6 สมุนไพรช่วยบำรุงผิวและผมให้สวยมีออร่า

6 สมุนไพรช่วยบำรุงผิวและผมให้สวยมีออร่า

ปัจจุบันไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เจอแต่ผลิตภัณฑ์เสริมความงามที่มีให้เลือกอย่างหลากหลาย ทั้งบำรุงผิวหน้า ผิวกาย เส้นผม ไปจนถึงเล็บกันเลยทีเดียว แต่คุณรู้หรือไม่ว่าก่อนที่จะมีผลิตภัณฑ์ความงามแบบในปัจจุบันนั้น ในสมัยก่อนที่ยังไม่มีผลิตภัณฑ์เหล่านี้นั้น ผู้คนดูแลผิวพรรณกันอย่างไร คำตอบง่าย ๆ ก็คือ สมุนไพรไทย ซึ่งสมุนไพรที่ใช้ในด้านความสวยความงามมีดังต่อไปนี้

มะขามเปียก

มะขามเปียก ถือเป็นส่วนผสมที่ถูกนำมาใช้เป็นตัวช่วยในการบำรุงผิวมาอย่างยาวนาน เพราะมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อน ๆ ที่ช่วยขจัดสิ่งสกปรกออกจากผิวและผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน จึงช่วยให้ไม่มีสิ่งสกปรกตกค้างหรือเข้าไปอุดตันในรูขุมขน แถมมะขามเปียกยังอุดมไปด้วยวิตามินซี ช่วยลดความหมองคล้ำและจุดด่างดำให้แลดูจางลง ปรับให้ผิวเปล่งปลั่งสดใสดูสุขภาพดีมากขึ้น

ขมิ้นชัน

ขมิ้นเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์หลายอย่าง สามารถหยิบไปทำอาหาร ใช้เป็นยารักษาโรค ไปจนถึงตัวช่วยในการบำรุงผิว เนื่องจากขมิ้นนั้นมีสารเคอร์คิวมินที่มีฤทธิ์ต่อต้านและยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรีย จึงช่วยรักษาโรคผิวหนังและลดการระคายเคืองของผิวได้ นอกจากนี้ขมิ้นยังเป็นตัวช่วยควบคุมความมันส่วนเกินบนผิว ลดการเกิดสิว และปรับให้ผิวดูเนียนใสขึ้น

ว่านหางจระเข้

ว่านหางจระเข้เป็นตัวช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวไม่แห้งกร้านและปลอบประโลมผิวไหม้แดด นอกจากนี้ว่านหางจระเข้ก็มีสรรพคุณช่วยฆ่าเชื้อ สมานแผล และลดรอยสิวให้แลดูจางลง แล้วยังสามารถนำไปใช้บำรุงเส้นผมและหนังศีรษะให้ชุ่มชื้นขึ้น จึงไม่แปลกที่มักจะเห็นผลิตภัณฑ์สกินแคร์หรือผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมในปัจจุบันหลาย ๆ แบรนด์มีส่วนผสมของว่านหางจระเข้อยู่ด้วย

มะกรูด

มะกรูด สามารถใช้ได้ประโยชน์ได้ทุกส่วนตั้งแต่ส่วนราก ใบ ผล และน้ำมะกรูด ที่ช่วยรักษาโรคและเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง รวมถึงประโยชน์ด้านการบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะด้วย เพราะมะกรูดอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยบำรุงให้เส้นผมนุ่มสลวยดูสุขภาพดี ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อรา และลดปัญหารังแคกวนใจ

อัญชัน

อัญชัน สามารถใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน ทั้งบริเวณดอก ใบ ราก และเมล็ด โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์ด้านความสวยความงามในการบำรุงเส้นผม ก็จะใช้ส่วนของดอกอัญชันมาคั้นน้ำ แล้วนำไปทาคิ้วเพื่อให้คิ้วดูหนาและคมเข้มขึ้น หรือนำไปหมักผมเพื่อช่วยบำรุงให้เส้นผมดกดำเงางามแบบสุขภาพดี

ใบบัวบก

ใบบัวบกอัดแน่นไปด้วยสารต่าง ๆ ที่มีส่วนช่วยในเรื่องการบำรุงผิวพรรณ เพราะใบบัวบกมีสารที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน จึงช่วยให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งสดใส ลดปัญหาผิวเหี่ยวย่นหรือริ้วรอยก่อนวัยที่ทำให้หน้าแก่เร็ว นอกจากนี้ยังสามารถนำไปบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ เพื่อให้เส้นผมดูหนา และลดปัญหาผมขาดหลุดร่วง

สมุนไพรเหล่านี้เป็นสมุนไพรที่มีการใช้มาอย่างยาวนานจนถึงปัจจุบันเพราะในโรงงานอาหารเสริมหรือโรงงานรับผลิตเครื่องสำอางนั้น ก็ยังมีการใช้สมุนไพรเหล่านี้เป็นส่วนผสมให้กับแบรนด์ต่าง ๆ มากมาย ด้วยสรรพคุณที่โดดเด่น บำรุงผิวและเส้นผมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สมุนไพรเหล่านี้เป็นที่นิยมมาจนถึงปัจจุบัน

แหล่งที่มา : sistacafe.com

8 เกลือขัดผิว ตัวช่วยผิวเนียนนุ่ม

8 เกลือขัดผิว ตัวช่วยผิวเนียนนุ่ม

ผิวสวยเรียบเนียน ดูกระจ่างใส ย่อมเป็นผิวในอุดมคติของสาว ๆ ซึ่งนอกจากการทาครีมบำรุงอย่างสม่ำเสมอแล้ว อีกวิธีสำคัญที่ช่วยให้ผิวน่าสัมผัสก็คือการขัดผิว โดยสครับขัดผิวก็มีหลากหลายสูตร หลากหลายยี่ห้อให้ได้เลือกกัน แต่ที่ได้รับความนิยมมากก็คือเกลือขัดผิว เนื่องจากช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าและทำความสะอาดผิวได้ดี สำหรับใครที่กำลังมองหาเกลือขัดผิวอยู่ล่ะก็ คุณมาถูกทางแล้ว เพราะในวันนี้เรามี 8 เกลือขัดผิว ตัวช่วยผิวเนียนนุ่ม มาฝากกัน จะมีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลย

A Bonne’ Spa Milk Soft

เกลือขัดผิวในตำนานที่ได้รับความนิยมสุด ๆ เป็นเกลือสปาขัดผิวสูตรน้ำนม เม็ดเกลือกลมมน ละเอียด ไม่บาดผิว ช่วยผลัดเซลล์ผิวให้กระจ่างใสขึ้น เนียนนุ่ม แถมยังช่วยลดการบวมน้ำ กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด อีกทั้งสูตรน้ำนมยังช่วยคงความชุ่มชื้นให้ผิวด้วย

Yoko Yogurt Spa Milk Salt

ยี่ห้อเกลือขัดผิวที่เราได้ยินกันมานานมาก มีมากมายหลายสูตร เม็ดเกลือเล็กละเอียด ไม่บาดผิวให้เจ็บ ตัวนี้เป็นสูตรน้ำนมผสมโยเกิร์ต ทั้งยังอุดมด้วยวิตามินมากมาย เน้นเรื่องการผลัดเซลล์ผิว ให้ผิวกระจ่างใส รู้สึกได้ว่าผิวสว่างขึ้น

Naturista Tea Tree Body Scrub

แบรนด์นี้เรียกว่าโด่งดังในหมู่ผู้ที่มีปัญหาสิว ใครที่เป็นสิวที่หลัง หน้าอก หรือมีสิวบนใบหน้า แล้วอยากจะขัดผิว ตัวนี้ตอบโจทย์ เพราะเป็นเกลือสปาเนื้อสัมผัสไม่หยาบ ไม่บาดผิว โดดเด่นด้วยสารสกัดจากต้นทีทรีที่มีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อสิว ป้องกันการเกิดสิวใหม่ และยังช่วยลดการอักเสบของผิวได้เป็นอย่างดี แถมยังมีกลิ่นหอมผ่อนคลายจากน้ำมันทีทรี ทำให้รู้สึกฟินระหว่างสครับผิวด้วย

ภูมิพฤกษา เกลือสปาขัดผิว สูตรขมิ้น

ได้ยินมาตั้งแต่โบร่ำโบราณว่าใช้ขมิ้นขัดผิวแล้วผิวจะเนียนสวย เกลือขัดผิวยี่ห้อนี้เลยจัดให้ ด้วยเกลือเนื้อละเอียดเหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย พร้อมด้วยวิตามินอี วิตามีนซี และ AHA จากธรรมชาติ ทำให้ผิวกระจ่างใส เนียนนุ่ม เหมาะกับผิวหยาบกร้านหมองคล้ำ นอกจากนี้ยังทำให้รู้สึกสดชื่นด้วยส่วนผสมของเมนทอลและการบูร

