มีคุณสมบัติช่วยให้เกิดการไหลเวียนของเลือดได้ดีขึ้น จึงเชื่อกันว่า เมื่อผสมลงไปในครีมบำรุงผิวแล้วจะช่วยให้เกิดการไหลเวียนของเลือดบริเวณผิวหน้าได้ดีขึ้น ของเสียต่าง ๆ ที่ค้างอยู่บนใบหน้าลดลง และเชื่อกันอีกว่าผลจากไหลเวียนเลือดที่ดีนั้น จะส่งผลให้ผิวหน้ากระจ่างใสขึ้น

การใส่อัญมณีลงไปในครีมหรือเครื่องสำอางต่าง ๆ นั้น ถึงแม้ว่าจะสามารถช่วยในเรื่องที่ต้องการได้ แต่ก็ต้องแลกมากับราคาที่ค่อนข้างสูง เพราะราคาของวัตถุดิบนั้นมีราคาสูง และที่สำคัญจะต้องเลือกโรงงานรับผลิตที่ได้มาตรฐานรับรอง มีความปลอดภัย เพื่อป้องกันการใช้วัตถุดิบปลอมหรือแอบใส่สารอันตรายลงไป ทำให้ผลิตภัณฑ์เป็นอันตรายต่อลูกค้าได้

แหล่งที่มา : https://www.premacare.co.th

https://www.kedmathailand.com

สิวเกิดเพราะอาหารเหล่านี้

สิวเกิดเพราะอาหารเหล่านี้

สาว ๆ เคยสงสัยหรือไม่ว่าสิวนั้นเกิดจากอะไรได้บ้าง ทั้งการดูแลผิวหน้าไม่สะอาดมากพอ หรือการสะสมของเหงื่อหรือสิ่งสกปรกต่าง ๆ ก็ทำให้เกิดสิวได้ นอกจากนี้สาว ๆ หรือรู้ไม่ว่าอาหารที่เราทานเข้าไปนั้นก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวได้เหมือนกัน ซึ่งหลายคนอาจจะคิดว่าก็คงเป็นพวกของหวานนั่นแหละ แต่จริง ๆ แล้วไม่ได้มีแค่นั้น ถ้าอยากรู้ว่ามีอะไรบ้างก็ไปดูกันเลย

น้ำตาลและอาหารหวาน

ของหวานไม่ใช่แค่อาหารกระตุ้นสิว แต่ยังไม่ดีต่อสุขภาพอีกด้วย มีงานวิจัยหนึ่งได้บอกเอาไว้ว่าอาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลสูงอาจจะกระตุ้นให้เกิดสิวได้ เพราะการที่เราทานของหวาน ๆ มากเกินจำเป็น มันจะเข้าไปกระตุ้นการสร้างอินซูลิน ซึ่งกระบวนการสร้างอินซูลินนี่เองที่จะทำให้ผิวหนังของเรามีไขมันเพิ่มยิ่งขึ้น พอมีความมันเพิ่มขึ้นปัญหาสิวอุดตันก็ตามมาและกลายเป็นสิวที่สุด

อาหารเผ็ดจัด

ชอบของแซ่บ ฉันชอบของแซ่บ อาหารเผ็ดจัดนั้นเป็นอาหารที่มีความเสี่ยงต่อการกระตุ้นสิวให้ผุดขึ้นมา ซึ่งแน่นอนว่าอาหารเผ็ดจัดจะช่วยในเรื่องของการเผาผลาญไขมัน ลดความอ้วน ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือด แต่ต้องไม่เผ็ดจัดจนเกินไป เพราะการทานอาหารเผ็ดจัดจะทำให้เลือดสูบฉีดมากเกินไป จนทำให้สิวเห่อได้

อาหารเค็มจัด

การทานอาหารที่มีโซเดียมสูงบ่อย ๆ จะทำให้เราเป็นสิวได้ เพราะโซเดียมจะเข้าไปรบกวนกระบวนการดูดซึมอาหารให้ทำงานหนักขึ้น พอเราทานเข้าไปเยอะ ๆ เวลาที่ร่างกายต้องขับออก ก็จะขับออกไปพร้อม ๆ กับเหงื่อทางรูขุมขน ทำให้ผิวมีอาการระคายเคืองจนเกิดผิวอักเสบได้ ทั้งยังส่งผลให้ผิวของเราแห้งขาดน้ำแต่มันเยิ้มอีกด้วย

ของทอด ของมัน

อีกหนึ่งอาหารตัวเด็ดในการกระตุ้นสิว เพราะถ้าหากทานเข้าไปมาก ๆ แล้วนอกจากจะทำให้หน้าของเรามันเพิ่มขึ้นแล้ว ยังเป็นตัวกระตุ้นสิวชั้นดี โดยเฉพาะสาวผิวผสมและผิวมัน เพราะในของทอด ของมันนั้นมีกรดโอเมก้า 6 ที่จะทำให้เกิดสิวอักเสบ สิวอุดตันได้ นอกจากนี้ยังทำให้เราน้ำหนักเพิ่มและอ้วนแบบไม่รู้ตัวอีกด้วยห

นมและผลิตภัณฑ์นม

อาหารจำพวกนมนั้นสามารถกระตุ้นการเกิดสิวได้เหมือนกัน เพราะสารอาหารในนมอย่างคาร์โบไฮเดรต โอเมก้า 6 ไอโอดีน ล้วนเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดสิวอักเสบ สิวหนอง นอกจากนี้ยังกระตุ้นต่อมไขมันให้ผลิตน้ำมันออกมามากขึ้นด้วย ที่สำคัญในนมมักจะมีน้ำตาลหรือโซเดียมเป็นส่วนประกอบ ซึ่งล้วนแต่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวได้ทั้งนั้น

ชา กาแฟและน้ำอัดลม

น้ำอัดลม กาแฟ ชาที่หลายคนชอบดื่มนั้น นอกจากจะอุดมไปด้วยน้ำตาลที่ทำให้ผิวเหี่ยวแล้ว คาเฟอีนในเครื่องดื่มเหล่านี้ยังกระตุ้นให้เราเป็นสิวอักเสบ สิวอุดตันและสิวหัวหนองด้วย ถึงแม้ว่าคาเฟอีนจะช่วยให้ร่างกายตื่น ดูกระฉับกระเฉงขึ้นแต่เมื่อคาเฟอีนหมดฤทธิ์ผลมันจะตรงข้ามเลยนะ ไม่ว่าจะเป็นหงุดหงิดง่ายและมีอาการท้องผูกตามมา ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุของการเกิดสิวเช่นกัน

แหล่งที่มา : https://sistacafe.com