ภูตะวัน สครับเกลือขัดผิว สูตรน้ำมันมะพร้าว

หากต้องการผลัดเซลล์ผิวให้ได้ผิวที่เรียบเนียนแต่ยังชุ่มชื้น ต้องลองเกลือขัดผิวสูตรน้ำมันมะพร้าวที่ผสมความหอมจากน้ำมันผิวมะนาวได้อย่างลงตัว ช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดี เม็ดสครับละเอียดด้วยผลึกเม็ดเกลือทะเลและน้ำตาล ช่วยผลัดผิวที่แตกแห้งให้หลุดออก คืนความเรียบเนียนกระจ่างใส นุ่มน่าสัมผัส

เรือนไม้หอม เกลือสปาลาเวนเดอร์

เกลือสปาขัดผิวที่เน้นเรื่องความผ่อนคลายด้วยกลิ่นหอมจากลาเวนเดอร์ เม็ดเกลือผลึกกลม ไม่บาดผิว มีส่วนผสมจากข้าวหอมนิล ช่วยให้ผิวกระชับเต่งตึง อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินบี ทำให้ผิวอ่อนเยาว์ ดูสุขภาพดี กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ช่วยให้รู้สึกสดชื่นและลดความตึงเครียด

อาบอิ่ม Shower Salt Scrub

เกลือขัดผิวเนื้อครีม ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกอย่างอ่อนโยนโดยไม่บาดผิว และด้วยส่วนผสมจากน้ำมันรำข้าวและสารสกัดจากธรรมชาติหลายชนิด จึงช่วยฟื้นบำรุงผิวอย่างล้ำลึก ทำให้ผิวแลดูสุขภาพดี นุ่มชุ่มชื้น น่าสัมผัส พร้อมเผยผิวใหม่ที่ขาวสะอาดใส เรียบเนียน มีหลายสูตรให้เลือก

Giffarine Body Salt Scrub

เกลือขัดผิวที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติเพียบ ไม่ว่าจะเป็นเชียบัตเตอร์ งา ขมิ้น ดอกทานตะวัน เมล็ดองุ่น ถั่วเหลือง และ Sweet Almond Oil ที่ช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น พร้อมขจัดเซลล์ผิวที่แห้งกร้านและหมองคล้ำอย่างอ่อนโยน แถมยังหอมผ่อนคลายเหมือนได้เข้าสปาด้วยกลิ่นหอมจากลาเวนเดอร์ ส้ม มะกรูด และกระดังงา

แหล่งที่มา : women.kapook.com

กฎเหล็กการดูแลผิวที่ผู้ชายควรจำ

กฎเหล็กการดูแลผิวที่ผู้ชายควรจำ

เรื่องการดูแลผิวยุคนี้ของผู้ชายถือเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กับเรื่องการดูแลรูปร่างเลย ถ้าคุณเป็นคอสนีกเกอร์ที่ยอมจ่ายเพื่อสนีกเกอร์รุ่นใหม่ล่าสุดเราอยากให้คุณหันมาแบ่งความสำคัญให้กับผิวพรรณบ้าง อย่าเพิ่งเบะปากใส่ อย่าลืมนะว่าผิวพรรณของเราจะอยู่กับเราไปตลอดชีวิต ดังนั้นใส่ใจกับผิวพรรณของตัวเองบ้าง ซึ่งสิ่งที่เราอยากจะพูดในวันนี้คือขั้นตอนพื้นฐานในการดูแลผิว กฎเหล็กที่ผู้ชายหลายคนอาจไม่ได้ใส่ใจและให้ความสำคัญมากนัก โดยจะมีอะไรบ้างนั้นเราไปดูกันดีกว่า

ผิวของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ต้องเลือกสกินแคร์โดยเฉพาะ

การเลือกผลิตภัณฑ์เบื้องต้นสำหรับบำรุงผิวควรดูว่าผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทเหมาะกับผิวแบบไหน แต่ถ้าให้แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์ประเภท Dehydrate หรือการเติมน้ำให้ผิว เพราะผิวของผู้ชายส่วนใหญ่จะกร้านกว่าผู้หญิงนั่นหมายความว่าพื้นสภาพผิวเราจะค่อนข้างแห้งแม้จะผิวมันหรือผิวผสมก็ตาม ลองหาผลิตภัณฑ์ประเภท Gycerin หรือ Hyaluronic เพื่อช่วยอุ้มน้ำในชั้นพื้นผิว ส่วนผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวเราแนะนำให้ใช้สูตรอ่อนโยนจะดีที่สุด ยกเว้นเฉพาะคุณเป็นสายแต่งหน้าทารองพื้นอันนั้นจะต้องใช้สูตรที่ทำความสะอาดล้ำลึก

ค่อย ๆ ทาทีละโปรดักต์

มอยเจอร์ไรเซอร์ โทนเนอร์ เอสเซ้นส์ เซรั่ม มันใช้ยังไงหว่า ไม่ต้องตกใจและหวาดกลัวกับคำเหล่านี้ เราจะช่วยคุณผ่านจุดนี้ไปเอง อย่างแรกเลยบอกก่อนว่าผลิตภัณฑ์ที่จำเป็นจริงๆ ต่อการดูแลผิวมีแค่ 3 ตัวหลัก ๆ เท่านั้น นั่นก็คือคลีนเซอร์(ล้างหน้า) มอยเจอร์ไรเซอร์(บำรุง) และครีมกันแดด ส่วนที่เหลือคือตัวช่วยพิเศษสำหรับคนที่ต้องการดูแลเฉพาะจุดเพิ่ม

ขัดผิวได้ แต่อย่าขัดบ่อยจนเกินไป

การใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทขัดผิวไม่ว่าจะเป็นสครับหรือกรดเอซิดเพื่อทำความสะอาดหรือผลัดเซลล์ผิวนั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีก็คือจะช่วยในเรื่องความกระจ่างใส ความเรียบเนียนและเรื่องความสะอาด เราสามารถขัดผิว 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์เป็นอย่างมากและไม่ควรขัดผิวทุกวัน การขัดเพื่อผลัดเซลล์ผิวทุกวันจะส่งผลเสียต่อผิวในแง่ของการทำลายสกินบาร์เรียหรือเกราะป้องกันผิวนั่นเอง อาจก่อให้เกิดความระคายเคืองง่ายขึ้นต่อผิวซึ่งเป็นอีกหนึ่งสาเหตุก่อให้เกิดสิวได้

จำให้ขึ้นใจ ‘ใช้กันแดดทุกวัน!’

ทุกสำนักพูดเป็นเสียงเดียว ‘ใช้กันแดดทุกวัน’ จริง ๆ เราไม่ต้องพูดข้อนี้ก็ได้นะแต่ขอย้ำอีกทีว่ามันสำคัญจริง ๆ รังสี UV ที่อยู่ในแสงแดดคือตัวการของทุกสิ่งที่ทำให้ผิวเราไม่ใช่แค่หมองคล้ำแต่รวมถึงริ้วรอยด้วย เพราะเจ้าตัวรังสีจะเข้าไปทำลายเซลล์ในชั้นใต้ผิวที่ช่วยเรื่องการผลิตเซลล์ใหม่ ดังนั้นวิธีแก้มีทางเดียวใช้กันแดดนั่นเอง

Retinols เขาชอบฉายเดียว

Retinols ไม่ใช่สารบำรุงที่ใช้มั่ว ๆ ได้นะ อย่างแรกเลยอย่าใช้ Retinols รวมกับวิตามิน C หรือสารประเภท Benzoyl Peroxide (สารบำรุงเรื่องสิว) เพราะ Retinols ส่วนใหญ่ไม่เสถียรเมื่อเจอกรดอาจจะไปฆ่าสารบำรุงได้ ดังนั้นถ้าคุณอยากใช้ Retinols ทุกวันอาจจะต้องแยกใช้เช่น ใช้ Retinols ตอนกลางคืนและตัวอื่นตอนเช้า หรือจะใช้ 2-3 ครั้งต่ออาทิตย์แล้วใช้ตัวอื่นสลับ สำหรับใครที่ใช้ Retinols ตอนเช้าต้องทาครีมกันแดดทุกครั้งเพราะสารตัวนี้จะทำให้ผิวเราไวต่อแสงเป็นพิเศษ

บำรุงกลางวันและบำรุงกลางคืน ควรใช้แยกกัน

ไม่สิ้นเปลืองหรอกเชื่อเราสิ สารบำรุงแต่ละตัวทำงานไม่เหมือนกันแน่นอนว่าหลายตัวเกี่ยวข้องกับช่วงเวลาด้วย เช่นวิตามิน C เป็นสารบำรุงที่เหมาะสำหรับใช้ตอนเช้า เพราะนอกจากจะช่วยเรื่องความกระจ่างแล้วยังช่วยเรื่องการต้านอนุมูลอิสระและสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติช่วยผิวเราสู้แดดอีกด้วย

หรืออย่าง Retinols ที่เราพูดไปก่อนหน้าควรใช้ช่วงกลางคืนเพราะสารตัวนี้จะทำให้ผิวเราไวต่อแสงมากเป็นพิเศษ เช่นเดียวกับสารบำรุงประเภท AHAs (Alpha Hydroxyl Acids) อย่าง Glycolic Acids หรือ Lactic Acids สารประเภทนี้จะทำให้ผิวเราบอบบางต่อแสงด้วยเช่นกันควรใช้ตอนกลางคืนจะดีที่สุด

แหล่งที่มา : www.sanook.com

7 ผักที่อัดแน่นด้วยกลูตาและคอลลาเจน

7 ผักที่อัดแน่นด้วยกลูตาและคอลลาเจน

กลูตาและคอลลาเจนมีส่วนช่วยบำรุงและปรนนิบัติผิวของคนเราให้มีความอ่อนเยาว์และเปล่งปลั่งได้อย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งสารอาหารทั้งสองชนิดนี้ไม่จำเป็นที่จะต้องรับจากการกินอาหารเสริมเท่านั้น เพราะในผักบางชนิดก็มีกลูตาและคอลลาเจนอยู่เช่นกัน วันนี้เราเลยรวบรวม 7 ผักที่อัดแน่นไปด้วยกลูตาและคอลลาเจน ถ้าอยากรู้ว่ามีอะไรบ้าง เราไปดูกันเลย

บรอกโคลี

บรอกโคลี เป็นผักที่มีสารต้านอนุมูลอิสระและกรดอัลฟาไลโปอิค ซึ่งเป็นสารที่ช่วยเสริมสร้างกลูตาไธโอนภายในร่างกาย และยังมีสารลูทีนที่ช่วยสร้างคอลลาเจนเพื่อให้ผิวของคนเรามีความยืดหยุ่นมากขึ้น ถือเป็นผักที่ให้ทั้งความกระชับ เต่งตึง และไม่แก่ก่อนวัยเลยทีเดียว

หน่อไม้ฝรั่ง

หน่อไม้ฝรั่งมีสารกลูตาไธโอนต่อหน่วยบริโภคสูงมาก อีกทั้งยังมีลูทีนซึ่งช่วยในการผลิตคอลลาเจนให้ผิวอีกด้วย สำหรับสาว ๆ คนไหนอยากคงความหน้าเด็กเอาไว้นาน ๆ แนะนำให้กินหน่อไม้ฝรั่งบ่อย ๆ กัน

ผักโขม

ผักโขมมีลูทีน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนใต้ชั้นผิวของคนเราได้ดี แถมยังมีกลูตาไธโอนสูง อีกทั้งยังมีกรดอัลฟาไลโปอิคซึ่งเป็นตัวช่วยในการผลิตกลูตาไธโอนอีกด้วย บอกเลยว่าผักโขมช่วยทั้งในเรื่องของผิวกระชับ เต่งตึง และขาวใสอย่างเป็นธรรมชาติอีกด้วย

บีทรูท

บีทรูทมีสารไลโคปีนที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน มีส่วนทำให้ผิวมีความละเอียด กระชับ เรียบเนียน และชะลอการเกิดริ้วรอย นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันรังสียูวีจากแดดได้เป็นอย่างดี

ถั่วลันเตา

ถั่วลันเตามีกรดอัลฟาไลโปอิค ซึ่งเป็นกรดที่ช่วยผลิตกลูตาไธโอน และยังมีสารไฮยาลูโรนิคซึ่งช่วยชะลอวัยและป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัย สาว ๆ ที่ชอบเป็นกังวลเรื่องริ้วรอย แนะนำว่าให้กินถั่วลันเตาบ่อย ๆ เพื่อเพิ่มไฮยาลูรอนกัน

ถั่วเหลือง

ถั่วเหลืองมีกรดอะมิโนอยู่ 3 ชนิด คือ ไกลซีน ซิสเตอีน และกลูตามิก ซึ่งกรดเหล่านี้มีส่วนช่วยให้ร่างกายผลิตกลูตาได้มากขึ้น อีกทั้งยังมีไอโซฟลาโวนที่ช่วยเร่งการผลิตคอลลาเจนในผิว ทำให้ผิวของสาว ๆ สวยเด้งมากขึ้น

เห็ดชนิดต่าง ๆ

เห็ดทุกชนิดอุดมไปด้วยโปรตีน ซึ่งเป็นสารอาหารที่ให้พลังงานที่ช่วยเร่งกระบวนการสร้างคอลลาเจนให้ผิวเด้ง ตึงสวย และช่วยป้องกันผิวหย่อนคล้อยได้ดี ที่สำคัญยังมีซีลีเนียมที่จำเป็นต่อการสร้างกลูตาไธโอนให้ผิวอีกด้วย

แหล่งที่มา : www.sanook.com

ดูแลผิวขาดน้ำ ด้วยอาหารเพิ่มความชุ่มชื้น

ดูแลผิวขาดน้ำ ด้วยอาหารเพิ่มความชุ่มชื้น

ในช่วงที่อากาศหนาว ๆ เย็น ๆ ต้องบอกเลยว่าเป็นช่วงที่ผิวพรรณของเรานั้นจะเผชิญกับความแห้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ก็จะมีบางคนที่ไม่ว่าจะอากาศแบบไหนก็ตาม ก็มักจะมีปัญหาผิวแห้งหรือผิวขาดความชุ่มชื้นอยู่เสมอ จนบางทีแทบจะไม่รู้ว่าจะต้องแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยวิธีไหนกันดี วันนี้เราเลยมีวิธีเด็ด ๆ มาฝากกัน รู้หรือไม่ว่าอาหารบ้างอย่างที่เรากินเข้าไปนั้นสามารถช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวของเราได้ ถ้าอยากรู้ว่ามีอาหารอะไรบ้างนั้น เราไปดูกันเลย

ผักสีเขียว และสีเหลือง

ผักสีเขียวและสีเหลือง เป็นผักที่อุดมไปด้วยสารเบต้าแคโรทีน ซึ่งเป็นสารที่จะถูกเปลี่ยนไปเป็นวิตามินเอภายในร่างกาย โดยวิตามินเอนั้นจะมีส่วนช่วยในเรื่องของการเสริมสร้างสุขภาพผิวหนังให้แข็งแรง โดยวิตามินเอจะไปเสริมการสร้างแฟกเตอร์ให้ความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นสารประกอบที่อยู่บนผิวหนังชั้นนอก โดยสารตัวนี้จะทำหน้าที่ให้เซลล์ผิวหนังกักเก็บความชุ่มชื้นเอาไว้ภายใน และช่วยป้องกันการระเหยของน้ำออกจากผิวหนังได้เป็นอย่างดี

ตับไก่และตับหมู

ในส่วนของตับไก่และตับหมู จัดเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินเอและวิตามินบี 2 ซึ่งสารอาหารทั้งสองชนิดนี้มีบทบาทสำคัญที่ช่วยส่งเสริมการผลัดเซลล์ผิว พร้อมทั้งช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน จึงทำให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่นและแข็งแรง อีกทั้งยังช่วยลดอาการอักเสบของผิงหนังได้ดีอีกด้วย ที่สำคัญตับไก่และตับหมูยังมีส่วนช่วยให้ร่างกายดูดซึมกรดอะมิโนที่จำเป็นสำหรับการสร้าเซลล์ผิวหนังได้ดีอีกด้วย

ถั่วชนิดต่าง ๆ

ถั่วชนิดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นถั่วลิสง อัลมอนด์ วอลนัท หรือเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ ล้วนเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินอี ซึ่งสารอาหารชนิดนี้มีส่วนช่วยทำให้ร่างกายเกิดการไหลเวียนดี และยังช่วยในเรื่องของกระบวนการสร้างและซ่อมแซมของเซลล์ผิวหนัง อีกทั้งยังช่วยต้านสารอนุมูลอิสระที่คอยทำลายผิวหนังได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ส้มแมนดาริน

ส้มแมนดาริน 1 ผล ให้ปริมาณเบต้าคริปโตแซนทินสูงกว่าส้มทั่วไปถึง 19 เท่า ซึ่งเบต้าคริปโตแซนทินเป็นสารที่อยู่ในกลุ่มแคโรทีนอยด์ที่จะถูกเปลี่ยนไปเป็นวิตามินเอในร่างกาย เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของผิวพรรณ อีกทั้งยังช่วยต้านอนุมูลอิสระเพื่อให้ผิวสุขภาพดีและไม่แห้งง่ายอีกด้วย

เนื้อปลาสีน้ำเงิน

ปลาเนื้อสีน้ำเงิน ได้แก่ ปลาทู ปลาแมคเคอเรล ปลาซาบะ และปลาซาร์ดีน เป็นต้น ซึ่งปลากลุ่มนี้อุดมไปด้วยโปรตีนที่ร่างกายนำไปใช้เพื่อสร้างเซลล์ผิว อีกทั้งยังมีกรดไขมันโอเมก้า3 ที่เป็นส่วนประกอบของเยื่อหุ้มเซลล์ ดังนั้นหากหมั่นกินปลาเหล่านี้บ่อย ๆ จะช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนังได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

นัตโตะ

นัดโตะเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินบีและไอโซฟลาโวนอยด์ ซึ่งสารอาหารเหล่านี้มีส่วนช่วยคงความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนังได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะไอโซฟลาโวนอยด์นั้นถือเป็นสารที่มีโครงสร้างคล้ายกับฮอร์โมนเพศหญิง มีความสามารถช่วยเสริมการผลิตคอลลาเจนเพื่อให้ผิวพรรณมีความแข็งแรงนั่นเอง

แหล่งที่มา : www.sanook.com

9 วิธีลดน้ำหนักช่วงหนาว หนาวแค่ไหนก็ผอมได้

9 วิธีลดน้ำหนักช่วงหนาว หนาวแค่ไหนก็ผอมได้

พอฤดูหนาวแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนทีไร ก็ดูเหมือนว่าอากาศเย็น ๆ จะนำเอาความมุ่งมั่นในการลดน้ำหนักไปด้วยซะทุกที เพราะเอาแต่คิดกันว่าพอหน้าหนาวแล้วก็ต้องหาอะไรกินเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย ทำเอาหลาย ๆ คนที่อุตส่าห์มุ่งมั่นไดเอต ออกกำลังกายจนน้ำหนักลดมาตลอดปีกลับมาอ้วนภายในเวลาไม่กี่เดือน อย่าเพิ่งท้อใจกัน อากาศเย็น ๆ หนาว ๆ อย่างนี้ก็สามารถลดน้ำหนักได้เช่นกัน ฉะนั้นอย่าให้อากาศหนาวมาพรากหุ่นดี ๆ ของเราไป โดยวันนี้เรามีวิธีลดน้ำหนักช่วงหนาวมาฝากกัน รับรองได้เลยว่าหนาวแค่ไหนก็ผอมได้ ถ้าอยากรู้ล่ะกัน ตามไปดูกันเลย

กินเพื่อความอบอุ่น ไม่จำเป็นต้องกินอาหารอุ่น ๆ เสมอไป

คนเรามักจะมีความเชื่อว่าในช่วงที่อากาศเย็น ๆ การกินอาหารอุ่น ๆ จะช่วยให้ร่างกายอบอุ่นมากขึ้น ไม่เสมอไปนะ เพราะจริง ๆ แล้วการที่จะทำให้ร่างกายของเราอบอุ่นขึ้น แค่เพียงรับประทานอาหารที่เพิ่มการเผาผลาญให้ร่างกายก็เพียงพอแล้ว ซึ่งอาหารเหล่านี้ ได้แก่ หัวพืชผัก ผักใบเขียว และเนื้อสัตว์ หรือแม้แต่ผลิตภัณฑ์จากนม นอกจากนี้ยังควรหาเครื่องเทศที่มีรสชาติเผ็ดร้อนเติมในอาหารจานโปรดของคุณด้วย เท่านี้ก็จะช่วยให้ร่างกายเผาผลาญได้มากขึ้น ผอมได้สมใจแน่นอน

จิบน้ำบ่อย ๆ

ช่วงอากาศเย็น ๆ หลายคนมักจะไม่ค่อยอยากดื่มน้ำมาก ๆ เพราะกลัวว่าจะเข้าห้องน้ำบ่อย แต่รู้หรือไม่ว่า การที่เราจิบน้ำบ่อย ๆ ช่วยลดความอยากอาหารได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยให้ร่างกายไม่เกิดภาวะขาดน้ำอีกด้วย ถ้าคิดจะลดน้ำหนักในช่วงหน้าหนาว หันมาจิบน้ำอุ่นหรือชาบ่อย ๆ ก็ช่วยได้เยอะเลยนะ

เลือกกินไขมันให้ฉลาด

แม้ไขมันจะช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย แต่ถ้าเลือกไขมันไม่ถูกชนิด ก็จะทำให้เราอ้วนได้ ซึ่งไขมันชนิดที่ควรรับประทานก็คือ ไขมันไม่อิ่มตัว โดยส่วนใหญ่จะอยู่ในมะกอก น้ำมันมะกอก อัลมอนด์ อะโวคาโด ปลาแซลมอน วอลนัท เมล็ดแฟลกซ์ และน้ำมันมะพร้าว

ไขมันชนิดนี้เป็นไขมันที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยเพิ่มอุณหภูมิให้ร่างกาย กระตุ้นการเผาผลาญให้สูงขึ้น อีกทั้งยังทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมวิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี ไปใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และเมื่อร่างกายของเราได้รับแร่ธาตุและวิตามินที่เพียงพอ ความอยากอาหารก็จะลดลงนั่นเอง

กินโปรตีนให้มากขึ้น

การกินโปรตีนให้มากขึ้นอีก 15% ของปริมาณที่ร่างกายควรได้รับต่อวันจะช่วยให้ร่างกายลดการบริโภคแคลอรีลงได้ถึง 440 กิโลแคลอรีต่อวัน ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนไม่น้อย และในปริมาณแคลอรีที่ลดลงขนาดนี้จะช่วยให้น้ำหนักลดลงได้เกือบ 1 กิโลกรัม ภายใน 1 สัปดาห์ เพราะปริมาณโปรตีนที่เพิ่มขึ้นจะไปทำให้สมองเข้าใจว่าร่างกายของเรารับประทานอาหารอย่างเพียงพอแล้ว เลยทำให้เรารู้สึกอิ่มได้นานขึ้น

แต่ทั้งนี้ก็ควรจะเป็นโปรตีนไขมันน้อยจะดีที่สุด อย่างเช่น เนื้ออกไก่ไม่ติดหนัง เนื้อหมูหรือเนื้อวัวที่ไม่ติดมัน แต่ถ้าไม่อยากกินเนื้อสัตว์จะหันมารับประทานโปรตีนจากพืช อาทิ เต้าหู้ หรือถั่วชนิดต่าง ๆ ก็ได้เช่นกัน

ห้ามอดอาหาร

เช่นเดียวกับฤดูอื่น ๆ การอดอาหารไม่ใช่เรื่องดีเลย เพราะนอกจากจะทำให้เราไม่มีเรี่ยวแรงแล้ว ยังอาจจะทำให้เราขาดสติเมื่อเห็นอาหารตอนที่หิวจัด ๆ ได้อีกด้วย ทางที่ดีควรรับประทานอาหารให้อิ่มพอดีทุกมื้อ ไม่อด หรือลดปริมาณอาหารโดยเด็ดขาด ถ้ากลัวอ้วนก็แค่เปลี่ยนมารับประทานผักให้มากขึ้น ช่วยให้อิ่มท้องแถมอิ่มนานด้วยล่ะ

ออกกำลังกายในบ้าน

อย่าให้ข้ออ้างที่ว่าอากาศนอกบ้านเย็นเกินไปมาเป็นอุปสรรคในการออกกำลังกายโดยเด็ดขาด ไม่ว่าจะหนาวแค่ไหน ก็ควรจะลุกมาออกกำลังกาย แต่เพียงแค่เปลี่ยนสถานที่มาออกกำลังกายในบ้าน และเปลี่ยนวิธีออกกำลังกายที่ทำเป็นประจำนอกบ้าน มาออกกำลังกายแบบง่าย ๆ เช่น ซิตอัพ วิดพื้น กระโดดเชือก หรือจะฝึกโยคะก็ดีไม่น้อย แถมยิ่งถ้าออกกำลังกายในช่วงหน้าหนาว ร่างกายจะยิ่งเผาผลาญดีขึ้น

กินหวานได้ แต่ต้องเลือก

ลดน้ำหนักก็อยากลด แต่ก็อยากกินของหวาน ไหนจะเป็นช่วงหน้าหนาวอีก แล้วแบบนี้จะทำอย่างไรดี ไม่ต้องคิดมาก ถ้าอยากกินของหวาน ๆ แบบไม่ต้องกลัวอ้วนในช่วงฤดูหนาว ก็แค่เลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลซึ่งผ่านการขัดสี หันมารับประทานอาหารที่มีน้ำตาลจากธรรมชาติ เช่น มันเทศ หัวบีต หรือฟักทอง อาหารเหล่านี้มีรสชาติหวานเหมือนกัน แต่กินแล้วไม่มีทางอ้วนแน่นอน

ออกมาเจอแสงแดดบ้าง

ในวันที่อากาศหนาวมาก ๆ หลายคนแทบจะไม่อยากออกไปไหน แต่ถ้าหากวันนั้นมีแดดละก็ รีบหาเสื้อหนา ๆ สวมแล้วออกมานอกบ้านกันเลย เพราะแสงแดดตอนเช้าจะช่วยให้ร่างกายของเราหลั่งสารเซโรโทนินมากขึ้น ซึ่งนอกจากจะช่วยลดภาวะซึมเศร้าในช่วงหน้าหนาวแล้วก็ยังช่วยกระตุ้นให้สมองของเรารู้สึกถึงความอิ่ม ลดความอยากอาหาร และป้องกันการกินมากเกินไปได้ด้วย

นอนหลับให้เพียงพอ

ในช่วงฤดูหนาวที่ช่วงเวลากลางวันจะสั้นกว่ากลางคืน ทำให้บางครั้งเราอาจจะรู้สึกนอนไม่พอ เนื่องจากแสงสว่างที่มีผลโดยตรงต่อนาฬิกาชีวิตของเรานั้นลดน้อยลง ทำให้เรานอนหลับไม่สนิท และเมื่อเราพักผ่อนไม่เพียงพอ ฮอร์โมนความเครียดก็จะมากขึ้นและเพิ่มความอยากอาหาร โดยเฉพาะของหวานและอาหารไขมันสูง สุดท้ายก็จะลงเอยด้วยความอ้วน วิธีแก้ไขก็ไม่ยากอย่างที่คิด ในช่วงฤดูหนาวแบบนี้คุณก็แค่เข้านอนให้ไวขึ้น เลี่ยงการรับประทานอาหารหรือการเล่นสมาร์ตโฟนก่อนนอน ก็จะช่วยทำให้นอนหลับได้อย่างเพียงพอแน่นอน

แหล่งที่มา : health.kapook.com

ลดความมัน ผิวสดชื่น ด้วย 10 สเปรย์น้ำแร่

ลดความมัน ผิวสดชื่น ด้วย 10 สเปรย์น้ำแร่

อากาศเมืองไทยนั้นทั้งร้อนและฝุ่นควันเยอะ ถือเป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้สาว ๆ ต้องเผชิญใบหน้าที่เยิ้มมัน หมองคล้ำ และไม่สดใส ทำให้ต้องรีบมองหาตัวช่วยดูแลผิวหน้าและคืนความสดชื่นอย่าง “สเปรย์น้ำแร่” มาพกติดกระเป๋ากันซะยกใหญ่ ซึ่งสเปรย์น้ำแร่นั้นมียี่ห้ออะไรน่าใช้บ้าง วันนี้เรามีมาฝากถึง 10 ยี่ห้อเลยล่ะ

Evian Facial Spray

สเปรย์น้ำแร่ฉีดหน้าตัวเด็ดที่หลาคนนิยมใช้ เพราะหาซื้อได้ง่าย ราคาไม่สูง แถมยังใช่ได้กับทุกผิว เด็กก็สามารถใช้ได้ไม่ระคายเคือง เพราะส่วนผสมนั้นเป็นน้ำแร่สะอาดเพียว ๆ จากเทือกเขาแอลป์ ประเทศฝรั่งเศสนั่นเอง นอกจากมีส่วนประกอบแร่ธาตุที่สำคัญตามธรรมชาติแล้ว ยังมีค่าความเป็นกลาง สามารถปลุกผิวให้ตื่นด้วยละอองน้ำเล็ก ๆ ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ดี จึงใช้ได้ทุกที่ ทุกเวลา

Eucerin Hyaluron Mist Spray

ขวดนี้ไม่ใช่แค่สเปรย์น้ำแร่ธรรมดา ๆ นะ เพราะเป็นสเปรย์ไฮยาลูรอนเข้มข้นที่อุ้มน้ำได้มากกว่าปกติและยาวนานขึ้น ใครที่มีผิวแห้งหรืออยู่ในห้องแอร์บ่อย ๆ ขอให้ลองเลย ฉีดแล้วจะช่วยกักเก็บน้ำให้ผิวนุ่มชุ่มชื่น เรียบเนียน ดูเปล่งปลั่ง ละอองน้ำละเอียด ซึมซาบเร็ว ฉีดระหว่างวันได้สบาย ใช้เป็นประจำยังช่วยเติมเต็มริ้วรอยตื้น ๆ ให้ดูจางลงด้วย ที่สำคัญยังปราศจากน้ำหอมและพาราเบน เหมาะกับทุกสภาพผิว แม้ผิวบอบบาง สมชื่อยูเซอรินเขาล่ะ

Cute Press Refreshing Mineral Facial Mist

สเปรย์น้ำแร่สูตรเพื่อผิวสดชื่น มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ เหมาะกับใครที่อยากรู้สึกผ่อนคลาย แล้วยังเป็นน้ำแร่ที่มีส่วนผสมของวิตามิน E วิตามิน B5 และสารสกัดจากแตงกวา ที่นอกจากจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับใบหน้าแล้ว ยังคืนความสมดุลให้ผิวมีชีวิตชีวาและปรับสีผิวให้ดูสดใสสม่ำเสมอขึ้น เวลาฉีดจะซึมเข้าสู่ผิวได้เร็ว ไม่ทำให้เครื่องสำอางบนใบหน้าลบเลือนระหว่างวัน แบบนี้ต้องมีติดกระเป๋าแล้วล่ะ

Vichy Eau Thermale

สเปรย์น้ำแร่แบรนด์ดังจากฝรั่งเศส เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่ายค่ะ เพราะไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม สารกันเสีย และสารเติมแต่ง แถมยังมีแร่ธาตุมากถึง 12 ชนิด ดังนั้นใช้แล้วนอกจากจะสดชื่น ยังช่วยเสริมเกราะให้ผิวแพ้ง่ายแข็งแรงขึ้นอีกด้วยค่ะ วันไหนที่รู้สึกหน้าเหนียวเหนอะหนะ ถ้าหยิบตัวนี้มาก็ช่วยได้มากจริง ๆ เพราะฝอยละอองออกมาค่อยข้างเยอะ เย็นชุ่มฉ่ำไปทั้งหน้า คลายร้อนได้ดีเลย

Avene Thermal Spring Water

สเปรย์น้ำแร่ที่ถูกใจสาว ๆ สำหรับตัวนี้จะเป็นน้ำแร่ธรรมดา ไม่มีกลิ่น เวลาฉีดจะให้ความรู้สึกเย็นฉ่ำ สบายผิว พร้อมช่วยปลอบประโลมและปกป้องผิวจากมลภาวะต่าง ๆ อย่างอ่อนโยน จึงเหมาะกับทุกสภาพผิว แถมยังพกพาง่ายและหาซื้อได้ง่ายอีกด้วย

La Roche-Posay Thermal Spring Water

เวลาเจออากาศร้อน ๆ ใครคนไหนที่ชอบมีผดผื่นขึ้นตามบริเวณใบหน้า แนะนำตัวนี้เลยค่ะ เพราะเขามีแร่ธาตุสำคัญที่ช่วยปลอบประโลมผิว ลดการระคายเคือง ใช้แล้วผื่นคันต่าง ๆ จะยุบลงได้ นอกจากนั้นยังช่วยบำรุงผิวหน้าให้แข็งแรงขึ้นได้อีกด้วย ในส่วนขอการให้ความสดชื่นก็จัดเต็มมาก ละอองน้ำที่ออกมาเล็กละเอียดดี เพิ่มความรู้สึกสดชื่นได้ทั้งวัน

Oriental Princess Beauty Essence Complex Nourishing Mineral Water Spray

สเปรย์น้ำแร่ธรรมชาติตัวนี้เวลาฉีดจะรู้สึกสดชื่นมาก แถมยังไม่เพิ่มความมันบนใบหน้า และเมื่อเวลาออกแดดนาน ๆ ฉีดตัวนี้ลงไปจะช่วยลดความแสบร้อนของผิวหน้าหลังจากโดนแดดได้ดีเลยทีเดียว ไม่ต้องกลัวว่าฉีดทับเมคอัพแล้วจะไหลเยิ้ม เพราะละอองน้ำของเขาอนุภาคบางเบามาก ๆ จึงไม่รบกวนเครื่องสำอางบนผิวเลย รับรองว่าหน้าดูเด้ง มีน้ำมีนวล จนใครก็ต้องทัก

Jurlique Rosewater Balancing Mist

สเปรย์น้ำแร่ที่มาในดีไซน์ขวดแก้วสวยหรู ใช้แล้วดูเป็นคุณหนูมาก แถมไม่ใช่สวยแต่รูปนะ ยังเต็มไปด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ ทั้งดอกกุหลาบสายพันธุ์เฉพาะ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของชั้นผิว ทำให้ผิวกักเก็บความชุ่มชื้นได้ยาวนานขึ้น รากมาร์ชเมลโลว์ ลดอาการผิวอักเสบจากการโดนแสงแดดและมลภาวะ และใบอโลเวร่า ช่วยปลอบประโลมและปรับสมดุลผิว ตัวนี้นอกจากจะได้ความสดชื่นแล้ว ยังมีกลิ่นหอมอีกด้วย สาว ๆ คนไหนที่ชื่นชอบกลิ่นกุหลาบ ห้ามพลาดตัวนี้เลย

Caudalie Beauty Elixir

สเปรย์น้ำแร่ตัวนี้ใคร ๆ ก็พูดถึง แถมคนดังใช้กันเยอะมาก อย่าง Victoria Beckham ก็ใช้ฉีดหน้าเวลาต้องการความชุ่มชื้น เพราะนอกจากจะช่วยให้ผิวพรรณสดชื่นขึ้นแล้ว ยังทำให้เครื่องสำอางติดทนขึ้นด้วย ดังนั้นสามารถใช้ฉีดเพื่อเซตเครื่องสำอางได้เลย และถ้าใช้ไปนาน ๆ จะรู้สึกว่ารูขุมขนกระชับขึ้น และริ้วรอยบนใบหน้าลดลงอีกด้วย

Chanel Hydra Beauty Essence Mist

ปิดท้ายที่สเปรย์น้ำแร่บำรุงผิวหน้าจากแบรนด์ดัง แน่นอนว่าราคาอาจจะค่อนข้างสูงหน่อย แต่ถ้าได้ใช้แล้วสาว ๆ จะต้องติดใจอย่างแน่นอน เพราะน้ำแร่ตัวนี้ช่วยให้ใบหน้าสดชื่นได้เต็มที่มาก ๆ ทั้งยังจะบำรุงผิวหน้าให้เต่งตึงกระชับมากขึ้น และหากใช้ไปนาน ๆ จะช่วยปรับสภาพผิวหน้าให้เนียนนุ่มขึ้นได้อีกด้วย เรียกว่าทั้งปลุกความชุ่มชื่นและฟื้นฟูผิวในขวดเดียว

แหล่งที่มา : women.kapook.com

8 วิธีป้องกันสิวจากหน้ากากอนามัย

8 วิธีป้องกันสิวจากหน้ากากอนามัย

โควิดนั้นอยู่กับเรามานานมาก จนการใส่แมสก์หรือหน้ากากอนามัยแทบจะกลายเป็นความเคยชินของคนเราไปแล้ว ซึ่งการใส่แมสก์ทุกวันนั้น นอกจากจะช่วยป้องกันโรคและมลพิษได้แล้ว ยังมาพร้อมปัญหาบนใบหน้าที่เราอาจไม่อยากเจอนั่นก็คือ “สิว”

เชื่อได้เลยว่าสิวเป็นปัญหาที่กังวลใจเราอยู่ตลอดเวลา ยิ่งใส่แมกส์ยิ่งทำให้สิวเกิดมากขึ้น แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะในวันนี้เรามีวิธีป้องกันสิวจากหน้ากากอนามัยมาฝากกัน อยากรู้แล้วละสิว่ามีวิธีไหนบ้าง ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันดีกว่า

เลือกเนื้อผ้าของหน้ากากอนามัย

การเลือกเนื้อผ้าของหน้ากาอนามัยมีความสำคัญมาก ๆ เลย ถ้าเราใช้แมสก์ที่มีเนื้อผ้าที่แข็งกระด้าง อาจทำให้หน้ากากอนามัยเสียดสีกับผิวมากเกินไป จนทำให้เกิดสิวได้ ดังนั้นเราจะต้องเลือกน้ากากอนามัยที่มีความอ่อนนุ่ม ใส่แล้วไม่ระคายเคือง พอดีกับใบหน้า และที่สำคัญคือต้องใส่หน้ากากอนามัยที่มีมาตรฐาน

เปลี่ยนหน้ากากอนามัยทุกวัน

หลายคนอาจจะคิดว่าออกไปข้างนอกแปปเดียวเอง พรุ่งนี้ใส่หน้ากากอนามัยซ้ำก็ได้ ขอบอกเลยว่าไม่ได้นะ แม้ว่าเราจะใส่ออกไปข้างนอกไม่นาน แต่เต็มไปด้วยเชื้อโรคมากมาย แถมอากาศประเทศไทยก็ร้อนเอามาก ๆ ยิ่งใส่หน้ากากยิ่งอบอ้าว ทำให้เหงื่อออกมาขึ้น ไหนจะละอองน้ำลายที่มาจากการพูดคุยขณะใส่แมสก์ ยิ่งทำให้แมสก์สกปรก นอกจากนี้ยังเสี่ยงสิวขึ้นอีกด้วย ดังนั้นทางที่ดีไม่ควรใส่หน้ากากอนามัยซ้ำจะดีที่สุด

ระหว่างวันถอดหน้ากากอนามัยออกบ้าง

การใส่แมสก์ทั้งวันนอกจากจะอึดอัดและหายใจไม่ออกแล้ว ยังทำให้หมักหมมอีกด้วย ดังนั้นขอแนะนำให้ถอดแมสก์ออกบ้างในช่วงระหว่างวันสัก 10 – 15 นาที ให้ผิวหน้าบริเวณที่โดนหน้ากากอนามัยได้พักและหายใจบ้าง ไม่อย่างนั้นอากาศ เหงื่อ และน้ำลายมันจะอบอยู่ในแมสก์นานเกินไป ทำให้สิวเราขึ้นง่ายกว่าเดิม แต่อย่าถอดในที่เยอะ ๆ และพยายามเลี่ยงสถานที่เสี่ยงติดเชื้ออย่างร้านอาหาร

แต่งหน้าให้น้อยลงหรือบางลง

การแต่งหน้าที่หนาเกินไปทำให้เครื่องสำอางที่ผกติใช้แล้วก็เสี่ยงอุดตันได้ง่าย ยิ่งอุดตันได้ง่ายกว่าเดิม เพราะการใส่หน้ากากอนามัย อย่างที่บอกว่าผิวของเราเวลาใส่แมสก์ก็ไม่ค่อยได้หายใจแล้วเพราะมันอบอ้าวอยู่ด้านใน ยิ่งมาเจอกับเครื่องสำอางอีก ยิ่งทำให้ผิวอึดอัดไปกันใหญ่ ส่งผลให้สิวของเราขึ้นได้ง่ายนั่นเอง

ใช้ Cleansing เช็ดหน้าก่อนอาบน้ำ

การใช้คลีนซิ่งช่วยล้างหน้า 1 รอบก่อนจะใช้โฟมล้างหน้า จะทำให้ผิวหน้าเราสะอาดยิ่งขึ้นนั่นเอง ซึ่งคลีนซิ่งก็มีหลายแบบทั้งแบบน้ำ แบบออยล์ แบบน้ำนม หรือจะเป็นแบบบาล์ม เอาตามที่เราสะดวกเลย แต่ถ้าไม่อยากให้ผิวถูกเสียดสีมากเกินไป แนะนำให้ใช้ตัวที่มีส่วนผสมของออยล์ แบบออยล์ หรือแบบบาล์ม ซึ่งจะช่วยลดการเสียดสีกับผิวหน้าของเรา ทำให้สิวลดน้อยลงนั่นเอง

ล้างหน้าด้วยโฟมที่อ่อนโยน

นอกจากจะใช้คลีนซิ่งล้างหน้าแล้ว เราก็ต้องใช้คลีนเซอร์ (Cleanser) ล้างหน้ากันอีกรอบเพื่อทำให้ผิวของเราสะอาดมากยิ่งขึ้น ซึ่งอยากให้เลือกตัวที่อ่อนโยนกับผิวมากที่สุด พยายามเลือกตัวที่ไม่มีซัลเฟต (Sulfate) เพราะจะทำให้ผิวหน้าของเราถูกดึงความชุ่มชื้นและดึงน้ำมันบนผิวหน้าออกมาจนเกินไป ทำให้ผิวของเราสูญเสียสมดุลนั่นเอง และอีกสิ่งที่สำคัญคือเลือกคลีนเซอร์ให้เหมาะกับสภาพผิวของเราด้วยนะ

ใช้สกินแคร์เติมความชุ่มชื้นให้ผิว

สกินแคร์เป็นอีกสิ่งที่จะทำให้สิวลดลงได้ อาจจะมีสกินแคร์ที่เหมาะกับคนที่เป็นสิว แต่เพื่อให้สิวลดน้อยลง แนะนำให้เติมความชุ่มชื้นให้ผิวด้วยนะ เราจะต้องเน้นสกินแคร์ที่มี Hyaluron เป็นส่วนผสมเพราะจะทำให้ผิวหน้าเราชุ่มชื้นมากยิ่งขึ้น และพยายามเลี่ยงสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ น้ำหอม พาราเบนหรือสารอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดอาการแพ้ได้ง่าย เพราะสารพวกนี้นอกจากจะทำลายผิวแล้วยังอาจจะทำให้เราแพ้จนมีสิวผุดขึ้นบนหน้าเพิ่มขึ้นอีกด้วย

ดื่มน้ำมาก ๆ

การดื่มน้ำเยอะ ๆ เป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพมาก ๆ ยิ่งถ้าเราดื่มน้ำปประมาณ 7 – 8 แก้วต่อวัน ก็จะยิ่งทำให้สุขภาพของเราดีมากขึ้นไปอีก เนื่องจากร่างกายเราประกอบด้วยน้ำเป็นส่วนมาก การดื่มน้ำเยอะ ๆ จะช่วยเรื่องการขับถ่าย ปรับสมดุลในร่างกาย แล้วยังทำให้ผิวชุ่มชื้นมากขึ้น แถมยังทำให้เราไม่หงุดหงิดง่ายอีกด้วย ดังนั้นเมื่อเราขับถ่ายได้ปกติ มีสมดุลในร่างกายและผิวชุ่มชื้นแล้ว ก็จะช่วยทำให้สิวเจ้าปัญหาลดน้อยลงตามไปด้วย

แหล่งที่มา : sistacafe.com

6 กิจวัตรปรนนิบัติผิว สำหรับผู้ชาย

6 กิจวัตรปรนนิบัติผิว สำหรับผู้ชาย

การดูแลปรนนิบัติผิวไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องเฉพาะสำหรับผู้หญิง การดูแลผิวพรรณสำหรับผู้ชายให้มีสุขภาพดี มีความสำคัญไม่แพ้กัน วันนี้เรามีคำแนะนำดี ๆ จาก ลอร่า ชาร์คอน การ์บาโต ผู้อำนวยการฝ่ายฝึกอบรมและการศึกษาผลิตภัณฑ์โภชนาการระดับโลก เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น กับ 6 วิธีการดูแลผิวสำหรับคุณผู้ชายที่ไม่ยุ่งยาก ซับซ้อน และทำได้จริง ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้นเราไปดูกันเลย

เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมในการดูแลขนบนใบหน้า

ประเด็นที่สร้างปัญหาผิวพรรณให้กับผู้ชายเกือบทั้งหมดเกี่ยวข้องกับเส้นขนบนใบหน้า เริ่มตั้งแต่สิ่งที่ใช้โกนหนวดและวิธีการปรนนิบัติผิวหลังโกน แทนที่จะใช้สบู่ก้อน ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีความลื่นและก่อให้เกิดความระคายเคืองน้อยกว่า สบู่ก้อนสร้างความระคายเคืองต่อผิว เนื่องจากบางครั้งมีการผสมน้ำหอมหรือสารขจัดคราบที่อันตรายที่อาจชะล้างเอาน้ำมันเคลือบผิวตามธรรมชาติออกไปหมดทำให้ผิวเสียสมดุล ให้ลองมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารที่ช่วยเติมพลังให้ผิว อาทิ น้ำมันสกัดจากส้ม ผลไม้ตระกูลซีตรัส และเกรฟฟรุ๊ต

หลังโกนหนวดทุกครั้ง ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากแอลกอฮอล์ตาม มีโทนเนอร์ในท้องตลาดหลายตัวที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ และมาในรูปแบบสเปรย์ละอองน้ำที่ง่ายต่อการใช้ ซึ่งช่วยในการฟื้นบำรุงผิวให้อิ่มน้ำโดยไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองหลังโกนหนวด การทาเจลว่านหางจระเข้อาจช่วยบรรเทาความระคายเคือง ป้องกันการเห่อแดงของผิว และช่วยสร้างความชุ่มชื่นแก่ผิวได้

การล้างหน้าและทำความสะอาดตามสภาพผิว

การใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เหมาะสมกับสภาพผิว ให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดทั้งต่อความรู้สึกและผิวสัมผัสภายนอก คำแนะนำด้านล่างนี้เป็นสุดยอดเทคนิคการทำความสะอาดผิวหน้าที่อยากแนะนำให้ทำตามเป็นประจำทุกวัน

โดยทั่วไปแล้ว ให้พยายามหลีกเลี่ยงการใช้สบู่ฟอกธรรมดาที่อาจก่อความระคายเคืองต่อผิวหน้าอันเกิดมาจากการชะล้างเอาไขมันเคลือบผิวตามธรรมชาติออกไปจนผิวเสียความชุ่มชื้น ดังนั้นจึงควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีความอ่อนโยน อย่างผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการทดสอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง และผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากสารซัลเฟต

  • สำหรับคนผิวแห้ง ให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่ช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น อาทิ ว่านหางจระเข้ และคาโมมายล์
  • สำหรับคนผิวมัน ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่ทำให้ผิวรู้สึกสดชื่นหลังล้างหน้า อย่าง ส้มสดฉ่ำและเกรฟฟรุ๊ต
  • ทำความสะอาดผิวหน้าให้เป็นกิจวัตรประจำวันในตอนเช้าและตอนกลางคืนก่อนนอน เฉกเช่นเดียวกับการแปรงฟัน
  • อย่าลืมล้างหน้าและทำความสะอาดใบหน้าหลังออกกำลังกายทุกครั้งเพื่อป้องกันสิว

ดังนั้น คุณผู้ชายต้องให้ความสำคัญกับการล้างทำความสะอาดผิวหน้าเป็นประจำ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เหมาะกับผิวหน้าและโทนเนอร์ที่ปราศจากแอลกอฮอล์จะช่วยทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งและดูสุขภาพดี

การเติมน้ำให้ผิวและเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวเป็นประจำ

ดอกไม้เป็นของขวัญที่ดีเยี่ยม แต่ไม่มีผู้ชายคนไหนชอบให้ตัวเองมีกลิ่นแบบดอกไม้ มอยเจอร์ไรเซอร์ที่กลิ่นออกหวาน ทำให้ผู้ชายหลายคนหลบเลี่ยงไม่ใช้เติมความชุ่มชื้นแก่ผิว ลองมองหามอยเจอร์ไรเซอร์ที่มีสารให้ความชุ่มชื้น ทำให้ผิวดูเปล่งปลั่ง และมีคุณประโยชน์เพิ่มเติม เช่น การช่วยปกป้องแสงแดด และต่อต้านอนุมูลอิสระ ส่วนผสมเหล่านี้ช่วยให้ผิวพรรณเนียนนุ่ม ชุ่มชื่น นั่นหมายถึงว่าริ้วรอยและรอยเหี่ยวย่นย่อมดูจางลงไปด้วย

แต่ถ้าอยากเติมน้ำให้ผิวดูอิ่มฟูเป็นพิเศษในขั้นตอนการดูแลผิวประจำวัน ให้เลือกมองหาครีมกันแดดที่มีคุณสมบัติคืนความชุ่มชื่นแก่ผิวในคราวเดียวกัน หรือ ลองทาครีมกันแดดทับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวตอนกลางคืนดู โดยปกติ ครีมทาตอนกลางคืนจะมีความเข้มข้นสูงกว่า มีส่วนผสมของอีมอลเลียนท์ที่เป็นสารช่วยเก็บกักความชุ่มชื้นของผิวมากกว่า ซึ่งเป็นตัวช่วยเติมน้ำให้ผิวได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในเดือนที่มีอากาศเย็น

มาส์กหน้าเป็นประจำทุกสัปดาห์

การมาส์กหน้าเป็นประจำสัปดาห์ละหนึ่งถึงสองครั้ง ช่วยขจัดสิ่งตกค้างและสิ่งอุดตันได้อย่างดี  ควรเลือกครีมพอกหน้าที่มีส่วนผสมของโคลนเบนโทไนท์ ที่ขึ้นชื่อเรื่องคุณสมบัติอันทรงพลังในการขจัดสิ่งสกปรกและดูดซับความมันส่วนเกิน การมาส์กหน้าทุกสัปดาห์ยังช่วยควบคุมการผลิตน้ำมันส่วนเกินบนใบหน้าได้ด้วย คุณอาจจะมาส์กหน้าหลังจากไปวิ่งหรือไปยิมกลับมา หรือในขณะกำลังจ่ายบิลออนไลน์ก็ได้

ทาครีมกันแดดตลอดทั้งปี

ถ้ามีข้อควรปฏิบัติที่ห้ามต่อรองในการดูแลปรนนิบัติผิวเพียงข้อเดียว ข้อนั้นจะต้องเป็นเรื่องการปกป้องผิวจากการเผชิญแสงแดดเป็นประจำทุกวัน ไม่ว่าสภาพอากาศจะเป็นแบบไหน ฝนตกหรือมีเมฆมาก ไม่ได้แปลว่าปลอดภัยจากแสงแดด อย่าขี้เหนียวและใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 15 หรือมากกว่าเป็นประจำทุกวัน  ครีมกันแดดที่ดีไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันการเกิดผิวไหม้แดดแล้ว ยังช่วยป้องกันไม่ให้ผิวคล้ำเสียโดนทำลายจากรังสียูวี และยังช่วยป้องกันไม่ให้เกิดริ้วรอยแห่งวัยที่ชัดเจนจากการตากแดด และที่สำคัญที่สุด คือช่วยป้องกันการเกิดโรคผิวหนังที่อาจมีอันตรายได้  ในหน้าร้อนที่เหงื่อออกมากเป็นพิเศษให้เปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดที่กันน้ำได้ด้วย และให้ทาซ้ำทุก ๆ สองหรือสามชั่วโมง

สร้างอุปนิสัยการมีสุขภาพที่ดี

ท้ายนี้ ลอร่า ชาร์คอน การ์บาโต ให้คำแนะนำว่า ในการดูแลปรนนิบัติผิวจะไม่สมบูรณ์ได้เลย หากไม่กล่าวถึงการเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และให้จำไว้เลยว่า การบำรุงจากภายในและภายนอกจะต้องทำควบคู่กัน

การทานอาหารที่มีสารช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระสูงจำพวกไวตามิน  เอ ซี และ อี  ช่วยทำให้ผิวแข็งแรง การดื่มน้ำเปล่าในปริมาณมากพอ ช่วยป้องกันผิวพรรณไม่ให้แลดูขาดน้ำ เมื่อเราดูแลร่างกายจากภายในสู่ภายนอก ร่างกายของเรา (รวมถึงผิวพรรณ) จะขอบคุณเรา ส่งผลให้เรามีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้นเมื่อเรารู้สึกดีและดูดี

แหล่งที่มา : www.sanook.com

How To ใส่กางเกงยีนส์ทรงต่าง ๆ ให้เหมาะกับรูปร่าง

How To ใส่กางเกงยีนส์ทรงต่าง ๆ ให้เหมาะกับรูปร่าง

วันนี้เราขอเอาใจสาว ๆ ที่หลงรักหรือชื่นชอบการใส่กางเกงยีนส์เป็นชีวิตจิตใจ ด้วยการแชร์วิธีการใส่กางเกงยีนส์ทรงต่าง ๆ ให้เหมาะกับรูปร่างกัน เพราะการเลือกใส่เสื้อผ้าที่เข้ากับรูปร่างหรือบุคลิกภาพของตัวเอง จะช่วยเพิ่มความมั่นใจได้มากยิ่งขึ้น มองกี่ครั้งก็ยังคงมีเสน่ห์ มาดูกันดีกว่าว่ากางเกงยีนส์แต่ละทรง เหมาะสำหรับรูปร่างแบบไหนกันบ้าง

ขาสั้น

กางเกงยีนส์ขาสั้นเหมาะสำหรับสาวตัวเล็ก เพราะคนตัวเล็กยิ่งใส่กางเกงขาสั้น จะยิ่งทำให้ดูน่ารัก อีกทั้งยังหมดห่วงเรื่องโป๊อีกด้วย แต่หากใส่กางเกงยีนส์ขายาวก็อาจจะทำให้ดูเทอะทะหมดความมั่นใจไปได้

ขาสามส่วน

กางเกงยีนส์ขาสามส่วนเหมาะสำหรับสาว ๆ ที่มีรูปร่างสูงขึ้นมาหน่อยเมื่อเทียบกับสาวไซส์มินิ ยิ่งถ้าใส่คู่กับเสื้อยืดตัวใหญ่และรองเท้าผ้าใบคู่ใจ ยิ่งทำให้ดูดีมาก ๆ

เอวสูง

สำหรับกางเกงยีนส์เอวสูง แนะนำสำหรับสาว ๆ ที่มีลำตัวยาว แต่มีช่วงขาที่สั้น เพราะกางเกงทรงนี้จะช่วยทำให้ช่วงขาดูยาวได้ ถ้าได้แมตช์กับเสื้อครอป รับรองเลยว่าเริดสุด ๆ

เอวต่ำ

แม้ว่ากางเกงยีนส์เอวต่ำจะไม่ค่อยได้รับความนิยมสักเท่าไร แต่บอกเลยว่าถ้าได้ใส่แล้วจะทำให้คุณกลายเป็นสาวเปรี้ยวเท่กันเลยทีเดียว ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับสาว ๆ ที่รู้สึกอยากลองเปลี่ยนลุคดูบ้าง

ทรงบอย

กางเกงยีนส์ทรงบอยคือกางเกงยีนส์แบบที่ผู้ชายใส่กัน ซึ่งกางเกงทรงนี้เหมาะสำหรับสาว ๆ ที่มีสะโพกผายหรือมีหุ่นเหมือนลูกแพร์ แต่ไม่แนะนำสำหรับสาว ๆ ที่มีรูปร่างเล็ก เพราะจะยิ่งทำให้ดูตัวเล็กกว่าเดิม

ขากระบอก

ในส่วนของกางเกงยีนส์ทรงขากระบอกนั้น จะมีความคล้ายกับกางเกงยีนส์เอวสูง แต่มีความแตกต่างกันตรงที่การเข้ารูป ซึ่งกางเกงทรงนี้เหมาะสำหรับสาว ๆ ที่มีช่วงสะโพกเล็กและมีช่วงลำตัวที่ยาว สาวคนไหนอยากอำพรางสะโพกเล็กแนะนำกางเกงทรงขากระบอกเลย

ขาบาน

กางเกงยีนส์ทรงขาบานเป็นสไตล์การแต่งตัวแบบลุคคุณหนู ซึ่งแมตช์กับเสื้อที่มีความเรียบง่าย ก็ทำให้ดูดีอย่างมีระดับ เหมาะสำหรับสาว ๆ ที่ชอบความเรียบหรูอย่างมาก

ขาม้า

กางเกงยีนส์ทรงขาม้าจะดูคล้ายกับทรงบาน แต่จะมีความแตกต่างตรงที่ทรงขาม้าจะเน้นให้เห็นในส่วนของสะโพกชัดมาก และจะทิ้งตัวบานที่บริเวณปลายขา เป็นทรงที่สามารถใส่ได้กับทุกรูปร่าง จะมีสะโพกเล็กหรือสะโพกใหญ่ ก็ใส่ได้อย่างมั่นใจ

สกินนี่

ถ้าพูดถึงทรงกางเกงยีนส์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ก็คงไม่พ้นทรงสกินนี่ แม้จะเป็นทรงที่สวมใส่ได้ยากลำบาก เพราะรัดรูปจนแนบไปกับเนื้อ แต่ใส่ออกมาก็ยังคงดูดีสุด ๆ แต่ทรงสกินนี่ก็เป็นทรงที่เหมาะสำหรับสาว ๆ ที่มีสะโพกผายซึ่งรับกับความกว้างของไหล่พอดี

สาว ๆ คนไหนที่ชื่นชอบการใส่กางเกงยีนส์ ลองเอากางเกงยีนส์แต่ละทรงที่มีมาเทียบกับรูปร่างของตัวเองกันดูนะ ทรงไหนที่รู้สึกว่าใส่แล้วมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น หรือมีความคล่องแคล่วในการเดินหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ก็อยากให้มั่นใจในทรงนั้นกัน หรืออาจจะลองเอาวิธีที่เราเอามาแชร์ไปลองปรับใช้กันดู ก็อาจจะช่วยในเรื่องการแต่งตัวด้วยกางเกงยีนส์ได้เช่นกัน

แหล่งที่มา : www.sanook.com